
(23 ก.พ. 2569) ภายหลังที่มีการ ปล่อยดาวเทียม KNACKSAT-2 ของประเทศไทย เข้าสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จที่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้
ล่าสุด NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01.02 น. สถานีภาคพื้นดินของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT สามารถรับสัญญาณดาวเทียม KNACKSAT-2 ได้เป็นครั้งแรก หลังจากดาวเทียมถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 15:55 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สัญญาณนี้นับเป็นสัญญาณแรกของดาวเทียม KNACKSAT-2 ที่ส่งกลับมายังภาคพื้นดินและมีสถานีที่ทำการสังเกตการณ์รับได้ สำหรับข้อมูลชุดแรกที่ทาง NARIT รับได้นี้ ประกอบด้วย ชุดสัญญาณบีคอนโทรมาตร 11 ชุด (Telemetry Beacon) ที่สามารถถอดรหัสและทราบข้อมูลภายในของดาวเทียม KNACKSAT-2 ได้ เช่น ข้อมูลแบตเตอรี่ และโซลาร์เซลล์ ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าระบบพลังงานของดาวเทียมเริ่มกลับมาทำงานแล้ว
ต่อมาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงเวลา 00:15 น. และ 01:51 น. สถานีภาคพื้นดินของ NARIT สามารถรับสัญญาณจากดาวเทียม KNACKSAT-2 ได้อีกครั้ง รวมเป็นข้อมูลจำนวน 14 ชุด โดยในบรรดาสัญญาณเหล่านั้นมีสัญญาณบีคอนโทรมาตร 7 ชุด รายงานสถานะระบบของดาวเทียม และ สัญญาณ Telemetry ตอบกลับจากการสั่งการบนพื้นโลก หรือ การ Telecommand แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนี้ NARIT จะยังมีบทบาทในการสังเกตการณ์ และรับสัญญาณบีคอนโทรมาตร (Telemetry Beacon) ย่านความถี่ UHF เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบสถานะเบื้องต้นภายในดาวเทียมต่อไป โดยที่ผู้ควบคุมภารกิจหลักคือ ทีม KNACKSAT-2 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)
ดาวเทียมดวงนี้ ถูกพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับบริษัท NBSpace และ Kyushu Institute of Technology เป็นดาวเทียมที่พัฒนาโดยคนไทย และใช้วัสดุในประเทศกว่า 98%
KNACKSAT-2 เป็นดาวเทียมขนาดเล็กแบบ CubeSat ขนาด 3U (30x10x10 เซนติเมตร) ที่จะถูกนำส่งจากสถานีอวกาศนานาชาติ เข้าสู่วงโคจรสูงประมาณ 400 กิโลเมตรจากพื้นดิน โดยมีแนวคิดให้เป็นดาวเทียมแบบ Ride-Sharing ที่เปิดให้หน่วยงานต่างๆ สามารถส่งเพยโหลดไปสู่อวกาศได้
Advertisement