Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อายัดทัน! ตร.ไซเบอร์ ตามเงินล้านคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อายัดทัน! ตร.ไซเบอร์ ตามเงินล้านคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

21 ก.ย. 69
18:55 น.
แชร์

เปิดปฏิบัติการ "MONEY CASH BACK" ติดตามเส้นทางการเงินและอายัดเงินจากคดีหลอกลวงออนไลน์ 2 กรณี ก่อนส่งคืนผู้เสียหายหญิง 2 ราย รวม 1.3 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.30 น. (21 ก.ย. 2569) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 ถนนมิตรภาพ ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย ตำรวจ กก.3 บก.สอท.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลติดตามเงินจากคดีหลอกลวงออนไลน์ ก่อนส่งคืนผู้เสียหายหญิง 2 ราย รวม 1,339,649 บาท ตามโครงการ "MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน" สืบสวนจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อนำเงินกลับคืนผู้เสียหาย ก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าและติดตามเงินคืนได้หลายครั้ง รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล แถลงการจับกุมทั้งสองกรณีว่า กรณีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ผู้เสียหายเป็นหญิงข้าราชการในพื้นที่ภาคอีสาน ได้รับโทรศัพท์จากผู้ก่อเหตุซึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าชื่อของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้กระทำผิด ก่อนโอนสายให้บุคคลอีกคนซึ่งอ้างเป็นตำรวจระดับ "พ.ต.ท." สังกัด สภ.เมืองเลย กล่าวหาว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมส่งเอกสารราชการปลอมและข่มขู่ว่าจะถูกอายัดบัญชีและให้ออกจากราชการ หากไม่โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายจึงนำเงินของตนเองและกู้จากญาติมาโอนรวม 1,000,000 บาท ต่อมาผู้ก่อเหตุพยายามเรียกเงินเพิ่มอีก 1,000,000 บาท โดยอ้างว่าเงินก้อนแรกยังตรวจสอบและอายัดไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกต ปรึกษาคนรอบข้าง และโทรแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 จนสามารถระงับเงินก้อนแรกไว้ได้ทัน

โดย พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 นำชุดสืบสวนตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงิน พบว่าเงิน 1,000,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีม้าแถวที่ 1 ชื่อบัญชี น.ส.จิราวรรณ ก่อนถูกโอนต่อในเวลาไล่เลี่ยกันไปยังบัญชีม้าแถวที่ 2 ชื่อบัญชี น.ส.พัชรภรณ์ และมีการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม 2 ครั้ง รวม 330,000 บาท อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประสานอายัดบัญชีของ น.ส.พัชรภรณ์ ได้อย่างรวดเร็ว และพบยอดคงเหลือ 1,370,413.84 บาท ซึ่งรวมเงินของผู้เสียหายจำนวน 1,000,000 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ออกหมายเรียก น.ส.จิราวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ชาวหนองคาย และ น.ส.พัชรภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาวลำปาง เข้ารับทราบข้อกล่าวหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566" ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

กรณีที่สอง ผู้เสียหายหญิงพบเพจเฟซบุ๊กชื่อ "LLAMITO SUPERFOOD STORD" โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม พร้อมเชิญชวนให้ลงทะเบียนรับผลิตภัณฑ์ไปรับประทานฟรี เมื่อเพิ่มเพื่อนทางไลน์ ผู้ก่อเหตุได้ชักชวนให้ทำกิจกรรมเปิดการมองเห็นด้วยการกดติดตามสินค้าเพื่อแลกค่าตอบแทน รวมถึงอ้างถึงการสมัครสมาชิก การขายอาหารเสริม การแบ่งปันผลประโยชน์และรายได้ ก่อนให้ผู้เสียหายโอนเงินทำกิจกรรมหลายครั้ง แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ทำให้เสียหายรวม 4,550,878 บาท พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 12 ราย ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน" จากนั้น พ.ต.อ.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ ผกก.3 บก.สอท.3 นำกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย พร้อมตรวจพบเงินของผู้เสียหาย 339,649 บาท ในบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายหนึ่ง จึงอายัดไว้และนำเข้าสู่กระบวนการคืนเงิน

พล.ต.ท.สุรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายในกรณีที่สองโอนเงินประมาณ 10 ครั้งแรก รวมกว่า 4 ล้านบาท ก่อนรู้ตัวในการโอนครั้งที่ 11 ซึ่งเป็นเงินกว่า 300,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงอายัดได้เฉพาะยอดสุดท้าย ส่วนเงินที่โอนไปก่อนหน้านั้นผ่านมาหลายเดือนแล้วจึงไม่สามารถติดตามคืนได้ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีคดีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศประมาณวันละ 700-800 เรื่อง ประชาชนจึงควรมีสติ พิจารณาข้อมูลทุกด้าน และยึดหลัก "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" หากรู้ตัวหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอก ควรรีบโทร 1441 เพราะความรวดเร็วเป็นเงื่อนไขสำคัญในการระงับบัญชีและติดตามเงินกลับคืน โดยครั้งนี้ตำรวจสามารถนำเงิน 1,000,000 บาท และ 339,649 บาท รวม 1,339,649 บาท ส่งคืนผู้เสียหายทั้ง 2 รายได้สำเร็จ

Advertisement

แชร์
อายัดทัน! ตร.ไซเบอร์ ตามเงินล้านคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์