
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.40 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.60 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) หลังจากทางการสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.1% ในเดือนพ.ค.
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.4% ในเดือนพ.ค.
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติปิดตลาดเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,739 ล้านบาท และขายสุทธิตลาดพันธบัตรไทยที่ 3,769 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.49 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ระดับ 33.58 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 29 ก.ค. โดยคณะกรรมการฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ตามการคาดการณ์ของตลาดโดยมติคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนภารกิจ dual mandate ของเฟด คือการจ้างงานที่ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพและอัตราเงินเฟ้อที่เคลื่อนตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังคงยืนยันถึงนโยบายในการรักษาระดับทุนสำรองให้มีความเพียงพอในระบบธนาคาร
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 (ประมาณการเบื้องต้น) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิ.ย. ส่วนในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.) มีตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.คน. ของสหรัฐฯ
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,664 ล้านบาท และซื้อสุทธิตลาดพันธบัตรไทยที่ 6,855 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.61 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.68 บาท/ดอลลาร์
เช้าวันนี้ราคาน้ำมันดิบร่วงลง และราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้น หลังจากมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่ฝ่ายสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และทำให้เช้านี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ จากที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่จบ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ในเดือน ก.ย. นี้ นอกจากนี้ ตลาดยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นน้อยกว่ายุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์
ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ในรอบ 40 ปี แม้ทางการญี่ปุ่นยืนยันว่าพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดก็ตาม
ตลาดรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ก.ค. โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. นี้
ทั้งนี้ การฟื้นตัวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อเมื่อราคาปรับตัวลงและการซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย หลังจากราคาปรับฐานลงอย่างรุนแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปี อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ โดยระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์จะเป็นระดับสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในระยะสั้น
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 20-24 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 10,155 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด ) ในวันที่ 28-29 ก.ค. ผลการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันที่ 30 ก.ค. และผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 31 ก.ค. และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดและรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิ.ย. ของไทย
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.85 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.81 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ล่าสุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะลุ 92 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมทั้งราคาทองก็ร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ จ่อหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ และมีความเสี่ยงที่จะร่วงลงสู่ระดับ 3,900 ดอลลาร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่อิหร่านยิงถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อตอบโต้อิหร่านและกลุ่มฮูตี หลังจากที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 22,000 ราย สู่ระดับ 187,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
เมื่อวานนี้ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตามการคาดการณ์ของตลาด โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.25% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.65% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.40% ขณะที่การสู้รบเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,786 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,891 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.80 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.82 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทยังคงมีโมเมนตัมอ่อนค่า โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบยังคงเป็นสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ Bond yield ปรับสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนเนื่องจากราคาน้ํามันดิบที่พุ่งสูงขึ้นและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดําเนินอยู่ ได้ตอกย้ําความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้นักลงทุนปรับราคาสู่แนวทางนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทั้งนี้โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันเบรนท์ (BRENT) อาจพุ่งขึ้นแตะระดับกว่า 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในไตรมาส 4/2569 หากภาวะชะงักงันของการไหลเวียนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้นเป็นเวลานาน
ตลาดคาดการณ์การประชุมคณะกรรมการกําหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในสัปดาห์หน้าว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% โดยสัญญาฟิวเจอร์สในปัจจุบันให้ความน่าจะเป็นประมาณ 55% ถึง 60% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน.
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.70-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 85 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,956 ล้านบาท.
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.73 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.64 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (21 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้ภาวะเงินเฟ้อเกิดขึ้นเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. และให้น้ำหนัก 68% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 472 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 654 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.66 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทยังคงมีโมเมนตัมอ่อนค่า โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อในช่วงนี้มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าสถานการณ์ที่ลากยาวจะทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น และผลักดันให้มีการหันไปถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า โดย US Dollar Index วันนี้ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 100.80
สำหรับปัจจัยที่ตลาดต้องจับตาช่วงนี้คือราคาน้ำมัน เนื่องจากตัวเลขฝั่งอเมริกาและการให้ความเห็นของ Fed มีน้อยลง เนื่องจากอยู่ในช่วงงดให้สัมภาษณ์ (Blackout period) ก่อนการประชุม FOMC รวมถึงราคาทองคำว่าจะยังยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ได้หรือไม่ ท่ามกลางความกังวล ต่อโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ของธนาคารกลางสหรัฐฯ นอกจากนี้ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มมีความผันผวนได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแรงขายในหุ้นธีม AI/Semiconductor
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.60-33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,819 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1,927 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.68 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (17 ก.ค.) แต่ปิดสัปดาห์นี้ในแดนลบ หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้
อิหร่านและสหรัฐฯ ยกระดับการโจมตีตอบโต้กันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่แล้วแทบจะสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ ความตึงเครียดดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และดันราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเพียง 14% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ลดลงจาก 25% เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมราว 0.30% ภายในเดือนธ.ค.ปีนี้
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 5,152 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 648 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.60 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.55 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง และจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากความยืดเยื้อของสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงทำให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในระดับสูง
โดยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 6.72% หลังจากเพิ่มขึ้น 7.33% ในเดือน พ.ค.
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 208,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 219,000 ราย
นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก พุ่งขึ้นสู่ระดับ 41.4 ในเดือน ก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 12.7 จากระดับ 10.3 ในเดือน มิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่
วันนี้คาดว่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่า ตามราคาทองคำโลกที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำโลกอยู่ที่ระดับ 3,981 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,405.83 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,096 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.57 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเงินเฟ้อ และอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขดัชนี PPI ทั่วไป (HeadlinePPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 6.2% และต่ำกว่าจากระดับ 6.0% ในเดือน พ.ค. ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.7% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 5.2% จากระดับ 4.6% ในเดือน พ.ค.
จับตาสถานการณ์สงครามโดยสหรัฐได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของกองกำลังอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ใน และเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายสิบแห่งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐจะโจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าของอิหร่านในสัปดาห์หน้า หากรัฐบาลอิหร่านไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
FedWatch Tool ของ CMEGroup บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. ลดลงจาก 42% ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 63% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ย.
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือน มิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค.
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 978 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,082 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.48 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.53 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เมื่อคืนนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน มิ.ย. โดยดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้นเพียง 3.5% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.8%
ทั้งนี้การชะลอตัวของดัชนี CPI มีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลงของราคาพลังงาน ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (CoreCPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8% เช่นกัน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
เมื่อวานนี้ เควิน วอร์ช ประธานเฟดได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคาร โดยเขาให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายการเงินให้ถูกต้อง และเอาชนะเงินเฟ้อที่ได้สร้างความท้าทายให้กับเฟดมาโดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟูจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงวันที่สองของเควิน วอร์ช ประธานเฟดในวันนี้ ที่มีกำหนดแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3,992 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,731 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 33.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในสัปดาห์นี้
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดพุ่งกว่า 9% และทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน โดยจะครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง ท่าเรือ และคลังน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน ตลอดจนเรือทุกประเภทโดยไม่คำนึงว่าจะติดธงชาติใด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค. หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้ง พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% สำหรับสินค้าที่มีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 46.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 29 ก.ค. เพิ่มขึ้นจาก 34% เมื่อวานนี้
จับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ช สัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการเข้าให้การต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ และการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนมิ.ย.ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 147.83 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 5,378.86 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.35 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 33.25 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบในวันศุกร์ (10 ก.ค.) และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบของทิศทางเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวโน้มนโยบายการเงิน ควบคู่กับการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อตอบโต้อิหร่านที่โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,080.73 ล้านบาท ขายสุทธิพันธบัตรไทย 9,363 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 33.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังดีดตัวขึ้นในช่วงแรกจากการที่สหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีกันอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และจุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดลบ นักลงทุนกังวลว่าเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนจับตาแนวโน้มอุปทานน้ำมัน หลังจากการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีความเสี่ยงที่จะทำให้การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบต้องล่าช้าออกไป
ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 220,000 ราย ขณะเดียวกันจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 1.81 ล้านราย
ยอดขายบ้านมือสองลดลง 2.4% สู่ระดับ 4.09 ล้านยูนิตในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.21 ล้านยูนิต
ทั่วโลกจับตา นายเควินวอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 8,634.39 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.49 บาท/ดอลลาร์ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.52
ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ USD Index ปรับขึ้นจากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน กลับมาปะทุอีกครั้ง จากคำกล่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่าน “จบลงแล้ว”
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และการยกเลิกข้อยกเว้นคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน
นักลงทุนให้น้ำหนักว่า เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้และเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,225 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,825 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.36 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.30 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 5% ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือน มิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 42.2% สู่ระดับ 7.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน พ.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 7.85 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 5.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือน มิ.ย.ของเฟด ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันนี้ โดยการประชุมดังกล่าวนับเป็นการประชุมครั้งแรกของนายเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งตลาดจับตารายงานดังกล่าวเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CMEGroup บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 74.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือน ก.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือน ก.ย.
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,054 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 7,014 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.32 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.34 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือน มิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธ (8 ก.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่ออกมาต่ำกว่าคาดนั้น ทำให้ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 25% ในการคาดกาารณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 28-29 ก.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการลดลง 0.5 จุด สู่ระดับ 54.0 ในเดือน มิ.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 54.5 ในเดือน พ.ค.
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 735.38 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 830 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.18 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.14 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ เนื่องจากตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการในวันศุกร์ ที่ 3 ก.ค. เนื่องในวันชาติสหรัฐ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการ และยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อ 16-17 มิ.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนมิ.ย. ของจีน และ PPI เดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยโดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งซื้อสุทธิทั้งหุ้นและพันธบัตรไทย
ส่วนในสัปดาห์นี้ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 4,050 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6,273 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.25 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.32 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าหลังจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงมา โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตําแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 114,000 ตําแหน่ง
ตามข้อมูลของสํานักสถิติแรงงาน (BLS) ของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเห็นได้ว่าการจ้างงานในภาคที่พักและบริการอาหารลดลง 55,000 ตําแหน่ง ซึ่งถือเป็นการลดลงที่น่าสังเกตเมื่อพิจารณาจากบริบทของการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA ที่กําลังดําเนินอยู่ และการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคมที่กําลังจะมาถึง ขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2% เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.3%
US Dollar Index ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 100.74 ขณะที่ราคาทองคำกลับมาซื้อขายเหนือระดับ 4,100 ได้อีกครั้งจากการที่ตลาดการเงินลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ของธนาคารกลางสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 8,560 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,797 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.35 บาท/ดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ 33.38 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ จากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจาล่าสุดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เป็นไปด้วยดี ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กดีดตัวขึ้นกว่า 1% หลังจากเควิน วอร์ช ประธาน (เฟด) กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าการคาด
ในงานการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นายเควิน วอร์ช ได้ปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณใด ๆ เกี่ยวกับการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้หรือไม่ นักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดลงเล็กน้อย หลังถ้อยแถลงของวอร์ช โดย FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งขยับลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 67%
ADP เปิดเผย การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 98,000 ตำแหน่งในเดือน มิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 118,000 ตำแหน่ง ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นราวๆ 48,000 ตำแหน่ง มาจากภาคการศึกษาและบริการด้านสุขภาพ ซึ่งยังคงเป็นภาคส่วนที่ขับเคลื่อนการเติบโตของการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.9 ในเดือน มิ.ย. หลังพุ่งแตะระดับ 55.1 ในเดือน พ.ค. ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต โดยขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ แม้ว่าการจ้างงานชะลอตัวลง ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน มิ.ย.ที่จะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือน มิ.ย.
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 1,592.02 ล้านบาท ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 4,327.57 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.30 บาท/ ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.23 บาท/ ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้
สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 9,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.59 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 5.745.44 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,777 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ