
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า โดยกำหนดให้ค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย พร้อมลดภาระค่าไฟในช่วงการใช้ตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป เริ่มมีผลตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ทำให้ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยลดลงจาก 3.78 บาท เหลือ 3.69 บาทต่อหน่วย เมื่อนำไปรวมกับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที สำหรับงวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย จะส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดลงจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย โดยยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
นอกจากการปรับอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้าแล้ว กกพ. ยังทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยซึ่งยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หากมีการอยู่อาศัยอย่างถาวรต่อเนื่อง มีประวัติชำระค่าไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน และผ่านการตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามเงื่อนไขของการไฟฟ้าในพื้นที่
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. ครั้งที่ 31/2569 หรือครั้งที่ 1,021 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ได้พิจารณาข้อเสนอปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า รวมถึงการทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
ข้อเสนอทั้งสองส่วนผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 24–31 กรกฎาคม 2569 ก่อนที่ กกพ. จะมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้กับบิลค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือนกันยายน 2569
โครงสร้างใหม่ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้าทั้งกลุ่มที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และประเภท 1.1.1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงกลุ่มที่ติดตั้งมิเตอร์ขนาดเกิน 5 แอมแปร์ ได้แก่ ประเภท 1.2 ของ กฟน. และประเภท 1.1.2 ของ กฟภ.
สาระสำคัญคือการกำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรกไว้ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างยังทำให้ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยใหม่ลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย จาก 3.78 บาท เหลือ 3.69 บาทต่อหน่วย
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสาธารณะออกจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า โดยหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกในอัตรา 0.0634 บาทต่อหน่วย สำหรับการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป
หลังปรับโครงสร้าง อัตราค่าพลังงานไฟฟ้าสำหรับหน่วยที่ 201–400 จะลดลงจาก 4.2218 บาท เหลือ 4.1584 บาทต่อหน่วย ส่วนการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป จะลดลงจาก 4.4217 บาท เหลือ 4.3583 บาทต่อหน่วย โดยอัตราดังกล่าวยังไม่รวมค่าเอฟทีและภาษีมูลค่าเพิ่ม
เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยใหม่ที่ 3.69 บาทต่อหน่วย เข้ากับค่าเอฟทีสำหรับงวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย อัตราค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทจึงอยู่ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย ลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 3.95 บาทต่อหน่วย
กกพ. ยังเห็นชอบให้ปรับนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้ครอบคลุมสถานที่ซึ่งใช้ไฟฟ้าเพื่อการอยู่อาศัย แต่ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร จากเดิมที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มดังกล่าวอาจไม่เข้าเกณฑ์ตามนิยามเดิม
อย่างไรก็ตาม ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องพักอาศัยในสถานที่นั้นอย่างถาวรและต่อเนื่อง พร้อมมีประวัติการชำระค่าไฟฟ้าอย่างน้อย 6 เดือน รวมทั้งต้องติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และจัดทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามเงื่อนไขที่กำหนด
ภายหลังมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 สำนักงาน กกพ. ได้ตรวจทานรายละเอียดและส่งหนังสือแจ้งมติไปยังการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามโครงสร้างใหม่ตั้งแต่บิลประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป