Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"มหาหมี" แจงปมใบตราตั้งเจ้าอาวาสปี35-41 ไม่ตรงกัน ยันแต่งตั้งชอบตามกม.

"มหาหมี" แจงปมใบตราตั้งเจ้าอาวาสปี35-41 ไม่ตรงกัน ยันแต่งตั้งชอบตามกม.

28 ส.ค. 69
18:21 น.
แชร์

"มหาหมี" ชี้แจง ปมใบตราตั้งเจ้าอาวาสปี 35-41 ไม่ตรงกัน แจงวัดมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 2492 ยันกระบวนการแต่งตั้งชอบตามกฎหมาย

(28 ส.ค. 2569) ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม หรือ มหาหมี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างจาก นายวรเดช ช่างบุ ที่ปรึกษาผู้จัดการมรดกของ นางบัวไข สรสมุทร ทายาทของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ที่พบว่ามีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ปี 2535 แต่กลับมีประกาศตั้งวัดในปี 2541 ว่าวัดไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2541 หรือปี 2533 ซึ่งเป็นปีที่ขออนุญาตตั้งวัด แต่มีประวัติความเป็นมายาวนานมาตั้งแต่ปี 2492

มหาหมี กล่าวว่า ในปี 2492 หลวงพ่อพระครูอดุลสารนิเทศ หลวงพ่อพุทธ กันตาจาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดตราซู จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาและพระนักปฏิบัติ มีชาวบ้านเข้ามาปฏิบัติกรรมฐานกับท่านเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะหาสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมและนั่งกรรมฐานที่มีความสงบและเหมาะสม จนพบพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่ดินของนายเฮียง จึงขออนุญาตนำญาติโยมเข้าไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ และเดินจงกรม โดยมีพระเข้ามาพักอาศัยเป็นช่วงๆ

จากนั้นมีพระที่เป็นตัวแทนของหลวงพ่อเข้ามาดูแลพื้นที่ดังกล่าวสืบต่อกันมา รวม 4 รูป ตั้งแต่ปี 2492 จนถึงปี 2533 มหาหมี อธิบายว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากคำสั่งมหาเถรสมาคมปี 2530 ที่ห้ามพระภิกษุสามเณรอยู่จำพรรษาในสถานที่ที่ยังไม่ได้สร้างหรือจัดตั้งเป็นวัด ทำให้เกิดปัญหาว่าพระที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมและพักค้างในพื้นที่ของนายเฮียงจะดำเนินการอย่างไร

ต่อมาเจ้าคณะจังหวัดจึงมีแนวทางว่า หากจะให้พระอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จะต้องดำเนินการสร้างและตั้งวัดให้ถูกต้อง จึงนำไปสู่การนิมนต์ หลวงพ่อพุทธ เข้ามาดำเนินการตั้งแต่ปี 2492 ส่วนหลวงพ่อสุพัตร์ ฐิตวํโส เป็นพระอีกรูปหนึ่งและเป็นลูกศิษย์

เมื่อ หลวงพ่อสุพัตร์ ฐิตวํโส เข้ามาในปี 2533 ทางจังหวัดได้ประชุมและมีแนวทางให้ดำเนินการตั้งวัด จึงให้นายเฮียงไปออกโฉนดที่ดินและนำมาถวาย โดยมีการทำหนังสือตกลงเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2533 และต่อมาในปีเดียวกัน นายเฮียงได้นำโฉนดไปถวายหลวงพ่อเพื่อใช้ในการดำเนินการตั้งวัด

มหาหมี กล่าวว่า นายเฮียงเสียชีวิตในปี 2533 ก่อนที่ในปี 2535 จะมีการดำเนินการเกี่ยวกับการตั้งวัด โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการตั้งหลวงพ่อสุพัตร์ ฐิตว์โส ให้เป็นประธานที่พักสงฆ์ สาเหตุที่มีการตั้งประธานที่พักสงฆ์ เนื่องจากในขณะนั้นสถานที่ดังกล่าวยังไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคล และก่อนหน้านั้นมีประธานที่พักสงฆ์สืบทอดกันมาแล้ว 4 รูป หลวงพ่อสุพัตร์ ฐิตว์โส จึงเป็นรูปที่ 5

ขณะเดียวกัน ในปี 2535 มีหนังสือจากนายอำเภอแจ้งว่า จากการที่ชาวบ้านขอตั้งและขอสร้างวัดได้รับอนุญาตแล้ว จึงให้ดำเนินการก่อสร้างตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งให้ดำเนินการสรรหาพระที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสแนบไปด้วย

มหาหมี กล่าวว่า ประกอบกับคำสั่งมหาเถรสมาคมในช่วงปี 2533 ที่กำหนดไม่ให้พระอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่ได้ตั้งวัด ทำให้เจ้าคณะจังหวัดต้องดำเนินการตั้งประธานที่พักสงฆ์ขึ้น ขณะที่ในช่วงเวลานั้นแบบฟอร์มสำหรับการแต่งตั้งมีเพียงแบบฟอร์มเดียว ทั้งแบบการตั้งเจ้าอาวาสและการตั้งไวยาวัจกร จึงมีการใช้แบบฟอร์มดังกล่าวในการแต่งตั้ง เพื่อให้หลวงพ่อสุพัตร์ ฐิตวํโส ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการตั้งวัดอย่างถูกต้อง

จากนั้นตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2541 จึงมีการดำเนินการจนกระทั่งวัดมีสถานะเป็นนิติบุคคลในปี 2541 โดยมหาหมีระบุว่า ใบตราตั้งดังกล่าวเป็นการตั้งที่ชอบแล้ว จึงไม่ได้มีการแต่งตั้งใหม่ และใช้ใบตราตั้งเดิมต่อเนื่อง โดยถือเสมือนว่ามีผลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2541 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

มหาหมี ระบุว่า กระบวนการแต่งตั้งดังกล่าวอยู่ในอำนาจของเจ้าคณะจังหวัด ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 ข้อ 15 (1) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบัญชาการคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ และคำสั่ง รวมถึงอำนาจการปกครองคณะสงฆ์ตามมาตรา 22 อนุ 2 ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าคณะจังหวัด

ส่วนกระบวนการเกี่ยวกับที่ดิน มหาหมี กล่าวว่า เมื่อกระบวนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสหรือประธานที่พักสงฆ์ รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดดำเนินการโดยชอบแล้ว และกฎหมายสงฆ์ไม่ได้ขัดกับประมวลกฎหมายที่ดิน สำนักงานที่ดินและอธิบดีกรมที่ดินจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 84 โดยระบุว่าไม่มีกระบวนการใดที่ต้องยุติหรือขัดแย้งกับมาตรา 84 และกระบวนการดังกล่าวถือว่ายุติแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนในการดำเนินการต่อไป

สำหรับข้อสงสัยว่าการโอนที่ดินจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากทายาทของเจ้าของที่ดินหรือไม่ มหาหมี อธิบายว่า กฎกระทรวงปี 2559 กำหนดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์และทายาทดำเนินการโอนภายใน 90 วัน แต่หากไม่ดำเนินการ ยังสามารถอาศัยอำนาจตามกฎกระทรวง รวมถึงหนังสือที่นายเฮียงทำไว้กับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งระบุความยินยอมว่า หากเจ้าของที่ดินไม่ดำเนินการโอน ก็ยินยอมให้นายอำเภอดำเนินการตามเวลาที่กำหนด

มหาหมี ระบุว่า ข้อความดังกล่าวหมายความว่าอำนาจในการดำเนินการสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องรอทายาท โดยแยกระหว่าง "สิทธิ" กับ "หน้าที่" โดยทายาทไม่มีสิทธิในการรับที่ดินดังกล่าวแล้ว แต่มีหน้าที่ในการดำเนินการโอน หากไม่ดำเนินการ นายอำเภอ เจ้าพนักงานที่ดิน อธิบดีกรมที่ดิน หรือผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 84 เพื่อดำเนินการต่อได้

ทั้งนี้ มหาหมี กล่าวว่า หากท้ายที่สุดมีข้อขัดแย้ง ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการศาลเพื่อหาข้อยุติได้ แต่ในมุมข้อกฎหมายที่อธิบายไว้ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องฟ้องศาล เนื่องจากกฎหมายให้อำนาจฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้อยู่แล้ว

Advertisement

แชร์
"มหาหมี" แจงปมใบตราตั้งเจ้าอาวาสปี35-41 ไม่ตรงกัน ยันแต่งตั้งชอบตามกม.