
GalaxySpace บริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์จากกรุงปักกิ่ง เปิดฉากรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการส่งดาวเทียมคิวบ์แซต “Lingzhi-09 Thailand” ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการส่งออกดาวเทียมแบบเบ็ดเสร็จพร้อมใช้งานครั้งแรกของจีนในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนความพยายามขยายอิทธิพลด้านอวกาศของจีนในต่างประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันกับ SpaceX ของอีลอน มัสก์
ดาวเทียมดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้แก่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ของไทย ก่อนถูกปล่อยขึ้นขึ้นสู่อวกาศพร้อมกับดาวเทียมอีก 6 ดวง โดยใช้จรวดลองมาร์ช-6ซี จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมไท่หยวน มณฑลซานซี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ภารกิจหลักคือเก็บข้อมูลการสำรวจระยะไกลสำหรับการประยุกต์ใช้ด้านที่ดิน การเกษตร และระบบนิเวศ รวมถึงสนับสนุนการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยในไทย
ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการส่งมอบตัวดาวเทียม แต่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา การปล่อย การนำดาวเทียมเข้าประจำการในวงโคจร ระบบภาคพื้นดิน ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากร แสดงให้เห็นว่าบริษัทอวกาศจีนกำลังเปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การขายบริการและระบบนิเวศครบวงจร
อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการขยายตลาดของบริษัทดาวเทียมจีนยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญจากต้นทุนและขีดความสามารถในการปล่อยจรวด ซึ่งยังตามหลัง SpaceX อยู่มาก
GalaxySpace ระบุว่า ภารกิจ Lingzhi-09 Thailand นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนรับผิดชอบตั้งแต่การพัฒนา ปล่อย และนำดาวเทียมทั้งระบบขึ้นประจำการในวงโคจรให้แก่ลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรูปแบบแพ็กเกจเดียว แสดงถึงความสามารถในการให้บริการแบบบูรณาการตั้งแต่การส่งมอบดาวเทียม การดำเนินงาน ไปจนถึงการถ่ายทอดความรู้
GalaxySpace ซึ่งเป็นยูนิคอร์นรายแรกในภาคอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีน ได้จัดหาโซลูชันให้แก่ GISTDA ครอบคลุมทั้งตัวยานอวกาศ ระบบภาคพื้นดิน และการฝึกอบรมบุคลากร โดยเจ้าหน้าที่ไทยเดินทางไปรับการฝึกอบรมในจีน ก่อนที่ GalaxySpace จะส่งทีมงานมายังประเทศไทยเพื่อช่วยก่อสร้างและทดสอบระบบภาคพื้นดิน
ดาวเทียมคิวบ์แซตดวงนี้จะเก็บข้อมูลการสำรวจระยะไกลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในงานด้านที่ดิน การเกษตร และระบบนิเวศ ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำหรับการฝึกปฏิบัติของนักศึกษามหาวิทยาลัยในไทย ทำให้โครงการครอบคลุมทั้งการใช้งานดาวเทียมและการพัฒนาบุคลากร
หยาง ควาน รองศาสตราจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีปักกิ่ง และรองผู้อำนวยการสถาบันนโยบายและกฎหมายการบินและอวกาศ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Financial News ว่า บริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนกำลังเปลี่ยนจาก “การส่งออกผลิตภัณฑ์” ไปสู่ “การส่งออกบริการและระบบนิเวศ” โดยนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาพัฒนาเป็นบริการแบบครบวงจรสำหรับตลาดต่างประเทศ
การส่งมอบดาวเทียมให้ไทยมีขึ้นในจังหวะที่อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนกำลังเร่งสร้างเครือข่ายกลุ่มดาวเทียมและขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อแข่งขันกับโครงการ Starlink ของ SpaceX โดยบริษัทจีนหลายแห่งเริ่มเข้าไปให้บริการ สำรวจตลาด และทดลองเทคโนโลยีในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
หนึ่งในนั้นคือ SpaceSail บริษัทจากนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเพิ่งปิดรอบระดมทุนมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ของอุตสาหกรรมดาวเทียมจีน บริษัทได้รับอนุมัติให้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมในบราซิลแล้ว และกำลังสำรวจโอกาสขยายธุรกิจไปยังตลาดอื่น ๆ รวมถึงมาเลเซีย ไทย และคาซัคสถาน
ขณะที่ Geespace บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Geely ได้ร่วมทดลองระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในกว่า 20 ประเทศ ครอบคลุมตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง เอเชียใต้ และลาตินอเมริกา
สำหรับ GalaxySpace ไทยถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ขยายตลาดต่างประเทศเช่นกัน ปีเตอร์ หวง ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัท ระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า GalaxySpace กำลังทำงานร่วมกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมและบริษัทอวกาศในไทย รวมถึงประเทศอื่น ๆ เพื่อทดสอบเทคโนโลยีและค้นหารูปแบบการใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ตลาด
GalaxySpace ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 และปล่อยยานอวกาศไปแล้วมากกว่า 40 ลำ ณ ช่วงต้นปีนี้ ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น A-share ของจีนภายในปีนี้ เช่นเดียวกับบริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์อีกนับสิบแห่ง อาทิ LandSpace, Galactic Energy และ Spacety ซึ่งกำลังมองหาแหล่งเงินทุนจากตลาดทุนจีนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
แม้อุตสาหกรรมการผลิตดาวเทียมของจีนจะพัฒนาไปค่อนข้างมาก แต่ความสามารถในการส่งออกยังถูกจำกัดด้วยปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะจำนวนจรวดและบริการปล่อยดาวเทียมที่มีต้นทุนเข้าถึงได้
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมรายหนึ่งให้ข้อมูลแก่ SCMP ว่า การขาดแคลนบริการปล่อยดาวเทียมราคาประหยัดกำลังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของภาคการผลิตดาวเทียมจีน
รายงานของ Mercator Institute for China Studies ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่า บริการปล่อยดาวเทียมบางส่วนของจีนอาจมีต้นทุนประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อน้ำหนักบรรทุก 1 กิโลกรัม สูงกว่าต้นทุนของจรวด Falcon 9 แบบนำกลับมาใช้ใหม่ของ SpaceX ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2,700-3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัมอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม จีนกำลังเร่งลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีจรวดกับสหรัฐฯ โดยล่าสุด LandSpace บริษัทพัฒนาจรวดเอกชนของจีน ประสบความสำเร็จในการนำจรวด Zhuque-3 ขั้นแรกลงจอดและกู้คืนบนพื้นดินในเดือนนี้ นับเป็นครั้งแรกที่จีนสามารถกู้คืนจรวดขั้นแรกสำหรับภารกิจสู่วงโคจรบนภาคพื้นดินได้สำเร็จ
ความสำเร็จของ LandSpace เกิดขึ้นหลังจากจีนเพิ่งกู้คืนจรวด Long March-10B ขั้นแรก ซึ่งพัฒนาโดยภาครัฐ กลับจากทะเลได้สำเร็จด้วยการใช้ตาข่ายรองรับเมื่อเดือนก่อน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทอวกาศจีนลดต้นทุนการปล่อยดาวเทียม และเพิ่มขีดความสามารถในการนำเสนอบริการอวกาศแบบครบวงจรแก่ลูกค้าในต่างประเทศมากขึ้น
อ้างอิง: SCMP