
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ ที่ 32.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในวันศุกร์ (28 ส.ค.) และทำสถิติปรับขึ้นรายวันมากที่สุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง หลังนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลงอย่างชัดเจนสู่เป้าหมาย 2%
เครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า หลังนายเควิน วอร์ชแสดงความคิดเห็น ตลาดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 57.5% จากประมาณ 35% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์
ราคาทองร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดดิ่งลงกว่า 100 ดอลลาร์ และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลงปิดที่ 83.40 ดอลล่าร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. ขณะเดียวกันตลาดยังติดตามข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีข้อตกลงเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงรายงาน Beige Book ของเฟด
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 24-28 ส.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 12,228 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 375 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 129 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.89 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวเล็กน้อยจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.88 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในช่วงแคบ ๆเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยนักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ (28 ส.ค.) เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
ทั้งนี้ นักลงทุนคาดหวังว่าประธานเฟดคนใหม่จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับแผนการฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายของเฟด รวมทั้งมุมมองที่มีต่อตลาดพันธบัตร หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง จากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 203,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 208,000 ราย
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 5,451.55 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 156 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.82 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.76 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นสอดคล้องการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่สูงกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
นักลงทุนให้น้ำหนัก 54.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือน ต.ค. หลังการเปิดเผยดัชนี PCE ที่สูงกว่าคาด
โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือน ก.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.6%
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน ก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. เนื่องจากจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของนายวอร์ชบนเวทีแจ็กสัน โฮล หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ปรับตัวขึ้น และหนี้ของรัฐบาลสหรัฐพุ่งสูงกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อวานนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยมองว่า การดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย ควบคู่กับมาตรการการเงินเฉพาะจุด จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,452 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 718 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.70 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.75 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ตามทิศทางราคาทองคำเป็นหลักแต่อาจเจอแรงกดดันด้านอ่อนค่าลงบ้างจากแรงขายสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังมีอยู่มาก จากความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และความตึงเครียดรอบใหม่กับอิหร่าน
ราคาทองคำโลกกลับมาเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเป้าหมายปลายปี 2569 อาจมีลุ้นขยับไปได้ถึงระดับ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการคาดการณ์ของธนาคารระดับโลกหลายแห่ง แต่ในระยะสั้นจับตาแนวรับสำคัญที่ 4,625 ดอลลาร์ หากยืนได้มีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่หากหลุดจะเข้าสู่ช่วงพักตัวลงไปที่แนวรับถัดไปแถว 4,556 - 4,500 ดอลลาร์
ในวันนี้ปัจจัยที่ต้องจับตาคือผลการประชุม กนง. ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% และรอประเมินเพิ่มเติมคือตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ คืนนี้ รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟดในงานสัมมนา Jackson Hole Symposium ปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งประธานเฟดอาจไม่ได้ส่งสัญญาณลดหรือขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจนก็มีความเป็นไปได้สูง
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 958 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 2,283 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.68 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.71 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดยังกังวลในสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย
นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังจากสหรัฐฯ ออกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศในวันจันทร์ว่า อิหร่านจะต้องเผชิญกับวันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (Economic D-Day) พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภาคส่วนที่อิหร่านใช้พยุงเศรษฐกิจของตนเอง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ค ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ (26 ส.ค.) โดยดัชนี PCE เป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อประเมินภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ ขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 707 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6,530 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.63 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 32.70 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (21 ส.ค.) โดยเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อเทียบกับยูโร ท่ามกลางความกังวลว่าแผนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,467 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,881 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.85 บาท/ดอลลาร์ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.87 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์ฟื้นตัวเล็กน้อยเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในวันก่อนหน้า โดย Dollar Index +0.1% ที่ 98.90 จากระดับต่ำสุดรอบกว่า 3 เดือนที่ 98.77 สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของ U.S. Treasury Yield หลัง Bond Rally ที่เกิดจากมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของ Treasury เริ่มหมดแรง ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกว่า 7% ในสัปดาห์นี้ เพิ่มความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะที่รายงาน Fed Minutes เดือน ก.ค. มีโทน Hawkish โดยกรรมการหลายรายยังเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2%
สิ่งที่ตลาดต้องติดตามคือ สุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ที่ Jackson Hole และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐช่วงปลายเดือน ซึ่งตลาดจะใช้ประเมินทิศทางดอกเบี้ยและ Dollar value ในระยะถัดไป
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 960 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,840 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.85 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.06 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยถูกกดดันจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันพุธว่า ทางกระทรวงฯ จะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยจะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน
ผลของรายงานการประชุมประจำเดือนกรกฎาคมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ระบุว่ากรรมการเฟดมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยกรรมการหลายคนกล่าวว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ลดลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% แต่ไม่ได้มีผลปฏิกิริยากับนักลงทุน
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 8,699 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1,090 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.12 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.06 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่หยุดชะงักลง
สำหรับคืนนี้ จะมีการรายงานผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)
ทั้งนี้ตลาดติดตามการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ Fed ที่จะออกมาตลอดเดือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากนาย Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุมผู้นำธนาคารกลางประจำปีที่เมือง Jackson Hole ช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 201.29 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 107 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.05 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ลดลงอย่างเหนือความคาดหมายในเดือน ก.ค. รวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ขณะที่ราคาทองโลกพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,400 ดอลลาร์ โดยนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยคาดว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่อ่อนแอ, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่สูงกว่าคาด ขณะที่เดียวกันยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นโดยได้รับอานิสงค์จากราคาทองคำที่ปรับขึ้น ขณะที่ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/69 ของไทยนั้น ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,528 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2,200 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.13 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.16 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ โดยตลาดยังคงประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมทั้งติดตามการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) และราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
ตัวเลขยอดขายปลีกของสหรัฐลดลง 0.6% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 9 เดือน และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้นให้กลับมายืน 4,375 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งการปรับขึ้นของทองคําในช่วงนี้ ทําให้ค่าเงินบาทกลับมามีโมเมนตัมในทิศทางแข็งค่าในระยะสั้น
ตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดรอบ 28-29 ก.ค. และการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีนรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.05-33.35 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,354 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 6,620 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบ โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์ที่อ่อนแอ หลังจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่างก็ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ซบเซาลงเช่นกัน
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือน ก.ค. นั้น ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 4.7% ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 4.9% จากระดับ 5.5% ในเดือน มิ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือนปรับตัว 0.0% ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จากที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือน มิ.ย.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 4.2% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.7% ในเดือน มิ.ย และเมื่อเทียบรายเดือนปรับตัวขึ้น 0.2% ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.4% ในเดือน มิ.ย.
ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 205,000 ราย
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 771.84 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรไทย 5,424.49 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.08 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ระดับ 33.20 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (12 ส.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย แม้ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่าการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งของทั้งสองประเทศยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงประจำการในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ต่อไป
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันอังคารนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 112.58 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 5,364 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.02 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มทรงตัวหลังปรับตัวลดลงแรงจากตัวเลขการจ้างงานเดือน ก.ค. ที่อ่อนแอกว่าคาด โดยตลาดได้ลดความคาดหมายต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ก.ย. ลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือประมาณ 44% จาก 67% ในสัปดาห์ก่อน
ทิศทางดอลลาร์ในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอาทิเช่น US CPI ที่จะประกาศในวันพุธ ตามด้วย PPI และ Retail Sales ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงชะลอลงเพียงพอที่จะเปิดทางให้ Fed คงดอกเบี้ยหรือไม่
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 50 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 3,575 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.02 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.08 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ลดลงในเดือน ก.ค. ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ และลดเหตุผลที่จะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. สวนทางกับที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ 4.1% เนื่องจากมีคนออกจากตลาดแรงงานมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดลงสู่ 61.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีครึ่ง การอ่อนค่าของดอลลาร์สะท้อนถึงการคาดการณ์ที่ลดลงของตลาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.ไว้ที่ 56% เพิ่มขึ้นจาก 45% ในวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากเครื่องมือFedWatch ของ CME
จับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด โดยทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน ก.ค.ในวันพุธนี้ (12 ส.ค.) และจากนั้นจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือน ก.ค.ในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 3,294 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 4,284 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.15 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.06 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากข่าวที่ว่าอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่จะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและกระแสคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กลับมาอีกครั้ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ และสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส กล่าวว่า เขาเชื่อว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและหลีกเลี่ยงการต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงมากขึ้นในภายหลัง
เมื่อคืนนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 199,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 203,000 ราย
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้ซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,061.80 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 8,136 ล้านบาท
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.2%
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.08 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.22 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรับฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สัญญาณความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันชะลอตัวลง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 54.9% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. ลดลงจากระดับ 58.3% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ในส่วนของราคาทองยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ ทะลุระดับ 4,300 ดอลลาร์
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือน มิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.2%
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,963 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6,065 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.25 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.43 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้น ตามดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับลดลงและค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น โดยตลาดยังคงประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมทั้งรอติดตามการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อย่างใกล้ชิด หลังเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ
ด้านราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ แต่เริ่มมีสัญญาณการกลับตัวขึ้นมาบ้าง หลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐชะลอการแข็งค่า อีกทั้งผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐและราคาน้ำมันดิบย่อตัวลง ทำให้เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้นให้กลับมาทดสอบแนวต้าน 4,110 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งการปรับขึ้นของทองคําในช่วงนี้ ทําให้ค่าเงินบาท กลับมามีโมเมนตัมในทิศทางแข็งค่าในระยะสั้น.
ตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์นี้ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. รวมทั้งยังคงเกาะติดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กรณีการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ จะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของไทยเดือนก.ค.ในวันนี้ มองว่ามีผลจำกัดต่อค่าเงินบาท
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.15-33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 48 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1,925 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.41 บาท/ดอลลาร์ทรงตัวจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.43 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (3 ส.ค.) หลังจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยการซื้อเงินเยนในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยวดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 จากระดับ 53.3 ในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0
ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ มีการขยายตัว และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเดือนที่ 6 โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,619 ล้านบาท และขายสุทธิตลาดพันธบัตรไทยที่ 165 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ ที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในการซื้อขายในวันศุกร์ (31 ก.ค.) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา ด้วยการเข้าซื้อเงินเยน เพื่อสนับสนุนความพยายามของญี่ปุ่นในการพยุงค่าเงินที่อ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปี ต่ำกว่า 163 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) บ่งชี้ว่า ญี่ปุ่นอาจขายดอลลาร์สหรัฐฯ สูงถึง 5.897 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินไปซื้อเยนเพื่อชะลอการอ่อนค่าของสกุลเงิน
อีกปัจจัยที่ส่งผลกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นของประธานเฟดคนใหม่ในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยผลการประชุมล่าสุดสะท้อนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมใกล้ ๆ นี้ แม้ประธานเฟดจะแสดงท่าทีกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่ก็ระบุเพิ่มเติมว่า หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยก็อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เฟดจะนำมาใช้ แต่ดอกเบี้ยอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันดิบ WTI และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลงกว่า 4% ในช่วงเช้าวันนี้ (3 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน และกล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน มิ.ย. ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือน ก.ค.
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ค. ของจีนด้วยเช่นกัน
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 27-31 ก.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 112 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทยที่ 10,283 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 11,190 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 907.5 ล้านบาท)
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ