Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ฮอร์มุซป่วน ท่อซาอุฯ ถูกปิด ราคายังน้ำมันพุ่ง แม้ทรัมป์ลั่นเคลียร์ทาง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ฮอร์มุซป่วน ท่อซาอุฯ ถูกปิด ราคายังน้ำมันพุ่ง แม้ทรัมป์ลั่นเคลียร์ทาง

15 ก.ย. 69
14:05 น.
แชร์

ทรัมป์บอกเคลียร์ทาง แต่ราคาน้ำมันกลับพุ่ง

ราคาน้ำมันโลกกำลังกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 3.21 ดอลลาร์ แตะ 107.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 103.22 ดอลลาร์ หลังเกิดทั้งการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลังมีความคืบหน้าในการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และอ้างว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังคุ้มกันเรือที่บรรทุกน้ำมันหลายล้านบาร์เรลให้สามารถผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ได้

แต่ข้อมูลการเดินเรือกลับสะท้อนภาพอีกด้าน ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น มีเรือมากกว่า 100 ลำต่อวัน แล่นผ่านฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ข้อมูลล่าสุดพบว่า ช่วงสุดสัปดาห์มีเรือผ่านช่องแคบเพียง 14 ลำ และบางวันจำนวนเรือลดลงเหลือเพียงหลักหน่วย

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเส้นทางหลักยังติดขัด เส้นทางสำรองของซาอุดีอาระเบียอย่างท่อส่งน้ำมัน East-West ก็ถูกโจมตีจนต้องหยุดดำเนินงานอีกครั้ง นั่นทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า สหรัฐฯ คุมฮอร์มุซได้หรือไม่ แต่คือโลกสามารถส่งน้ำมันกลับมาได้ตามปกติจริงหรือยัง และนี่คือจุดที่ตลาดน้ำมันกำลังส่งสัญญาณผ่านราคาที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ขึ้นมาอีกครั้ง

ท่อซาอุฯ ถูกตัด! ทางเลี่ยงฮอร์มุซก็เริ่มตัน

เมื่อช่องแคบฮอร์มุซยังเดินเรือได้ไม่เต็มที่ ซาอุดีอาระเบียจึงต้องพึ่งพาเส้นทางฝั่งทะเลแดงมากขึ้น โดยเฉพาะ ท่อส่งน้ำมัน East-West หรือ Petroline ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันจากแหล่งผลิตทางตะวันออกของประเทศไปยังท่าเรือยันบูทางฝั่งตะวันตก โดยไม่ต้องผ่านฮอร์มุซ

แต่เส้นทางสำรองนี้กลับถูกโจมตีเสียเอง เมื่อโดรนพุ่งเข้าโจมตีท่อส่งน้ำมันใน 2 จุดบริเวณรอบกรุงริยาดและเมดินา จนซาอุฯ ต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราว โดยทางการระบุว่าเป็นมาตรการ “เพื่อป้องกันไว้ก่อน” หลังเหตุโจมตีทำให้โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ความสำคัญของท่อนี้อยู่ที่ขนาดของมัน เพราะมีความยาวถึง 1,200 กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมันได้ 4–5% ของอุปทานน้ำมันโลก เพื่อชดเชยความยากลำบากในการขนส่งผ่านฮอร์มุซ

ปัญหาคือ ยังไม่มีใครตอบได้ชัดว่าท่อจะกลับมาใช้งานตามปกติเมื่อไร Reuters ประเมินว่า การซ่อมแซมอาจใช้เวลา 5–6 สัปดาห์ แม้อีกแหล่งข่าวจะมองว่าอาจกลับมาเดินระบบได้เร็วกว่านั้นก็ตาม และยิ่งท่อหยุดนานเท่าไร ความสามารถของซาอุฯ ในการส่งน้ำมันออกทางทะเลแดงเพื่อชดเชยน้ำมันที่หายไปจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียก็ยิ่งถูกบีบมากขึ้น

ที่สำคัญ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันฝั่งตะวันตกของซาอุฯ ถูกโจมตี เดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริเวณใกล้โรงกลั่น Saudi Aramco-ExxonMobil จนการขนถ่ายน้ำมันดิบจากท่าเรือต้องหยุดชั่วคราว แม้ครั้งนั้นการขนส่งจะฟื้นกลับมาได้ภายในไม่กี่วัน แต่ก็แสดงให้เห็นว่า แม้ซาอุฯ จะพยายามสร้างทางเลี่ยงฮอร์มุซไว้แล้ว เส้นทางนั้นก็ไม่ได้ปลอดภัยจากสงครามเช่นกัน

และเมื่อทั้งเส้นทางหลักอย่างฮอร์มุซกับเส้นทางเลี่ยงอย่าง East-West ต่างถูกกดดันพร้อมกัน เกมจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า “น้ำมันยังมีอยู่ไหม” แต่กลายเป็นว่า “จะเอาน้ำมันออกสู่ตลาดโลกได้อย่างไร”

กันชนโลกกำลังบาง น้ำมันมีสิทธิ์พุ่งถึง $150

แม้ซาอุดีอาระเบียจะยังมีน้ำมันสำรองที่ยันบูรองรับการส่งออกได้ประมาณ 5–7 วัน หากท่อ East-West ยังปิดอยู่ และยังมีคลังในอียิปต์ที่อาจช่วยเติมอุปทานได้อีกหลายวัน แต่กันชนเหล่านี้อาจซื้อเวลาได้เพียงชั่วคราว เพราะตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่กว่านั้น นั่นคือ ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลง

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ระบุว่า ปริมาณน้ำมันที่ซาอุดีอาระเบียผลิตได้ในเดือนสิงหาคมลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ มากกว่า 30 ปี จากผลกระทบของความปั่นป่วนในฮอร์มุซและทะเลแดง ขณะที่ IEA ประเมินว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกในปีนี้อาจลดลงถึง 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 6% ของอุปทานโลก

ที่ผ่านมา ตลาดยังมีสต๊อกน้ำมันและการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ช่วยพยุงสถานการณ์เอาไว้ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงประมาณ 70–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ยิ่งความปั่นป่วนในภูมิภาคลากยาว น้ำมันสำรองเหล่านี้ก็ยิ่งถูกใช้ไป และเมื่อ “กันชน” ของตลาดบางลง ราคาก็ยิ่งมีแรงผลักให้สูงขึ้น

IEA เคยเตือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนว่า การดึงน้ำมันสำรองออกมาใช้อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ปริมาณสำรองเข้าใกล้ระดับวิกฤต ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากสต๊อกน้ำมันทั่วโลกลดลงจนอยู่ในระดับต่ำผิดปกติ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งขึ้นไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

และความเสี่ยงไม่ได้จบแค่เรื่องปริมาณน้ำมัน เพราะหากความเสียหายของท่อ East-West รุนแรงกว่าที่ประเมิน และการโจมตียังเดินหน้าต่อจนคุกคามทั้งยันบูและเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ความสามารถของซาอุฯ ในการชดเชยน้ำมันที่หายไปจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียก็จะยิ่งถูกจำกัดลง

Gavekal Research เตือนว่า หากท่าเรือยันบู ซึ่งมีศักยภาพในการแปรรูปน้ำมันมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องหยุดดำเนินงานเพราะภัยคุกคามจากโดรนของฮูตี นั่นจะกลายเป็น “หายนะสำหรับโลก” ในช่วงเวลาที่กำลังการกลั่นน้ำมันทั่วโลกก็ตึงตัวอย่างวิกฤตอยู่แล้ว

จากฮอร์มุซที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ สู่ท่อส่งน้ำมันที่ถูกตัด และสต๊อกน้ำมันโลกที่กำลังบางลง ทุกแรงกระแทกกำลังผลักตลาดไปในทิศทางเดียวกัน


แชร์
ฮอร์มุซป่วน ท่อซาอุฯ ถูกปิด ราคายังน้ำมันพุ่ง แม้ทรัมป์ลั่นเคลียร์ทาง