advertisement

positioning

ยอดผลิตรถ 8 เดือนแรกโต 10.53% ทั้งปียังหวังตามเป้า 1.75 ล้านคัน

22 ก.ย. 65
ยอดผลิตรถ 8 เดือนแรกโต 10.53% ทั้งปียังหวังตามเป้า 1.75 ล้านคัน

advertisement

ส.อ.ท.เผยยอดการผลิตรถยนต์ 8 เดือนแรกปีนี้แตะ 1.18 ล้านคันโต 10.53% ลุ้นระทึกทั้งปียังหวังได้ตามเป้า 1.75 ล้านคันหลังปัจจัยต่างๆ หนุน ด้านรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง ส.ค.โต 438.2% ทำสถิติสูงสุดอานิสงค์นโยบายรัฐหนุน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์รวมทุกประเภทเดือนส.ค.65 อยู่ที่ 171,731 คันเพิ่มขึ้น 64.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากฐานต่ำของปีที่แล้วเพราะการล็อคดาวน์จากโควิด-19ช่วงกลางก.ค.-ส.ค.64และเพิ่มขึ้นจากก.ค.65 จำนวน20.13% เพราะมีการผลิตรถยนต์นั่งรุนใหม่ขายในประเทศ ส่งผลให้ 8 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-ส.ค.65) การผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 1,184,800 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.53% โดยมั่นใจว่าการผลิตรถยนต์ตลอดปี2565 จะได้ 1,750,000 คันแบ่งผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และ ผลิตขายในประเทศ 850,000 คันตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนส.ค.มีทั้งสิ้น 68,208 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 61.7 % จากฐานต่ำของปี่ที่แล้วจากการล็อคดาวน์และเพิ่มจากก.ค.65 จำนวน 6.52% เพราะมีรถยนต์รุ่นใหม่และการได้รับชิ้นส่วนมากขึ้นในรถยนต์บางรุ่น รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นจากการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างประเทศเข้าประเทศสะดวกขึ้น และการส่งออกที่ยังเติบโต การจ้างงานเพิ่มขึ้น เกษตรกรและประชาชนมีรายได้ดีขึ้น และ 8 เดือนแรกปีนี้ รถยนต์มียอดขาย 559,537 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 19.61%

ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปส.ค.65 จำนวน 73,325 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว 11.75% แต่เพิ่มขึ้นจากส.ค.64 คิดเป็น 23.09% เพราะฐานต่ำของปีที่แล้วส่งผลให้ 8 เดือนแรกปีนี้ส่งออกได้ 606,055 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.40% รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์ 8 เดือนแรกปีนี้ทั้ง เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 551,483.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.80%

“ เป้าหมายทั้งปีที่เราปรับใหม่ล่าสุดที่ลดการผลิตลง 50,000 คันมาอยู่ที่ 1,750,000 คันดูแนวโน้มที่เหลือก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้อยู่โดยมีปัจจัยบวกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้นจาก 1 ต.ค.ที่รัฐกำหนดให้โควิด-19เป็นโรคที่แค่เฝ้าระวังจากเดิมเป็นโรคติดต่ออันตราย การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่จะช่วยกระตุ้นรายได้ประชาชน รวมถึงการประกันราคาพืชเศรษฐกิจของรัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ “นายสุรพงษ์กล่าว

อย่างไรก็ตามกรณีที่มีแนวโน้มรถยึดเข้าสู่ลานประมูลเพิ่มขึ้นและตัวเลขเช่าซื้อรถค้างชำระแตะ 154,000 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของสินเชื่อเช่าซื้อนั้นมองว่าเป็นผลกระทบตั้งแต่ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาและมีสัดส่วนที่ไม่ได้สูงมากนักขณะที่ปัจจุบันแนวโน้มหลายๆ อย่างเริ่มคลี่คลายแล้ว

ส่วนการส่งออกนั้นคงจะต้องติดตามปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์(ชิป)อย่างใกล้ชิด ที่ล่าสุดอาจเป็นข่าวดีหลังจากที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็อทรอนิกส์มีการส่งมอบลดลง อาจทำให้รถยนต์จะได้รับชิปในบางส่วนเพิ่มขึ้นแทนได้หรือไม่ซึ่งกำลังติดตามประกอบกับหลายประเทศที่เป็นคู่ค้ามียอดขายดีขึ้น แต่ปัจจัยลบที่ต้องพิจารณาประกอบคือภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจถดถอยรวมถึง การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั้งการสู้รบรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดในไต้หวันและตะวันออกกลาง
นายสุรพงษ์ยังกล่าวถึง ยอดรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่(ป้ายแดง)เดือนส.ค. 65 อยู่ที่ 1,184 คันเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 220 คันหรือเพิ่มขึ้นเป็น 438.2% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่โดยได้รับอานิสงค์จากการที่รัฐบาลได้ส่งเสริมการใช้ ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่( BEV)สะสม มีจำนวนทั้งสิ้น 22,374คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 146.95 % ประเภทแบบผสม(HEV) รถยนต์นั่งไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก(PHEV) 239,110 คัน เพิ่มขึ้น 27.88% เป็นต้น

Powered By : Positioning

advertisement

Relate Post

Spotlight