Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Caterpillar บ.รถขุด-เครื่องจักรก่อสร้าง รายได้พุ่งจาก AI ได้อย่างไร
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Caterpillar บ.รถขุด-เครื่องจักรก่อสร้าง รายได้พุ่งจาก AI ได้อย่างไร

28 ส.ค. 69
15:43 น.
แชร์

หากพูดถึงบริษัทที่ได้อานิสงส์จากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายคนคงนึกถึง Nvidia ผู้ผลิตชิป ผู้ผลิตหน่วยความจำ หรือบริษัทพลังงานไฟฟ้า และคงมีไม่กี่คนที่จะนึกถึง Caterpillar (แคทเธอร์พิลลาร์) ผู้ผลิตรถขุดและรถแทรกเตอร์สีเหลืองที่คุ้นตา ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลจากโลกของ AI แทบทุกมิติ แต่ Caterpillar กลับเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่กำลังทำเงินจากกระแส AI อยู่ในตอนนี้

หลายคนก็อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า รถขุด เครื่องจักรก่อสร้าง หรือเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของ Caterpillar จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างไร

คำตอบอยู่เบื้องหลังการเติบโตของ AI ที่ไม่ได้ต้องการเพียงชิปและเซิร์ฟเวอร์ แต่ยังต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์ อาคาร ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาลเพื่อรองรับการประมวลผล และเมื่อโลกกำลังเร่งลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ธุรกิจที่ Caterpillar ทำมานานกว่าศตวรรษก็เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่นี้ และได้รับประโยชน์จากคลื่นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

ผู้ผลิตรถขุดเบื้องหลังการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์

Caterpillar เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างและเหมืองแร่ เครื่องยนต์ดีเซลและก๊าซธรรมชาติ กังหันก๊าซอุตสาหกรรม และหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า โดยมีธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ Power & Energy (พลังงานและไฟฟ้า), Construction Industries (อุตสาหกรรมการก่อสร้าง) และ Resource Industries (อุตสาหกรรมทรัพยากร) โดยมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายอิสระทั่วโลกและบริการทางการเงินผ่าน Cat Financial เป็นส่วนสนับสนุนธุรกิจ

ธุรกิจที่คนทั่วไปคุ้นเคยที่สุด คือ Construction Industries ซึ่งผลิตเครื่องจักรสำหรับงานก่อสร้าง ทั้งรถขุด รถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรหนักประเภทต่าง ๆ ที่ตอนนี้กำลังได้รับอานิสงส์จาก AI เพราะเมื่อการลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น เครื่องจักรก็เข้าไปมีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ไปจนถึงงานก่อสร้างอาคาร ทำให้ความต้องการที่เกิดจาก AI ส่งผ่านมาถึงธุรกิจดั้งเดิมของ Caterpillar

แรงส่งจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สะท้อนให้เห็นชัด โดยในไตรมาส 2 ปี 2026 ธุรกิจ Construction Industries ของ Caterpillar มีรายได้เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของธุรกิจดังกล่าว มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 50%

Caterpillar ระบุว่า การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้างขนาดใหญ่ และดาต้าเซ็นเตอร์ ล้วนมีส่วนช่วยสนับสนุนระดับการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในช่วงดังกล่าว ทำให้ความต้องการเครื่องจักรไม่ได้มาจากภาคก่อสร้างแบบเดิมเพียงอย่างเดียว

ไม่ใช่แค่ขุดดิน แต่ขาย ‘พลังงาน’ ให้ AI ด้วย

ความเชื่อมโยงของ Caterpillar กับ AI ไม่ได้จบลงที่การขายเครื่องจักรเพื่อสร้างอาคาร เพราะอีกด้านหนึ่งของการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ คือ ความต้องการพลังงาน ซึ่ง Caterpillar มีธุรกิจอยู่เช่นกัน

ธุรกิจ Power & Energy ของ Caterpillar ผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องยนต์ และกังหันก๊าซสำหรับภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่ เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ต้องรองรับเซิร์ฟเวอร์และระบบประมวลผลจำนวนมาก ความต้องการด้านพลังงานจึงกลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของการลงทุนที่ต้องเกิดขึ้นควบคู่กัน

ในไตรมาส 2 ธุรกิจ Power & Energy มีรายได้เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อรวมกับธุรกิจ Construction Industries แล้ว ทั้งสองธุรกิจคิดเป็น 81% ของรายได้ทั้งหมดของ Caterpillar ในไตรมาสดังกล่าว ทำให้ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของ AI มีน้ำหนักค่อนข้างมากในผลประกอบการ

รายได้ทะลุ 20,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก

แรงส่งจากธุรกิจเหล่านี้ที่ได้อานิสงส์จาก AI เริ่มสะท้อนออกมาในผลประกอบการของปี 2026 โดยในไตรมาสแรก Caterpillar มีรายได้รวม 17,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จาก 14,200 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นมาจากยอดขายที่สูงขึ้น 2,300 ล้านดอลลาร์ และผลจากราคาขายที่ดีขึ้นอีก 426 ล้านดอลลาร์

กำไรต่อหุ้นในไตรมาสแรกอยู่ที่ 5.47 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 4.20 ดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) อยู่ที่ 5.54 ดอลลาร์ เทียบกับ 4.25 ดอลลาร์ แม้อัตรากำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 17.7% ลดลงเล็กน้อยจาก 18.1% ในไตรมาสแรกของปี 2025

จากนั้นในไตรมาส 2 ตัวเลขขยับขึ้นไปอีกระดับ รายได้รวมแตะ 20,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% จาก 16,600 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ Caterpillar ทำรายได้เกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว

ขณะที่กำไรต่อหุ้นเพิ่มจาก 4.62 ดอลลาร์เป็น 7.77 ดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นหลังปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) เพิ่มจาก 4.72 ดอลลาร์เป็น 8.17 ดอลลาร์ ส่วนอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มจาก 17.3% เป็น 20.9% สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านรายได้ แต่มาพร้อมกับความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นด้วย

คำสั่งซื้อทะลัก งานในมือแตะ 72,000 ล้านดอลลาร์

นอกจากตัวเลขที่เกิดขึ้นไปแล้ว อีกตัวเลขที่ทำให้ภาพการเติบโตของ Caterpillar น่าสนใจ คือ คำสั่งซื้อใหม่และงานในมือ ที่ช่วยให้เห็นว่าความต้องการเครื่องจักรและอุปกรณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในไตรมาสที่ผ่านมา

ในไตรมาส 2 ของปีนี้ Caterpillar มีคำสั่งซื้อใหม่มูลค่า 9,400 ล้านดอลลาร์ ส่งให้งานในมือ (backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 72,100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และบางคำสั่งซื้อมีระยะเวลายาวไปถึงปี 2030

ผู้บริหารของ Caterpillar ระบุว่า อัตราการสั่งซื้อและงานในมือที่เพิ่มขึ้นสะท้อนโมเมนตัมที่กำลังขยายตัวไปในทั้ง 3 ธุรกิจหลัก และการเติบโตของยอดขายในไตรมาสดังกล่าวก็ทำให้ Caterpillar ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของยอดขายและรายได้ในปี 2026 เป็นระดับเลขสองหลักช่วงกลางถึงสูง จากเดิมที่คาดการณ์เมื่อเดือนเมษายนว่าจะเติบโตในระดับเลขสองหลักช่วงต่ำถึงกลาง

เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มเจอแรงต้าน

อย่างไรก็ตาม การที่ Caterpillar ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI ก็หมายความว่า Caterpillar ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากทิศทางของโครงการเหล่านี้ด้วย โดยในสหรัฐฯ เริ่มมีแรงต่อต้านการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงความพยายามของรัฐบาลท้องถิ่นบางพื้นที่ที่จะเข้มงวดกับการก่อสร้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI

ประเด็นนี้ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะความเสี่ยงต่อ Caterpillar เพราะธุรกิจ Power & Energy เชื่อมโยงกับความต้องการด้านพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง ขณะที่ Construction Industries ก็ได้รับแรงส่งจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ หากขั้นตอนการอนุมัติโครงการเข้มงวดขึ้น หรือโครงการก่อสร้างบางส่วนต้องล่าช้าหรือถูกยกเลิก ความต้องการเครื่องจักรและอุปกรณ์พลังงานที่ Caterpillar กำลังได้รับประโยชน์อยู่ก็อาจชะลอลงตามไปด้วย และจะทำให้แรงส่งจาก AI ต้องพึ่งพาปัจจัยอื่นของธุรกิจมากขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่ Caterpillar และนักลงทุนต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ว่าเหล่าบิ๊กเทคจะยังคงเดินหน้าทุ่มเงินลงทุนด้าน AI ต่อไปหรือไม่ แต่รวมถึงว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นปลายทางของเงินลงทุนเหล่านั้นจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้เร็วเพียงใด

.

อ้างอิง : Caterpillar [1], Caterpillar [2], Caterpillar [3], Reuters, Bloomberg

แชร์
Caterpillar บ.รถขุด-เครื่องจักรก่อสร้าง รายได้พุ่งจาก AI ได้อย่างไร