
ล่าสุดเงินเยนอ่อนค่าลงไปต่ำสุดในรอบ 40 ปี! เหตุจากนักลงทุนแห่ถือดอลลาร์เพราะมองว่าคุ้มกว่าด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ทำให้เงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่น หากรัฐบาลญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินด้วยการขายดอลลาร์และซื้อเยน อาจสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินโลก และเสี่ยงกระตุ้นแรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะหุ้น AI และเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรงในปีนี้ จากความกังวลต่อการปิดสถานะ Carry Trade ของนักลงทุน
วันนี้ Spotlight จะพาไปถอดรหัสเกมดอกเบี้ย ตลาดหุ้นของญี่ปุ่น และสหรัฐฯ กัน!
แต่เดิมเงินเยนก็อ่อนค่ามากที่สุดตั้งแต่ปี 2567 อยู่แล้ว แต่ล่าสุดอ่อนลงไปอีกจนถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 สาเหตุหลัก ๆ คือ นักลงทุนกำลังแห่ถือเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่าเงินเยน เพราะเชื่อว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังอยู่ในระดับคงที่ ซึ่งถือว่าสูงสำหรับตอนนี้ หรืออาจปรับขึ้นอีก เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามสหรัฐฯ และอิหร่าน
แล้วพอดอกเบี้ยสหรัฐสูง นักลงทุนก็จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ของสหรัฐ เพราะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ทำให้ความต้องการเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น พอเงินเยนถูกขายมากขึ้น ค่าเงินเลยอ่อนค่าลง
แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยขึ้นดอกเบี้ย 1% ซึ่งถือว่าสูงสุดตั้งแต่ยุค 1990 แต่ก็ยังน้อยกว่าธนาคารสหรัฐ (FED) อยู่ดี ที่ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5-3.75% นักลงทุนเลยยังมองว่า ยังไงการลงทุนในสหรัฐก็คุ้มค่ากว่าญี่ปุ่น เช่น ถ้าฝากเงินที่ญี่ปุ่น เราจะได้ดอกเบี้ย 1% แต่ถ้าฝากที่สหรัฐฯ จะได้ประมาณ 3.5-3.75% ผลที่ตามมาคือ เงินไหลเข้าสหรัฐฯ เงินดออลาร์แข็งขึ้น และเงินเยนอ่อนค่าลง
นอกจากนี้ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยังมีคำตัดสินว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ไม่สามารถปลดลิซ่า คุก ผู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ ถ้าไม่มีหลักฐานว่าเขาทำผิดจริง ๆ ซึ่งคำตัดสินนี้ทำให้นักลงทุนเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐยังคงมีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการเงิน และสามารถเดินหน้าคุมเงินเฟ้อได้ ก็ยิ่งทำให้ค่าเงินดออลาร์แข็งขึ้น
ในปี 2024 ญี่ปุ่นเริ่มมีเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายถึง 2% ของ BOJ ธนาคารกลางจึงเริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แต่ถึงจะขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ดอกเบี้ยของญี่ปุ่นก็ยังต่ำกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ทำให้เงินทุนยังคงไหลออกจากญี่ปุ่น ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง แล้วทำไมเงินเยนอ่อนถึงน่ากังวล?
หากเงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นต้องนำเข้าอาหาร และพลังงานจำนวนมาก ถ้าเงินเยนอ่อนค่า การซื้อสินค้าจากต่างประเทศจะมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้านำเข้า เช่น น้ำมัน ก๊าซ และอาหาร จะปรับตัวสูงขึ้น และสุดท้ายประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่แพงขึ้น
นอกจากนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านก็ยัง ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบหนักต่อประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่นที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง
คริส เทอร์เนอร์ หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกของ ING เผยว่า เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ‘เงินเยนที่อ่อนค่ากำลังเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ’ เพราะทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างมาก
หากรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น วิธีที่ทำได้คือ ขายเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือขายสินทรัพย์ที่เป็นเงินดอลลาร์ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อเงินเยน แล้วถ้ามีการซื้อเยนจำนวนมาก ความต้องการเงินเยนก็เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าเงินเยนแข็งขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ของ ING ก็มองว่า ญี่ปุ่นอาจเริ่มแทรกแซงตลาดได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ แล้วการแทรกแซงนี้ จะกระทบสหรัฐฯ ยังไง?
เพราะถ้าญี่ปุ่นขายเงินดอลลาร์ออกมาในตลาด ปริมาณดอลลาร์ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้น
หากญี่ปุ่นขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจำนวนมาก ราคาพันธบัตรจะลดลง แต่อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรจะปรับสูงขึ้น เพราะราคาพันธบัตรกับผลตอบแทนมักเคลื่อนไหวสวนทางกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ผลกระทบจะไม่รุนแรงมาก เพราะตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีขนาดใหญ่มากอยู่ที่ประมาณ 29 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 1 พันล้านล้านบาท ขณะที่การแทรกแซงของญี่ปุ่นมักจะมีมูลค่าเพียงหลักหลายหมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น
ที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นทำแบบนี้ เพราะช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นขายสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินเยน แต่ผลกระทบต่อตลาดสหรัฐมีไม่มาก และสุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเงินเยนอ่อนค่าได้ในระยะยาว
การเคลื่อนไหวของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลโดยตรงต่อตลาดหุ้นสหรัฐ เพราะคนอเมริกันจำนวนมากนำเงินออม และเงินเกษียณไปลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งมูลค่ารวมกันหลายล้านล้านดอลลาร์
ปัจจุบัน ตลาดการเงินยังถูกขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม และระบบซื้อขายอัตโนมัติมากขึ้น ดังนั้น หากตลาดค่าเงินผันผวนผิดปกติ ก็จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายในตลาดหุ้นตามมาได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งตอนนี้นักลงทุนหลายคนจึงกังวล เพราะหุ้นกลุ่ม AI และหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นแรงมากในปีนี้ จนราคาค่อนข้างแพง ดังนั้นถ้าเกิดความผันผวนจากที่นักลงทุนต้องรีบขายหุ้นเพื่อนำเงินไปคืนหนี้ที่กู้เป็นเงินเยน ก็อาจเป็นตัวเร่งให้หุ้นเหล่านี้ถูกเทขายหนักกว่าเดิม