Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จีนทุ่ม 3.5 หมื่นล้านบาท นำเข้าทุเรียนเวียดนาม ครึ่งปีแรกโตพุ่ง 43%
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

จีนทุ่ม 3.5 หมื่นล้านบาท นำเข้าทุเรียนเวียดนาม ครึ่งปีแรกโตพุ่ง 43%

16 ส.ค. 69
11:20 น.
แชร์

จีนทุ่ม 3.5 หมื่นล้าน! นำเข้าทุเรียนเวียดนามพุ่ง 43% ปั้น ‘ผิงเซียง’ ฮับขนส่ง 

ความกระหายในรสชาติ "ราชาแห่งผลไม้" ของชาวจีนกำลังขับเคลื่อนมูลค่าการค้าระหว่างประเทศอย่างมหาศาล ข้อมูลล่าสุดจากกรมศุลกากรเวียดนาม ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีนทุ่มเงินนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามสูงถึงเกือบ 988 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 3.5 หมื่นล้านบาท พุ่งทะยานขึ้น 43.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ยอดการนำเข้าที่โตกระฉูดนี้ส่งผลให้ทุเรียนเพียงอย่างเดียวครองสัดส่วนถึง 48.45% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ทั้งหมดที่เวียดนามส่งไปยังตลาดจีน แซงหน้ามูลค่ารวมของแก้วมังกร กล้วย ขนุน มะพร้าว และมะม่วงรวมอย่างขาดลอย ตอกย้ำดีมานด์มหาศาลที่ยังไร้สัญญาณชะลอตัว

เบื้องหลังตัวเลขหมื่นล้านนี้ กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บริเวณชายแดนจีน-เวียดนาม ตั้งแต่วิธีขนส่งแบบเดิมที่ถูกยกเลิก การแจ้งเกิดของเมืองชายแดนอย่าง "ผิงเซียง" ไปจนถึงความเสี่ยงที่พ่อค้าคนกลางกำลังแบกรับ SPOTLIGHT ชวนขยายการค้า ‘ทุเรียน’ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนระหว่างจีน-เวียดนาม

พลิกโฉมระบบโลจิสติกส์ จาก 'มดขนบ้าน' สู่ตู้คอนเทนเนอร์ยักษ์ 

ปริมาณความต้องการทุเรียนที่ทะลักเข้าสู่จีนอย่างมหาศาล ได้เปลี่ยนแปลงระบบการขนส่งแบบเดิมบริเวณชายแดนอย่างสิ้นเชิง ซู เหวินเผิง อดีตคนขับรถบรรทุกคันเล็กเล่าว่า ยุคสมัยของการ "ใชัยานพาหนะขนาดเล็กเหมือนมดขนย้ายบ้านไม่มีอีกต่อไปแล้ว" เพราะในปัจจุบัน ความต้องการบริโภคของชาวจีน ทำให้ทุเรียนเกือบทั้งหมดต้องถูกขนส่งผ่านตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่เท่านั้น จนทำให้เขาต้องตัดสินใจขายรถบรรทุกคันเล็กเพื่อเปลี่ยนมาขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้บริษัทโลจิสติกส์แทน

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ดันให้ เมืองผิงเซียง ในเขตปกครองตนเองกวางสีจ้วง กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้า โดยมี ด่านโหย่วอี้กวาน ในฐานะ Friendship Pass หรือชายแดนใต้สุดของจีนที่ติดกับเวียดนาม เป็นประตูหลักที่เชื่อมต่อไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ปัจจุบันทุเรียนมากกว่า 1 ใน 3 ที่เข้าสู่ประเทศจีนต้องผ่านจุดตรวจแห่งนี้ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มูลค่าการนำเข้าผลไม้ผ่านด่านพุ่งสูงกว่า 12,000 ล้านหยวน (ประมาณ 60,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 40.8% จากปีก่อน ซึ่งทุเรียนครองสัดส่วนเกือบ 90% ของผลไม้นำเข้าทั้งหมดในด่านนี้

เพื่อรองรับคลื่นทุเรียนที่ทะลักเข้ามา ท่ามกลางอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกหนักในภูมิภาค รถบรรทุกนับร้อยคันต้องต่อคิวผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านโหย่วอี้กวานต้องเร่งสุ่มตรวจคุณภาพและศัตรูพืชอย่างเข้มงวด เพื่อให้การถ่ายโอนกล่องทุเรียนจากรถบรรทุกเวียดนามไปยังรถบรรทุกจีน ณ สถานีขนถ่ายสินค้า เป็นไปอย่างราบรื่นและกระจายสินค้าส่งต่อไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต ท้องถนน และร้านค้าบนโลกออนไลน์ทั่วประเทศจีนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

เจาะเศรษฐกิจชายแดน ‘ผิงเซียง’ 

ความคึกคักของการค้าชายแดนไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ด่านขนส่ง แต่ยังกระตุ้นให้เกิดนิเวศทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ในเมืองผิงเซียงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจจำนวนมากต่างปักหลักเพื่อเกี่ยวเก็บโอกาส ไม่ว่าจะเป็น บริษัทแปรรูปผลิตภัณฑ์ทุเรียนจากกวางโจว ที่เข้ามาเปิดโรงงานในผิงเซียง จ้างคนงานแกะเนื้อทุเรียนทำเป็นทุเรียนกวน และต่อยอดเป็นขนมหวานยอดนิยมอย่างขนมไหว้พระจันทร์ โมจิ และเค้กเครป ส่งขายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การตั้งโรงงานติดชายแดนช่วยประหยัดภาษีนำเข้าและทำให้ได้รับผลไม้สดเร็วขึ้นอย่างน้อย 3 วัน ขณะเดียวกัน ฝั่งธุรกิจบริการและท่องเที่ยวอย่างคาเฟ่ไอศกรีมทุเรียน ใกล้มุมถ่ายรูปยอดฮิตด่านมิตรภาพ ก็เร่งขยายสาขาเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเช่นกัน

ทว่าใต้ร่มเงาของความขยายตัวนี้ ฝั่งพ่อค้าคนกลางกลับต้องเผชิญหน้ากับสัจธรรมทางการค้าที่เปลี่ยนไป เติ้ง พ่อค้าผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่าสิบปีสะท้อนว่า แม้ปริมาณผลผลิตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะออกสู่ตลาดมากขึ้นจนเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แต่กำไรของพ่อค้าคนกลางกลับ "บางลงเรื่อย ๆ" เพราะจำนวนคู่แข่งที่แห่กันเข้ามาลงสนาม

การค้าทุเรียนในวันนี้จึงกลายเป็นการ "เสี่ยงโชค" ก้อนโต หากสินค้าขายได้ไม่ดี ทุเรียนลอตใหญ่ระดับ 16 ตัน ก็อาจทำรายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนสูงถึง 400,000 หยวน (ราว 2,000,000 บาท) ที่ทุ่มลงไป พ่อค้าคนกลางจึงต้องใช้วิธีส่องไฟฉายและใช้เครื่องมือเคาะเปลือกฟังเสียงสะท้อนเพื่อเช็กความสุกของทุเรียนอย่างพิถีพิถันก่อนส่งไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

เจาะตลาดทุเรียนเวียดนาม บุกตลาดใหญ่อินเดีย

ทิศทางของอุตสาหกรรมทุเรียนเวียดนามในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ยังมีแนวโน้มรักษาแรงขับเคลื่อนขาขึ้นไว้อย่างต่อเนื่อง โดย ดั่ง ฝุก เหงวียน เลขาธิการสมาคมผักและผลไม้แห่งเวียดนาม ระบุว่า พื้นที่ที่ราบสูงตอนกลาง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวหนาแน่นที่สุด ทำให้ปริมาณอุปทานผลผลิตออกสู่ตลาดอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และหากยังคงรักษาอัตราการเติบโตระดับนี้ไว้ได้ ยอดการส่งออกทุเรียนตลอดทั้งปีมีโอกาสสูงที่จะบันทึกการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าปีที่แล้ว

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมทุเรียนเวียดนามยังไม่หยุดแค่นำเข้าสู่ตลาดจีนหรือผ่านเส้นทางขนส่งเดิม ๆ อย่างรถไฟจีน-ลาวเท่านั้น แต่ยังเร่งกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายไปสู่ตลาดใหม่ โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา อินเดียได้อนุมัติการนำเข้าทุเรียนสดจากเวียดนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งเปิดประตูสู่โอกาสในตลาดที่มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม การรุกตลาดใหม่อย่างอินเดียยังคงเป็นโจทย์หิน เนื่องจากทุเรียนยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของคนท้องถิ่น ประกอบกับกำแพงภาษี พฤติกรรมการบริโภค และเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ต้องใช้เวลาปรับตัว ในระยะแรกผู้ส่งออกจึงต้องเน้นเจาะกลุ่มเมืองใหญ่ ร้านค้าปลีกพรีเมียม โรงแรม อีคอมเมิร์ซ รวมถึงส่งออกผลิตภัณฑ์ทุเรียนแช่แข็งและแปรรูปเพื่อทดลองตลาดและระบายผลผลิต 


แชร์
จีนทุ่ม 3.5 หมื่นล้านบาท นำเข้าทุเรียนเวียดนาม ครึ่งปีแรกโตพุ่ง 43%