
สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า จำนวนชาวสหราชอาณาจักรที่ถูกจับกุมในต่างประเทศจากคดีลักลอบขนยาเสพติดเพิ่มขึ้นมากกว่าสี่เท่าภายในเวลาเพียง 2 ปี โดยในปี 2568 มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 340 คน และในจำนวนดังกล่าว มากกว่า 200 คนถูกควบคุมตัวจากคดีลักลอบขนกัญชาที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย
แนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อเนื่องในปี 2569 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี มีชาวอังกฤษถูกจับกุมในต่างประเทศจากคดีลักลอบขนยาเสพติดแล้วมากกว่า 160 คน
สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ที่ตกอยู่ในวงจรดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว โดยผู้ได้รับผลกระทบนับตั้งแต่ปี 2567 ราว 60% มีอายุระหว่าง 16-30 ปี ทำให้คนวัยหนุ่มสาวกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญของปัญหานี้
เครือข่ายอาชญากรรมมักใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงคนหนุ่มสาว ก่อนล่อลวงด้วยข้อเสนอ เช่น ทริปท่องเที่ยวฟรีหรือค่าตอบแทน เพื่อให้รับหิ้วกระเป๋าข้ามพรมแดน โดยบางรายไม่รู้ว่าภายในซุกซ่อนยาเสพติด กว่าจะรู้ตัวก็ถูกจับกุมและต้องเผชิญการดำเนินคดีในต่างประเทศแล้ว
เพื่อรับมือกับปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลสหราชอาณาจักรจึงเปิดตัวแคมเปญ “Travel Aware” เพื่อเตือนประชาชนให้รู้เท่าทันว่า การกระทำลักษณะใดอาจเข้าข่ายการลักลอบค้ายาเสพติด เครือข่ายอาชญากรรมใช้กลวิธีใดในการล่อลวงเหยื่อ ตลอดจนกฎหมายและบทลงโทษที่ผู้กระทำผิดอาจต้องเผชิญในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย
กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุว่า คดีเกี่ยวกับกัญชาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนชาวอังกฤษถูกจับกุมในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยประเทศที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยไทย มาเลเซีย กัมพูชา และลาว
เฉพาะในปี 2568 มีชาวอังกฤษถูกจับกุมในต่างประเทศจากคดีลักลอบขนยาเสพติดมากกว่า 340 คน เพิ่มขึ้นมากกว่าสี่เท่าภายในเวลาเพียง 2 ปี ในจำนวนนี้ มากกว่า 200 คนถูกควบคุมตัวจากคดีลักลอบขนกัญชาที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย
ข้อมูลจากหน่วยงานควบคุมชายแดนของสหราชอาณาจักร หรือ UK Border Force ยังสะท้อนขนาดของปัญหาที่เกิดขึ้น โดยระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมปีนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดกัญชาที่ผู้โดยสารพยายามลำเลียงเข้าสหราชอาณาจักรทางอากาศได้รวม 7.7 ตัน ในจำนวนนี้มากถึง 6.5 ตันมาจากประเทศไทย
ทั้งนี้ การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักร
รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า เครือข่ายอาชญากรรมมักใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงและชักชวนคนหนุ่มสาวชาวอังกฤษให้ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด โดยใช้ข้อเสนออย่างทริปเดินทางฟรี เงินค่าตอบแทน หรืองานหิ้วกระเป๋าข้ามพรมแดนที่อ้างว่ามี “ความเสี่ยงต่ำ” เป็นสิ่งล่อใจ
เครือข่ายเหล่านี้มักหลอกผู้ถูกว่าจ้างว่า ภายในกระเป๋ามีเพียงเสื้อผ้า ทองคำ หรือเงินสด เพื่อให้งานดูไม่น่าสงสัยและไม่มีอันตราย อย่างไรก็ตาม ในคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ากระเป๋าเดินทางที่ผู้ถูกว่าจ้างนำติดตัวไปมีกัญชาซุกซ่อนอยู่มากกว่า 71 กิโลกรัม
ผลสำรวจที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรจัดทำระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม สะท้อนว่าคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยยังประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป โดยหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจไม่คิดว่า การเดินทางพร้อมกระเป๋าที่ผู้อื่นจัดเตรียมให้จะทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย
ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจอีก 30% ยอมรับว่าอาจเดินทางไปต่างประเทศพร้อมนำสิ่งของบางอย่างติดตัวไปด้วย แม้ไม่แน่ใจว่าสิ่งของนั้นถูกกฎหมายหรือไม่
เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น รัฐบาลสหราชอาณาจักรเปิดตัวแคมเปญ “Travel Aware” เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวอังกฤษ โดยเฉพาะผู้ที่ขาดประสบการณ์หรือไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง ตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมและเข้าไปพัวพันกับการลักลอบขนยาเสพติดในต่างประเทศ
แคมเปญดังกล่าวมุ่งให้ประชาชนเข้าใจว่า พฤติกรรมลักษณะใดอาจเข้าข่ายการค้ายาเสพติด เครือข่ายอาชญากรรมใช้กลวิธีใดในการรับสมัครและชักจูงผู้ลำเลียง รวมถึงกฎหมายและบทลงโทษที่ผู้กระทำผิดอาจต้องเผชิญในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย
ในแถลงการณ์เปิดตัวแคมเปญ รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังเผยแพร่คำให้การของบุคคลรายหนึ่งซึ่งกำลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำต่างประเทศ เจ้าตัวเล่าว่า เมื่อได้รับข้อเสนองาน ทุกอย่างถูกทำให้ดูเหมือนไม่มีปัญหา ไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย และยังได้เดินทางท่องเที่ยวฟรีอีกด้วย
“เมื่อมาอยู่ในจุดนี้ คุณจะเริ่มคิดถึงสิ่งต่าง ๆ และช่วงเวลามากมายที่ต้องพลาดไป มันทำให้ผมเจ็บปวดใจ” ผู้ต้องขังรายดังกล่าวระบุ
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังได้เปิดตัวแคมเปญเตือนนักเดินทางถึงอันตรายจากภาวะพิษเมทานอล ซึ่งอาจเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปลอมหรือสุราที่ผลิตขึ้นเอง หลังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากพิษเมทานอลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างน้อย 3 คน และอีก 1 คนอาการสาหัสถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น
ที่มา: Nikkei Asia