Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
วอลล์สตรีทไม่ปลื้ม หลังบ.เทคทุ่มหนักให้ AI แต่ทำเงินได้ไม่คุ้มทุน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

วอลล์สตรีทไม่ปลื้ม หลังบ.เทคทุ่มหนักให้ AI แต่ทำเงินได้ไม่คุ้มทุน

3 ส.ค. 69
13:31 น.
แชร์

อาทิตย์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งวงการเทคโนโลยี และตลาดการเงินโลก เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Meta, Google, Apple และ Amazon ทยอยประกาศผลประกอบการ พร้อมอัปเดตสถานะทางการเงินกับวอลล์สตรีท

แม้ผลประกอบการของแต่ละบริษัทจะออกมาแตกต่างกัน แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างชัดเจน นั่นคือ ทุกบริษัทยังคงเดินหน้าทุ่มเงินมหาศาลเข้าสู่สนาม AI อย่างต่อเนื่อง จนเม็ดเงินลงทุนรวมของอุตสาหกรรมกำลังพุ่งเข้าใกล้ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (32.5 ล้านล้านบาท)


คำถามที่เกิดขึ้นคือ เราทุ่มเงินให้กับ AI ขนาดนี้ แต่ AI กำลังสร้างผลตอบแทนคุ้มกับเงินที่ลงไปจริง ๆ ไหม?

AI มีโมเดลสุดล้ำ แต่เงินเริ่มจม

จำกันได้ไหมเมื่อปี 2565 ที่ Chatgpt จุดกระแส AI ให้กับทั่วโลก เหล่าบริษัทเทคโนโลยีเกือบทุกแห่งต่างแข่งกันเร่งพัฒนา Chatbot ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Meta AI, Gemini, Rufus หรือแม้แต่ Siri ในเวอร์ชั่นใหม่ของ Apple แต่ถ้ามองในมุมของธุรกิจ เครื่องมือพวกนี้ยังไม่สามารถสร้างรายได้ได้ดีมากถ้าเทียบกับต้นทุนการพัฒนา และค่าใช้จ่ายในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สูงมาก ๆ เช่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่ลงทุนด้าน AI หนักสุด ๆ ที่แม้ว่าจะมีรายได้รวมสูงถึง 118,000 ล้านดอลลาร์ (3.8 ล้านล้านบาท) ก็ตาม แต่กระแสเงินสดอิสระติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ ฝั่ง Meta ก็เจอสถานการณ์ที่ไม่ต่างกัน โดยมีกระแสเงินสดอิสระเหลือเพียง 784 ล้านดอลลาร์ (25,000 ล้านบาท) จากรายได้ 61,000 ล้านดอลลาร์ (1.98 ล้านล้านบาท) เพราะแผนก Reality Labs ที่รับผิดชอบด้าน AI และเทคโนโลยีขาดทุนเกือบ 9,000 ล้านดอลลาร์ (2 ล้านล้านบาท) นี่แค่เฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หรือพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า บริษัทเทคโนโลยียังหาเงินจาก AI ได้ไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนมหาศาลที่ลงทุนลงไป

ไอเดียพอแล้ว วอลล์สตรีทย้ำขอกำไร

ตัวเลขพวกนี้นี่แหละที่ทำให้นักลงทุนในวอลล์สตรีทเริ่มตั้งคำถามว่า “ถึงเวลาหรือยังที่บริษัทเทคโนโลยีจะต้องแสดงผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าการพูดถึงอนาคตอย่างเดียว” ทำให้มุมมองของตลาดเลยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย

ฝ่ายเริ่มหมดความอดทน

มีนักลงทุนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยว่า AI จะสร้างผลตอบแทนได้ในอนาคต เพราะตอนนี้ยังไม่เคยมีใครสามารถระบุได้ชัดเจนสักทีว่าเมื่อไหร่ เช่น Meta ที่กำลังเจอแรงกดดันอย่างมากหลังมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก พูดเกี่ยวกับ AI Agent ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ และเปิดแผนท่จะเอาผลิตภัณฑ์นี้ไปขายภาพธุรกิจทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์จริง ๆ ออกมา พร้อมยังไม่มีกำหนดเปิดตัวที่ชัดเจน แต่บริษัทกลับเพิ่มงบลงทุนด้าน AI ในปีนี้กว่า 140,000 ล้านดอลลาร์ (4.5 ล้านล้านบาท) ทำให้ตลาดตั้งคำถามกับความคุ้มค่าของการลงทุน และราคาหุ้น Meta ที่ปรับตัวลงเกือบแตะระดับต่ำสุดในรอบปี

ฝ่ายที่พร้อมลงทุนถ้ามีผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง

ในอีกฝั่งหนึ่งเห็นต่าง โดยพวกเขามองว่า ถ้าบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่า AI เริ่มสร้างรายได้ได้จริง นักลงทุนก็พร้อมตอบรับทันที เช่น Microsoft ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนหลังผลประกอบการเผยให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุน AI กว่า 190,000 ล้านดอลลาร์ (6.2 ล้านล้านบาท) เริ่มสร้างผลตอบแทนทั้งจากการเติบโตของธุรกิจ และการใช้งานเครื่องมือ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันทาง Amazon ที่แม้จะมีกระแสเงินสดติดลบ และเตรียมลงทุน AI เพิ่มอีก 220,000 ล้านดอลลาร์ (7.2 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ แต่ธุรกิจหลักด้านอื่นยังสร้างผลประกอบการแข็งแกร่งจนช่วยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบสองเดือนได้

ตลาด AI ยังคงโตอยู่ และบริษัทเริ่มหาทางเก็บเงินจากผู้ใช้

อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะยังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกในระดับเดียวกับอินเทอร์เน็ต แต่ความต้องการใช้งานกลับยังคงเติบโตเรื่อย ๆ อย่าง Google ที่เผยว่า Gemini มีผู้ใช้งานประจำต่อเดือนสูงถึง 950 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน

ในขณะเดียวกัน Apple มียอดขาย Mac, iPhone และ iPad สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จนบริษัทต้องออกมาเตือนว่าอาจไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันความต้องการ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการจัดหาไมโครชิป

นอกจากนี้ ทิม คุก ยังเชื่อมั่นกับ Siri เวอร์ชันใหม่ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก Gemini พร้อมประกาศแผนเตรียมเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานระบบ Siri AI แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งนี่อาจเป็นก้าวสำคัญของ Apple ในการเปลี่ยนฐานผู้ใช้งานจำนวนมากให้กลายเป็นรายได้จาก AI จริง ๆ

สรุปว่าตลาด AI ตอนนี้ไม่ได้แข่งแค่ใครพัฒนาได้ดีกว่ากัน แต่เริ่มไปเจาะด้านใครจะเปลี่ยนเงินลงทุนให้เป็นรายได้ได้จริง ๆ ก่อนกัน เรพาะตลาดทุนไม่ได้ปฏิเสธ AI แต่แค่กำลังเตือนว่า การมีวิสัยทัศน์เพียงอย่างเดียว อาจไม่พออีกต่อไปกับเศรษฐกิจตอนนี้ แล้วยิ่งหลังจากที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุ่มเงินเข้าใกล้ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ (32.5 ล้านล้านบาท) สิ่งที่นักลงทุนรอเห็นไม่ใช่แค่เดโมตัวใหม่ หรือคำสัญญาในอนาคต แต่คือหลักฐานว่า AI จะสามารถสร้างธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง

แชร์
วอลล์สตรีทไม่ปลื้ม หลังบ.เทคทุ่มหนักให้ AI แต่ทำเงินได้ไม่คุ้มทุน