Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เมื่อพรรคขวากลางแพ้ขวาจัดในเยอรมนี วิกฤตเศรษฐกิจ-ผู้อพยพมีผลอย่างไร?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เมื่อพรรคขวากลางแพ้ขวาจัดในเยอรมนี วิกฤตเศรษฐกิจ-ผู้อพยพมีผลอย่างไร?

21 ก.ย. 69
12:24 น.
แชร์

ฟรีดริช แมร์ซ เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีได้เพียง 16 เดือน แต่เขากลับประสบปัญหาคะแนนความนิยมที่ร่วงลงอย่างหนัก โดยพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน หรือ CDU ของเขา พ่ายแพ้การเลือกตั้งระดับรัฐหลายครั้งให้กับพรรค AfD ล่าสุด แมร์ซยอมรับว่า CDU ประสบ “หายนะ” ในการเลือกตั้งรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์นที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 หลังเอ็กซิสโพลชี้ว่า CDU แพ้การเลือกตั้งให้ AfD อย่างแน่นอนแล้ว และล่าสุด คะแนนของ CDU ร่วงลงต่ำกว่า 5% ในเวลาต่อมา ซึ่งหมายความว่าพรรคไม่สามารถรักษาที่นั่งในสภารัฐไว้ได้ในรัฐดังกล่าว 

แมร์ซเข้ารับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เขาให้คำมั่นว่า จะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา เสริมสร้างกองทัพเพื่อยับยั้งภัยคุกคามจากรัสเซีย และลดการอพยพที่ผิดกฎหมาย เพื่อคลายความกังวลของประชาชน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า เขาอาจจะทำตามสิ่งที่ตนให้คำมั่นเอาไว้ได้ไม่ดีพอหรือไม่ หรือปัญหาเศรษฐกิจและผู้อพยพของเยอรมนีมันรุนแรงกว่าที่คาดไว้? จนทำให้ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นออกมาเป็นเช่นนี้


แพ้เลือกตั้ง และทำผลงานได้แย่สุดในประวัติศาสตร์

ในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่รัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่า CDU จะเฉียดผ่านเกณฑ์อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา คะแนนของพรรคจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ 5% ซึ่งเป็นขั้นต่ำที่กำหนดให้พรรคสามารถมีที่นั่งในสภารัฐได้ นั่นหมายความว่า สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด แมร์ซถึงกลับเรียกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็น “หายนะ” สำหรับพรรคของเขา

ขณะเดียวกัน พรรคทางขวาจัดอย่าง AfD มีแนวโน้มคว้าคะแนนเสียงสูงสุดในรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น แต่มีโอกาสน้อยที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ปฏิเสธที่จะร่วมงานกับ AfD

ส่วนในกรุงเบอร์ลิน ซึ่ง CDU เป็นพรรครัฐบาล ก็คาดว่าจะพ่ายให้กับ Die Linke หรือพรรคฝ่ายซ้าย

ดังนั้น ผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นได้เพิ่มแรงกดดันต่อแมร์ซ ซึ่งกำลังเผชิญคะแนนนิยมตกต่ำ รวมถึงกระแสข่าวว่า เขาอาจถูกเปลี่ยนตัวระหว่างวาระ ในสิ่งที่เรียกกันว่า “chancellor swap” หรือการสลับตัวนายกรัฐมนตรี

การเลือกตั้งมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เพียงสองสัปดาห์หลังจาก CDU เพิ่งสูญเสียคะแนนเสียงไปครึ่งหนึ่ง เมื่อ AfD คว้าชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งที่รัฐแซกโซนี-อันฮัลท์

ดังนั้น ไม่กี่นาทีหลังการประกาศผลเอ็กซิตโพลชุดแรกเมื่อวันอาทิตย์  แมรซ์ตัดสินใจออกแถลงต่อประชาชนผ่านโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น 

แมร์ซระบุว่า ความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อสถาบันต่าง ๆ ของประเทศกำลังลดลง และกำลังถูกบ่อนทำลายโดยพรรคการเมืองหัวรุนแรงทั้งจากฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา สิ่งที่จำเป็นต้องทำในตอนนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญ ความแน่วแน่ และความอดทน ดังนั้น เขาจะแสดงให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ในฐานะประธานพรรค CDU และเหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศ”

นอกจากนี้ ยังย้ำว่าจะเดินหน้าตามแผนของรัฐบาลผสมในการผลักดันมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ ภาษี และสวัสดิการ โดยเขากล่าวว่า “การปฏิรูปต้องเกิดขึ้น” 

นักวิเคราะห์มองว่า การออกแถลงอย่างรวดเร็วของ Merz เป็นความพยายามที่จะชิงความได้เปรียบในการกำหนดกรอบการนำเสนอข่าว ก่อนที่เขาจะต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ระลอกใหม่

Oliver Lembcke นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Ruhr University Bochum กล่าวว่า การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของแมร์ซแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการเป็นผู้กำหนด “เรื่องเล่า” เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง

Lembcke มองว่านี่คือ “การแสดงภาวะผู้นำจากจุดตั้งรับ” และเป็นความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้การถกเถียงเรื่องตัวบุคคล ซึ่งอาจมีผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้ ลุกลามจนกลายเป็นประเด็นใหญ่ภายในพรรค

ด้าน Carsten Brzeski นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร ING กล่าวว่า การออกโทรทัศน์ของ Merz ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนั้น หากมองตามข้อเท็จจริงแล้วคือความพยายามที่จะ “ตัดกระแสข่าวคาดการณ์เรื่องการลาออก” ที่สะสมมากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา


สัปดาห์หนักรออยู่ข้างหน้า

หลังการประชุมฉุกเฉินของ CDU เมื่อวันอาทิตย์ นายกรัฐมนตรีแมร์ซได้ยกเลิกตารางงานในช่วงหลายวันข้างหน้า และยกเลิกการเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจตามมาจากผลการเลือกตั้ง

แมร์ซต้องต่อสู้กับกระแสข่าวมาหลายสัปดาห์ว่า เขาอาจถูกผลักดันออกจากตำแหน่งโดยกลุ่มพรรค CDU/CSU ฝ่ายกลาง-ขวา

ชื่อของผู้ที่ถูกพูดถึงว่าอาจก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแทน ได้แก่ เฮนดริก วึสต์  มุขมนตรีรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของเยอรมนี และมาร์คุส เซอเดอร์  มุขมนตรีรัฐบาวาเรียและหัวหน้าพรรค CSU ซึ่งเป็นพรรคพันธมิตรระดับภูมิภาคของ CDU

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ท้าชิงคนใดออกมาเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นเพราะกังวลว่าการแสดงท่าทีไม่ภักดีต่อผู้นำอาจย้อนกลับมาสร้างผลเสีย หรืออาจหวั่นเกรงกับภารกิจอันยากลำบากในการฟื้นฟูความนิยมของพรรค ท่ามกลางหนึ่งในวิกฤตครั้งรุนแรงที่สุดของ CDU


ปัญหาเศรษฐกิจและผู้อพยพรุนแรงขนาดไหน

สถาบันเศรษฐกิจเยอรมนี (IW) เพิ่งปรับคาดการณ์ GDP ปี 2026 ขึ้นจาก 0.4% เป็นเกือบ 1.2% แต่เตือนว่า แรงส่งอาจชะลอลงในครึ่งปีหลัง เพราะต้นทุนพลังงานสูง การลงทุนภาคเอกชนอ่อนแอ และการจ้างงานลดลง ขณะที่เงินเฟ้อมากกว่า 2.5% กดกำลังซื้อของประชาชน

และเมื่อวันที่ 14 ก.ย. กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีระบุว่า โมเมนตัมเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวในช่วงต้นไตรมาส 3 โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศที่อ่อนแรงลงท่ามกลางราคาพลังงานที่ยังสูง

ดังนั้น เยอรมนีกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตไม่แรง แต่ต้นทุนชีวิตยังสูง ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แรงเสียดทานหลักจริง ๆ คือประเด็นค่าครองชีพของประชาชน สำนักข่าว Reuters รายงานก่อนการเลือกตั้งว่า คะแนนนิยมของแมร์ซถูกกดดันจากประเด็นค่าครองชีพ บำนาญ และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลพยายามผลักดันการปฏิรูป เช่น การขึ้นอายุเกษียณและการเปลี่ยนแปลงระบบสวัสดิการ ซึ่งทำให้เกิดแรงต้านแม้กระทั่งจากพรรคร่วมรัฐบาล SPD

จริง ๆ แล้วนโยบายของเขาพยายามแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่กลับให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนตามมา เพราะปัญหาคือ เมื่อเกิดการปฏิรูปบางอย่าง ก็อาจไปสร้างภาระระยะสั้นให้ประชาชน เช่น ต้องทำงานนานขึ้นหรือได้รับสวัสดิการบางอย่างแตกต่างไป ขณะที่ผลดีทางเศรษฐกิจยังต้องใช้เวลา

ส่วนประเด็นเรื่องผู้อพยพ นี่เป็นหัวใจที่ทำให้ AfD สามารถดึงคะแนนเสียงจากประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลได้

Reuters รายงานว่า หลัง AfD ชนะการเลือกตั้งในแซกโซนี-อันฮัลท์ ปัจจัยสำคัญที่สะท้อนความไม่พอใจของประชาชนคือ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนเรื่องบำนาญ ระบบราชการ และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่ AfD ใช้ประเด็นผู้อพยพเป็นหนึ่งในแกนหลักของการเมืองพรรค

ที่สำคัญคือแมร์ซเองก็พยายามเข้มงวดเรื่องการอพยพ เพื่อดึงคะแนนเสียงกลับจาก AfD แต่ผลกลับไม่ได้เป็นไปตามนั้น

ข้อมูลล่าสุดจาก ARD-DeutschlandTrend เดือน ก.ย. 2026 พบว่า เมื่อถามว่าพรรคใดมีความสามารถในการจัดการเรื่องนโยบายผู้อพยพและลี้ภัย พรรค AfD ได้คะแนนความเชื่อมั่นด้านนโยบายสูงสุดที่ 26% ขณะที่ CDU/CSU อยู่ต่ำกว่านั้น และในเยอรมนีตะวันออก AfD เป็นพรรคที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นสูงสุดในเกือบทุกประเด็นนโยบายที่สำรวจ

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากไปดูตัวเลขผู้อพยพจะพบว่า ตัวเลขจริงกลับลดลง ดังนั้นปัญหาดังกล่าวอาจจะสะท้อนให้เห็นว่า จำนวนคนเข้าเมืองไม่ได้สำคัญเท่ากับความรู้สึกของประชาชนที่รู้สึกไม่มั่นคง  


https://www.bbc.com/news/articles/cvwyz29n0nn2o

https://www.dw.com/en/top-stories/s-9097

https://www.france24.com/en/live-news/20260921-germany-s-merz-under-pressure-after-bruising-state-election-losses

แชร์
เมื่อพรรคขวากลางแพ้ขวาจัดในเยอรมนี วิกฤตเศรษฐกิจ-ผู้อพยพมีผลอย่างไร?