
นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ อดีตกรรมการ กสม. ในฐานะอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา กล่าวบนเวทีสัมมนาทางวิชาการ "วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก" ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่า การมีองค์กรอิสระ จะต้องเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร และฝ่ายการเมือง แต่กรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่วุฒิสภาต้องเห็นชอบนั้น วุฒิสภาเองก็ยังมีที่มา ที่มาจากการเลือกกันเองอย่างวิบัติ ดังนั้น ถ้าวุฒิสภา ยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ กลั่นกรองกฎหมายไม่ได้ หน้าที่อื่น ๆ ก็ไม่ต้องคาดหวัง และวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกกันเองชุดนี้ ก็มีข้อสังเกตตั้งแต่ต้นว่า ฮั้วกันเอง และคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของ กกต.จนถึงวันนี้ (28 ส.ค.) ดังนั้น ปัญหาขององค์กรอิสระ ที่มาจากวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระปัจจุบัน อย่าง กกต.ที่ปัจจุบัน 4 ใน 7 มาจากวุฒิสภาชุดนี้ กกต.จะมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็เป็นเรื่องอนาคต ถ้ายกคำร้อง ก็เชื่อว่า จะเกิดปัญหาต่อมา
นายวัส ยังเห็นว่า ปัญหาขององค์กรอิสระ มีมากขึ้น อย่างในกรณีของการตรวจสอบการทำหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช.ก็ยังมีคำร้องของฝ่ายค้าน ที่ค้างอยู่ที่ประธานรัฐสภา ยังไม่ส่งคำร้องของฝ่ายค้านไปยังศาลฎีกา เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการยกคำร้องการตรวจสอบนายศักดิ์สยามชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ซึ่งปัจจุบันประธานรัฐสภา ใช้เวลาเกือบ 3 เดือนแล้ว ก็น่าจะมีปัญหาแล้ว เพราะเวลานานเกินไปแล้ว ถ้าประธานรัฐสภา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ก็สามารถฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบได้ และฝ่ายค้านยังสามารถฟ้องเอาผิดการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้เช่นกัน
นายวัส ยังเห็นว่า การสรรหาองค์กรอิสระ ควรมีคณะกรรมการสรรหาที่มีความหลากหลาย ตามที่นายบวรศักดิ์ อุววณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และจะต้องให้ผู้สมัครเข้ารับการสรรหา ยืนยันตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และมีความกล้าหาญในการทำหน้าที่ และในการแสดงวิสัยทัศน์เข้ารับการสรรหา จะต้องถ่ายทอดสดด้วย แต่จะต้องไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง
ส่วนที่มาของวุฒิสภานั้น นายวัส เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาวิปริต หากไม่ฮั้วกัน ไม่รวมหัวกัน ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเลือก เช่น อย่างกรณีที่มีผู้รับสมัครที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้พิพากษา ยังตกรอบการคัดเลือก มาไม่ถึงระดับประเทศ ดังนั้น ตนจึงมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ระบบเลือก สว.แบบนี้ ไปต่อไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอน
Advertisement