
ภารกิจนายกฯ อนุทินบินเยือนฝรั่งเศสห้วง 21-27 พฤษภาคม พ.ศ.2569 และภารกิจของโตเลิม (เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานประเทศเวียดนาม) ที่เยือนไทยห้วง 27-28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จของไทยที่สามารถยกระดับความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสและเวียดนามไปสู่ระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ได้ ซึ่งนับเป็นความสัมพันธ์ขั้นสูงที่เน้นร่วมมือแบบลึกซึ้งเข้มข้นเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว โดยมิใช่ทุกรัฐจะร่วมมือกันในระดับนี้ได้ แต่จะมีบางรัฐเท่านั้นที่พัฒนาสัมพันธ์ในขั้นนี้
ความคืบหน้าในกิจการต่างประเทศของรัฐบาลอนุทินเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กระนั้นก็ตาม บทบาทของไทยอาจทรงพลังขึ้นไปอีกหากไทยมีแผนวิสัยทัศน์รวมถึงนโยบายต่างประเทศและนโยบายลงทุนระหว่างประเทศที่มีทิศทางปฏิบัติการที่เด่นชัดมีเอกภาพขึ้น ผู้เขียนจึงขอเสนอวิสัยทัศน์ 3 C และนโยบาย Act West โดยมีรายละเอียดดังนี้
C ตัวแรก หมายถึง Crossroad กล่าวคือ ฐานะทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทยที่แท้จริงคือ การเป็นศูนย์กลางหรือเป็นจุดตัดของสถาปัตยกรรมเศรษฐกิจความมั่นคงในภูมิภาค ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย กับยุทธศาสตร์ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน ล้วนมีเส้นทางขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่บรรจบกันที่ประเทศไทย มิพักต้องกล่าวถึงทำเลไทยที่ตั้งอยู่ในอาเซียนพื้นทวีปที่ต่อติดกับอาเซียนพื้นสมุทร ในการนี้ หากรัฐบาลไทยผลักดันให้ประชาคมโลกรับรู้ว่า เราคือแกนกลางของเศรษฐกิจความมั่นคงในอาเซียนหรือเอเชีย ก็จะทำให้ Positioning ของไทยดูโดดเด่นขึ้น
C ตัวที่สอง หมายถึง Connector กล่าวคือ เมื่อไทยเป็นแกนของภูมิภาค เราก็พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมต่อให้ประเทศต่างๆได้มาปรึกษาหารือและร่วมมือแก้ปัญหาต่าง ๆร่วมกัน โดยมีไทยเป็นข้อต่อ ในการนี้ ไทยอาจจัดเวทีร่วมมือทางเศรษฐกิจความมั่นคง โดยดึงสหรัฐอเมริกากับจีนเข้าร่วมประชุม ซึ่งไทยจะเล่นบทบาทได้เด่นขึ้นในแง่ของการช่วยพัฒนาสันติภาพระหว่างสองมหาอำนาจ
C ตัวที่สาม หมายถึง Conductor นั่นคือ เมื่อไทยเป็นตัวเชื่อมที่ให้ประเทศต่าง ๆ มาร่วมมือกันแล้ว ไทยก็พร้อมเป็นผู้ประสานงานหรือเป็นผู้มีบทบาทหลักในการบริหารจัดการเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกในการดึงประเทศต่าง ๆ เข้ามาปรึกษาหารือ เพื่อแก้ปัญหาภูมิภาคหรือรับมือกับวิกฤติโลกร่วมกัน มองอีกมุมหนึ่ง นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยอาจเล่นบทบาทเป็นวาทยกรหรือผู้อำนวยการเพลงให้กับวงดนตรีได้
วิสัยทัศน์ 3 C ที่เกิดจากการนำเรื่อง Geopolitics มาผสมกับ Functions ในด้านต่างๆ จักทำให้บทบาทของไทยเจิดจรัสขึ้น โดยไทยจะไม่ใช่ผู้ป่วยแห่งเอเชีย แต่ไทยคือผู้่เล่นสำคัญที่เป็นมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Power) ซึ่งมีหลักคิดและพลังเชิงสร้างสรรค์ที่พร้อมจะแผ่ขยายเชื่อมร้อยประสานไปทั่วทั้งภูมิภาค
นโยบายปฏิบัติการตะวันตก หรือ Act West Policy หมายถึง การให้รัฐบาลไทยมุ่งความสนใจและดำเนินนโยบายทั้งด้านพาณิชย์ ความมั่นคงและการต่างประเทศไปทางทิศตะวันตกของประเทศไทย โดยพุ่งเป้าไปที่การช่วยสร้างสันติภาพและเปิดเส้นทางเศรษฐกิจในพม่าซึ่งเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างผ่านการเลือกตั้งรอบล่าสุด จากพม่าก็จะเข้าไปเจาะตลาดที่อินเดีย โดย Act West Policy ของไทย จะไปบรรจบกับ Act East Policy ของอินเดีย เนื่องจากรัฐบาลอินเดียได้ออกนโยบายปฏิบัติการตะวันออกโดยพยายามเจาะตลาดและสร้างบทบาทเข้ามาที่พม่าและไทย
ในการนี้ หากไทยผลิตนโยบายปฏิบัติการตะวันตกให้ใกล้เคียงกับอินเดีย ก็จักทำให้เกิดการรวมพลังระหว่างไทยกับอินเดียและระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเอเชียใต้ พร้อมทำให้เกิดการรวมกลุ่มที่เข้มข้นขึ้นใน BRICS จนก่อเกิดเป็นความก้าวหน้าในโครงการเศรษฐกิจหลายๆส่วน ยกตัวอย่างเช่น บทบาทของจังหวัดระนองและชุมพรที่จะเพิ่มสูงขึ้นผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเรือสินค้าจากเอเชียใต้จะมุ่งเข้าสู่ภาคใต้ไทยมากขึ้น ส่วนพลังเศรษฐกิจของไทยก็จะพุ่งเข้าพม่า บังคลาเทศและอินเดียเพิ่มขึ้นเช่นกัน
กระนั้นก็ดี ระยะทางของ Act West Policy ของไทยควรก้าวจากอินเดียไปถึงแอฟริกาและตะวันออกกลางด้วยเพื่อเพิ่มโอกาสของรัฐบาลไทยในการรับมือกับปัญหาน้ำมันและสงครามในตะวันออกกลาง Act West Policy ของไทยจึงต้องบุกไปเจรจาเรื่องน้ำมันกับหลายรัฐในตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย โอมานและแม้กระทั่งอิหร่าน รวมถึงรัฐในเอเชียกลางรอบทะเลสาบแคสเปียนซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขณะที่อีกหลายประเทศในแอฟริกา ก็ควรถูกพิจารณาในฐานะตลาดใหม่สำหรับรองรับการลงทุนของไทย
ท่ามกลางความผันผวนของวิกฤติโลกและการแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์ ผมจึงอยากเสนอให้รัฐบาลไทยได้พิจารณาแผนวิสัยทัศน์ 3 C พร้อมแนวนโยบาย Act West ตามเหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติและประกันความมั่นคงมั่งคั่งให้กับพี่น้องชาวไทยสืบไป
เป็นที่ทราบกันดีว่า หลายประเทศมักขยายอำนาจผ่านการคิดค้นยุทธศาสตร์และนโยบายแปลกใหม่ที่ตอบสนองต่อพลวัตภูมิรัฐศาสตร์โลก สหรัฐอเมริกามียุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชีย (Pivot to Asia) อินเดียมีนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East) สิงคโปร์มีวิสัยทัศน์เป็นศูนย์กลาง (Hub) เดินเรือระดับโลก ส่วนไทยเองยังไม่มีสิ่งเหล่านี้อย่างเด่นชัด จึงทำให้เป้าหมายที่จะเป็นมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Power) มิอาจสัมฤทธิ์ผลได้ในเร็ววัน

นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์