
แม้ Anthropic จะยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่กระแสคาดการณ์ในหมู่นักลงทุนเริ่มชี้ว่า ผู้พัฒนา Claude อาจแซง SpaceX ของอีลอน มัสก์ ขึ้นแท่นบริษัทที่มีดีล IPO ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งปี 2569 ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่บริษัทจะนำหุ้นเข้าซื้อขายภายในไตรมาส 4
แรงหนุนสำคัญมาจากรายได้ของ Anthropic ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรายได้เมื่อคำนวณเป็นอัตราต่อปี หรือ annual revenue run rate ของ Anthropic ทะลุ 65,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจาก 47,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม และประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2568 ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก Claude coding agent ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนักพัฒนาและลูกค้าองค์กร
อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังครองตำแหน่ง IPO ใหญ่ที่สุดของปีในขณะนี้ หลังนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq เมื่อเดือนมิถุนายน โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดล่าสุดอยู่ที่ 1.93 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ Anthropic มีมูลค่าประเมินประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์
ส่วน OpenAI ซึ่งอาจเข้าตลาดหุ้นภายในปีนี้เช่นกัน กลับไม่ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในตัวเต็งจากข้อมูลของ Polymarket
สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รายได้ของ Anthropic เมื่อคำนวณเป็นอัตราต่อปีทะลุ 65,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยบริษัทเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวต่อนักลงทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานข้อมูลทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Bloomberg เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานความเคลื่อนไหวนี้
Revenue run rate เป็นตัวชี้วัดที่นำยอดขายในปัจจุบันมาคำนวณเป็นประมาณการรายได้ตลอดทั้งปี ตัวเลขล่าสุดจึงสะท้อนว่า Anthropic กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากระดับ 47,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม และประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2568
Anthropic ยังประเมินว่ารายได้ในปี 2571 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 190,000-200,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมูลค่าบริษัทเมื่อเสนอขายหุ้น IPO หลังจากบริษัทยื่นเอกสารขอเสนอขายหุ้นเป็นการลับตั้งแต่ช่วงต้นปี และกำลังแข่งขันกับ OpenAI เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด ท่ามกลางความต้องการลงทุนในบริษัท AI ที่อยู่ในระดับสูง
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก Claude coding agent ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักพัฒนา และช่วยดึงดูดรายได้จากลูกค้าองค์กรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Anthropic ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทแนวหน้าของอุตสาหกรรม AI
ก่อนหน้านี้ Anthropic ระดมทุนได้ 65,000 ล้านดอลลาร์ในรอบ Series H เมื่อเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 965,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าสองเท่าจากระดับ 380,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ข้อมูลการซื้อขายหุ้นบริษัทเอกชนของ Yahoo Finance ประเมินมูลค่าปัจจุบันของ Anthropic ไว้ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน SpaceX กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่หุ้นละ 135 ดอลลาร์ โดยเสนอขายทั้งหมด 555.6 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าบริษัท 1.78 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อนนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มิถุนายน
หุ้น SpaceX เริ่มซื้อขายที่ราคาประมาณ 150 ดอลลาร์ ก่อนปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงซื้อของนักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อย และปิดการซื้อขายวันแรกที่ 160.95 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19.2% จากราคา IPO ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทพุ่งแตะ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ทันที
ราคาหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดประมาณ 225 ดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่หลังจากนั้นกลับร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 104 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม หรือ lockup period รวมถึงแผนการใช้จ่ายลงทุนของบริษัท
ทอม เอสเซย์ ผู้ก่อตั้ง Sevens Report Research กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเดิมพันสวนทางกับอีลอน มัสก์ พิสูจน์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด โดยเขายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SpaceX ในระยะยาว แต่เตือนว่านักลงทุนต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนระหว่างทาง
ล่าสุด หุ้น SpaceX ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 146 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทอยู่ที่ 1.93 ล้านล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก Polymarket สะท้อนว่า โอกาสที่ Anthropic จะขึ้นแท่นเจ้าของดีล IPO ใหญ่ที่สุดแห่งปี 2569 กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไล่ตาม SpaceX มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงความเป็นไปได้ที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นช่วงไตรมาส 4
อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังคงครองตำแหน่งดังกล่าวในขณะนี้ และมีมูลค่าตามราคาตลาดเกือบสองเท่าของ Anthropic โดย SpaceX มีมูลค่าอยู่ที่ 1.93 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าของ Anthropic ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์
ขณะที่ OpenAI คู่แข่งรายสำคัญของ Anthropic ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 894,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายในปีนี้ กลับไม่ปรากฏชื่อในข้อมูลของ Polymarket ในฐานะตัวเต็งที่จะครองตำแหน่ง IPO ใหญ่ที่สุดแห่งปี
อ้างอิง: Reuters, Yahoo Finance