Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ฝนถล่มญี่ปุ่น หมื่นชีวิตติดในสนามบินนาริตะ - อังกฤษร้อนจัด ไฟป่าเผาวอด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ฝนถล่มญี่ปุ่น หมื่นชีวิตติดในสนามบินนาริตะ - อังกฤษร้อนจัด ไฟป่าเผาวอด

14 ส.ค. 69
12:22 น.
แชร์

ภาพสะเทือนขวัญของบ้านเรือนที่วอดวายในกองเพลิงทางตอนกลางของอังกฤษ ตัดสลับกับภาพยานพาหนะจมมิดคันใต้กระแสน้ำท่วมขังในจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น คือฉากทัศน์ตอกย้ำความคลั่งของธรรมชาติที่เกิดขึ้นพร้อมกันสองฝั่งโลก ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2026 นี้

ญี่ปุ่นที่เพิ่งเผชิญจะอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพียงข้ามคืนก็ต้องเจอกับฝนตกหนัก ทำลายสถิติประวัติศาสตร์ มวลน้ำมหาศาลทะลักท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ตัดขาดการคมนาคมหลายเส้นทาง จนท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะกลายเป็นอัมพาต ส่งผลให้ผู้เดินทางนับพันถึงหมื่นชีวิตต้องตกค้างข้ามคืนอย่างไร้จุดหมาย

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งตะวันตกอย่างสหราชอาณาจักรกลับกำลังลุกเป็นไฟ ทวีปยุโรปจมอยู่ใต้ "โดมความร้อน" อุณหภูมิพุ่งกระฉูดทุบสถิติรอบปี ดันภัยแล้งขยายวงกว้างจนเกือบครอบคลุมทั้งประเทศ ก่อนจะจุดชนวนไฟป่าโหมกระหน่ำเผาผลาญย่านชุมชน เจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่หนีเปลวเพลิง

นี่ไม่ใช่เพียงสภาพอากาศผิดฤดูทั่วไป แต่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตจาก "สภาพอากาศสุดขั้ว" ที่กำลังเข้าคุกคามชีวิตผู้คน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ เกิดอะไรขึ้นในญี่ปุ่นและอังกฤษ?

ญี่ปุ่น: ปรากฏการณ์ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์

สถานการณ์ในญี่ปุ่นเข้าขั้นวิกฤต หลังฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงทำลายทุกสถิติ โดยเฉพาะในจังหวัดชิบะ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับกรุงโตเกียว วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี (13 ส.ค. 69) ซึ่งคิดเป็นปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของเดือนสิงหาคมถึง 3 เท่า จนส่งผลให้ยอดฝนสะสม 24 ชั่วโมงในบางพื้นที่พุ่งสูงเกิน 360 มิลลิเมตร

 ความรุนแรงดังกล่าวบีบให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ต้องยกระดับการแจ้งเตือนภัยเป็น "ระดับ 5" ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดในจังหวัดชิบะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนจะลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับ 4 ในเช้าวันต่อมา

มวลน้ำมหาศาลที่ทะลักท่วมขังอย่างรวดเร็วส่งผลให้ระบบการขนส่งทางบกและทางรถไฟอัมพาตโดยสิ้นเชิง จุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะถูกตัดขาดจากพื้นที่ภายนอก ส่งผลให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวนับพันถึงหมื่นชีวิตตกค้างอยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร หลังบริการรถไฟ บัส และแท็กซี่ระงับการให้บริการ ขณะเดียวกัน มวลน้ำยังหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้ไฟฟ้าดับครอบคลุมบ้านเรือนมากกว่า 27,000 ครัวเรือนในจังหวัดชิบะ อิบารากิ และโทจิกิ

ภัยพิบัติครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 4 ราย โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายจากการติดอยู่ภายในยานพาหนะที่ถูกน้ำท่วมมิดคัน ขณะที่ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหาย สถานการณ์รุนแรงจนทางการต้องเร่งส่งกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) เข้าพื้นที่เพื่อช่วยขนย้ายประชาชนที่ติดค้างตามสถานีรถไฟ ล่าสุด ทางการท้องถิ่นเปิดอาคารศาลากลางจังหวัดชิบะเป็นสถานที่รองรับประชาชนเกือบ 2,000 คน นายโทชิฮิโตะ คุมากาอิ ผู้ว่าราชการจังหวัดชิบะ ยอมรับว่านี่คือสถานการณ์ผิดปกติอย่างร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยเผชิญมา

พิษพายุพ่วง 3 ลูก: มรสุมสุดขั้วที่ไม่ได้เกิดแค่ในญี่ปุ่น

สาเหตุทางอุตุนิยมวิทยาของภัยพิบัติครั้งนี้ เกิดจากการผนึกกำลังของพายุหมุนหลายลูกในแถบแปซิฟิก ได้แก่ พายุดอลฟิน (Dolphin) พายุจันหอม (Chan-Hom) และพายุเป่ยหลัว (Peilou) ที่หมุนเกลียวพัดผ่านภูมิภาคเอเชียตะวันออกพร้อมๆ กัน โดยมวลอากาศร้อนและความชื้นมหาศาลถูกพัดเข้ามาปะทะกับมวลอากาศเย็นด้านบนเหนือฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นอย่างจัง จนเกิดสภาวะบรรยากาศแปรปรวนขั้นสุดและกลายเป็นมวลฝนตกหนักมหาศาล

ทว่าญี่ปุ่นไม่ใช่เหยื่อรายเดียวของวงจรพายุสุดขั้วนี้ ทางฝั่ง ประเทศจีน ต้องเผชิญกับอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นดอลฟิน ซึ่งเป็นพายุที่ทรงพลังที่สุดของปีที่พัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้และตะวันออก ฝนที่ตกหนักทะลักท่วมขังขยายวงกว้างตั้งแต่เมืองเซียงหยางไปจนถึงนครเซี่ยงไฮ้ บีบให้ทางการจีนต้องสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ประเทศฟิลิปปินส์ ก็ได้รับผลกระทบจากกลุ่มพายุหมุนที่ก่อตัวติดๆ กันในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักมรสุม ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลาง สะท้อนให้เห็นว่าวงจรมรสุมรอบนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นห่วงโซ่ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อังกฤษ: โดมความร้อน ไฟป่า และภาวะแล้งจัด

ในขณะที่เอเชียจมบาดาล ฝั่งสหราชอาณาจักรและทวีปยุโรปกลับต้องเผชิญกับวิกฤตตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง สภาพอากาศร้อนจัดจากปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" (Heat Dome) กักเก็บความร้อนไว้นานผิดปกติ ดันให้อุณหภูมิที่สวนพฤกษศาสตร์คิวการ์เดนส์ ในกรุงลอนดอน พุ่งสูงถึง 38.1 องศาเซลเซียส ทุบสถิติวันที่มีอากาศร้อนที่สุดในรอบปี 2026 และได้รับการบันทึกว่าเป็นหนึ่งใน 5 วันที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ 

ล่าสุด ทางการต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศร้อนจัดขั้นรุนแรงระดับสีส้ม (ระดับก่อนสูงสุด) ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษ ทั้งนี้ ความร้อนสะสมและสภาวะแห้งแล้งทำลายสถิติที่ลากยาวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ได้เปลี่ยนพื้นที่เกือบ 3 ใน 4 ของอังกฤษ รวมถึงเวลส์ทั้งหมดให้ตกอยู่ในภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรง ต้นไม้และพืชพรรณแห้งกรอบกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จนจุดชนวนให้เกิดไฟป่าโหมกระหน่ำในหลายจุดทั่วประเทศ 

เหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในเมืองสตูร์บริดจ์ ภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส ไฟป่าหญ้าที่ปะทุขึ้นใกล้สนามกอล์ฟได้ลุกลามเข้าย่านชุมชนอย่างรวดเร็ว เผาผลาญบ้านเรือนประชาชนจนวอดวายลงต่อหน้าต่อตา เช่นเดียวกับไฟป่าในอุทยานแห่งชาตินิวฟอเรสต์ ที่เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าควบคุมอย่างยากลำบาก

วิกฤตความร้อนสุดขั้วครั้งนี้ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ ต้องรับศึกหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้ป่วยฉุกเฉินหลั่งไหลเข้ารักษาตัวในแผนกฉุกเฉินมากกว่า 2.4 ล้านคนต่อเดือน บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานภายใต้สภาพอากาศอบอ้าวและเสี่ยงต่อสภาวะฮีทสโตรก 

ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญทั่วทวีปยุโรปลดต่ำลงจนกระทบการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ส่งผลให้วิกฤตพลังงานและภัยแล้งลุกลามกลายเป็นภัยพิบัติระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณเตือนภัยจาก "ความปกติใหม่" ของโลก

เหตุการณ์ฝนตกหนักมหาศาลในญี่ปุ่นและคลื่นความร้อนแผดเผาในอังกฤษที่เกิดขึ้นพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างเด่นชัดของภาวะโลกร้อน ชและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นได้ส่งผลต่อวงจรน้ำและความสมดุลทางพลังงานของบรรยากาศ ทำให้บรรยากาศกักเก็บความชื้นได้มากขึ้นจนเกิดฝนตกหนักสุดขั้วในพื้นที่หนึ่ง ในขณะเดียวกันก็สร้างปรากฏการณ์โดมความร้อนตรึงความแห้งแล้งและพายุไฟไว้ในอีกพื้นที่หนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วิกฤตการณ์สองฝั่งโลกในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความผิดปกติทางธรรมชาติแบบชั่วคราว แต่คือคำเตือนที่ชัดเจนว่า "สภาพอากาศสุดขั้ว" กำลังกลายเป็น "ความปกติใหม่" (New Normal) ที่ย้อนกลับมาคุกคามชีวิต สวัสดิภาพ และโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ และหากประชาคมโลกยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทรงพลังและทวีความรุนแรงเช่นนี้ ก็พร้อมจะหวนกลับมาสร้างความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอนาคต


แชร์
ฝนถล่มญี่ปุ่น หมื่นชีวิตติดในสนามบินนาริตะ - อังกฤษร้อนจัด ไฟป่าเผาวอด