
วันนี้ 15 กรกฎาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชนทั่วไป ควบคู่กับการดูแลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากอย่าง Data Center และภาคอุตสาหกรรมรับผิดชอบต้นทุนของตนเองอย่างเป็นธรรม โดยไม่ผลักภาระมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
ที่ประชุมเห็นชอบให้แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ค่าไฟถนน ออกจากอัตราค่าไฟที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และกำหนดอัตราสำหรับค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อเปิดทางให้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่ม Data Center ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct Power Purchase Agreement (DPPA) เงินที่ได้จากการปรับลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่ม หรือ Adder รวมถึงรายได้จากโครงการโซลาร์ชุมชน
เงินที่จัดเก็บได้จะนำมาใช้สนับสนุนค่าไฟฟ้าสาธารณะและช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยในระยะต่อไป
นายเอกนัฏระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงานให้มีการแข่งขันมากขึ้น และทำให้อัตราค่าไฟฟ้ามีความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยลดค่าไฟสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่ช่วงการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่หน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม
พร้อมกันนี้ จะนำต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ส่งผลให้ครัวเรือนทุกระดับการใช้ไฟฟ้าได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ไม่เฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ขยายคำนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมกิจการให้เช่าที่พัก เช่น บ้านเช่า หอพัก และอพาร์ตเมนต์ รวมถึงบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งปัจจุบันบางส่วนต้องใช้อัตราค่าไฟฟ้าประเภทชั่วคราวที่สูงกว่า
การปรับนิยามดังกล่าวจะเปิดทางให้ที่พักเหล่านี้สามารถใช้อัตราค่าไฟฟ้าเดียวกับบ้านอยู่อาศัย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เช่า โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้ใช้แรงงาน
ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายมาตรการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct PPA โดยเปิดให้ใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับบุคคลที่สาม หรือ Third Party Access (TPA) ครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด
มาตรการดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ประกอบการสามารถจัดหาและซื้อไฟฟ้าสะอาดจากผู้ผลิตได้โดยตรงผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยรองรับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวตามมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น
แนวทางนี้ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด และการปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าให้มีการแข่งขันเสรีมากขึ้น
ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับกิจการ Data Center แยกออกจากผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น เพื่อให้อัตราที่เรียกเก็บสะท้อนต้นทุนจริงจากความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากและต่อเนื่องของธุรกิจกลุ่มนี้
ต้นทุนดังกล่าวครอบคลุมทั้งค่าเชื้อเพลิงจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG เพิ่มเติม ตลอดจนเงินลงทุนเพื่อขยายและปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับความต้องการด้านความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบในระดับสูง
แนวทางนี้มีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการ Data Center รับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการใช้ไฟฟ้าของตนเองอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้ต้นทุนส่วนเพิ่มถูกผลักไปเป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ในกลุ่ม Data Center ต้องวางหลักประกัน หรือ Bond สำหรับการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อยืนยันความพร้อมและความตั้งใจลงทุนจริง ก่อนที่ภาครัฐจะลงทุนขยายระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของโครงการ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดความเสี่ยงจากการลงทุนขยายโครงข่ายเกินความจำเป็น หากโครงการไม่เกิดขึ้นจริงหรือใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าที่แจ้งไว้ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนถูกผลักไปเป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ Data Center ยังต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำควบคู่กัน เนื่องจากเป็นกิจการที่ใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อปริมาณน้ำในพื้นที่ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการแย่งชิงน้ำกับประชาชนและภาคการเกษตร
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบแนวทางแก้ปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้าราคาแพงที่ต่ออายุโดยอัตโนมัติ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
แนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กและรายเล็กมาก หรือ SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ที่มีเงื่อนไขต่ออายุสัญญาอัตโนมัติให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้สัญญาผูกพันต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนด
พร้อมกันนี้ จะปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในอัตรา 2.1579 บาทต่อหน่วย
ที่ประชุมมอบหมายให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งดำเนินการเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เพื่อปรับแก้เงื่อนไขในสัญญาตามแนวทางที่กำหนดต่อไป
ที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในอัตรา Feed-in Tariff หรือ FiT ที่ 2.1679 บาทต่อหน่วย ภายใต้สัญญาประเภท Non-Firm ระยะเวลา 25 ปี พร้อมกำหนดหลักการ 1 ตำบลต่อ 1 โครงการ เพื่อกระจายประโยชน์ไปยังหลายพื้นที่และลดการกระจุกตัวของโครงการ
นายเอกนัฏระบุว่า โครงการจะนำผลประโยชน์จากส่วนต่างราคามาช่วยลดค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกรายอย่างเท่าเทียม พร้อมปรับวิธีคัดเลือกผู้พัฒนาโครงการจากระบบ “ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน” มาเป็นการแข่งขันตามเกณฑ์คะแนนด้านคุณภาพ หรือ Competitive Scoring
นอกจากนี้ ผู้พัฒนาแต่ละรายจะได้รับสิทธิดำเนินโครงการรวมไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง
โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนยังมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ปลายสาย ด้วยการผลิตไฟฟ้าสะอาดใกล้แหล่งใช้ไฟ ซึ่งจะช่วยลดภาระและต้นทุนของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย