
Article Stories by SET Zooom in พาไปดูเทคนิคง่าย ๆ กับการวางแผนการเงินในยุคดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น “ถ้าดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาขึ้น เราต้องจัดการเงินอย่างไร” คือคำถามที่คนจำนวนไม่น้อยเริ่มกลับมาถามตัวเองอีกครั้ง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 3.75 - 4.00% ในการประชุมล่าสุด โดยให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง และจากประมาณการของ Fed ก็ส่งสัญญาณว่าอาจมี การปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอีก
แม้การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะไม่ใช่การปรับดอกเบี้ยในประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบสามารถส่งผ่านมาได้ หลายทาง ทั้งทางตลาดการเงิน ค่าเงินบาท ต้นทุนเงินทุนของสถาบันการเงิน และในท้ายที่สุดอาจกระทบถึง อัตราดอกเบี้ยที่ประชาชนและภาคธุรกิจในประเทศต้องเผชิญ
คำถามที่สำคัญกว่า “ดอกเบี้ยจะขึ้นอีกกี่ครั้ง” จึงเป็นคำถามที่ว่า “ถ้าดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนาน หรือปรับขึ้นต่อ เราเตรียมพร้อมรับมือแค่ไหนแล้ว” บทความนี้จึงชวนพิจารณา 5 เรื่องสำคัญ สำหรับทั้งผู้ที่มีภาระหนี้ ผู้ที่มีเงินออม และผู้ที่กำลังลงทุนอยู่ในขณะนี้
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการเปิดดูหนี้ทั้งหมดของตัวเองอย่างละเอียด ไม่ใช่ดูเพียงว่ายอดหนี้คงเหลือเท่าไร แต่ต้องรู้ ด้วยว่าหนี้แต่ละก้อนคิดดอกเบี้ยแบบใด โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน สินเชื่อธุรกิจ หรือวงเงินเบิกเกินบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่ มักเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว อิงกับอัตราอ้างอิงของธนาคารพาณิชย์ เช่น MRR, MLR หรือ MOR หากธนาคารปรับ อัตราอ้างอิงเหล่านี้ขึ้น ภาระดอกเบี้ยของผู้กู้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ควรทำคือ โทรสอบถามธนาคารหรือเปิดสัญญาสินเชื่อดูให้ชัดเจนว่า ดอกเบี้ยของเราอิงกับอัตราใด ปรับทุกกี่เดือน และหากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 0.25% หรือ 0.50% ค่างวดต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินเท่าใด เพราะเมื่อรู้ตัวเลขที่แท้จริง เราจะสามารถวางแผนได้อย่างเป็นรูปธรรม แทนที่จะวางแผนอยู่บนความกังวล
แม้ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในแต่ละครั้งอาจดูไม่มากนักเมื่อมองเพียงรอบเดียว แต่หากดอกเบี้ยปรับขึ้นหลายรอบต่อเนื่อง และยังมีหนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลควบคู่กันไปด้วย ภาระกระแสเงินสดโดยรวมก็อาจตึงตัวขึ้นได้ อย่างมีนัยสำคัญ
หลักคิดสำคัญในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นคือ ไม่ควรเก็บเงินไว้ลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยัง ปล่อยให้หนี้ดอกเบี้ยสูงเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการจัดการหนี้บัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคลก่อน โดยพยายามจ่ายมากกว่ายอดขั้นต่ำที่กำหนด และหยุดสร้างหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น
สำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าผ่อนชำระไม่ไหว ไม่ควรปล่อยจนกลายเป็นหนี้เสีย การติดต่อเจ้าหนี้ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณปัญหา มักเปิดทางให้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้เหมาะสมกว่า โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุแนวทางว่า ลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ที่เริ่มมีปัญหาการชำระหนี้ สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ได้ตามความสามารถ ในการชำระจริง โดยต้องเหลือรายได้เพียงพอสำหรับการดำรงชีพ
ส่วนผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลค้างชำระเกิน 120 วัน อาจตรวจสอบสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ซึ่งเปิดแนวทางผ่อนชำระเงินต้นได้นานสูงสุด 10 ปี ในอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3 - 5% ต่อปี สำหรับเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยของโครงการอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนตัดสินใจ
ในโลกของดอกเบี้ยสูง เงินสดไม่ได้หมายถึงเงินที่ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ แต่คือ “กันชน” ที่ช่วยให้เราไม่ต้องกู้ยืมเพิ่ม ในวันที่รายได้สะดุด หรือในวันที่ค่างวดปรับตัวสูงขึ้นกะทันหัน
โดยผู้ที่มีรายได้ประจำควรตั้งเป้าหมายเงินสำรองฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 3 - 6 เท่าของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเบี้ยประกัน และภาระหนี้ขั้นต่ำ ส่วนผู้ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่นเป็นหลัก อาจจำเป็นต้องถือเงินสำรองในสัดส่วนที่มากกว่านั้น
การมีเงินสำรองที่เพียงพอยังช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องถอนเงินลงทุนออกมาในจังหวะที่ตลาดผันผวน และไม่ต้องพึ่งพา บัตรเครดิตเพื่อหมุนค่าใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อหนี้ดอกเบี้ยสูงโดยไม่รู้ตัว
สำหรับผู้ที่มีเงินออมและเงินลงทุนอยู่แล้ว ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นไม่ได้แปลว่าต้องรีบขายสินทรัพย์ทุกอย่างแล้วถือ เงินสดทั้งหมด แต่ควรกลับมาตั้งคำถามว่า เงินก้อนนี้จะต้องใช้เมื่อใด และรับความผันผวนของมูลค่าได้มากน้อย เพียงใด
สำหรับเงินที่ต้องใช้ภายใน 1 - 2 ปี เช่น เงินดาวน์บ้าน ค่าเทอมบุตร เงินแต่งงาน หรือเงินสำรองสำหรับธุรกิจ ไม่ควร นำไปเสี่ยงกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนของราคาสูง ควรให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและการรักษาเงินต้นเป็นหลัก
ส่วนผู้ที่ลงทุนในตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ ควรเข้าใจหลักการสำคัญว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาด ปรับตัวสูงขึ้น ราคาตราสารหนี้ที่ออกไปก่อนหน้านั้นมักปรับตัวลดลง และตราสารที่มีอายุคงเหลือยาวกว่าจะมีความ อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากกว่า หรือความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ควรพิจารณาเพียงผลตอบแทนย้อนหลังเท่านั้น แต่ควรสอบถามให้ครบถ้วนว่า กองทุนรวมตราสารที่มีอายุเฉลี่ยนานเพียงใด มีความเสี่ยงด้านเครดิตมากน้อยแค่ไหน และจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ ก่อนที่ตลาดจะมีโอกาสฟื้นตัวหรือไม่
ในจังหวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง การทยอยลงทุนเป็นงวด ๆ (DCA) และการกระจายอายุครบกำหนดของเงินลงทุน อาจเหมาะสมกว่าการนำเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวเพียงครั้งเดียว
แม้ภาวะดอกเบี้ยสูงจะสร้างต้นทุนให้แก่ผู้ที่เป็นหนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่มีเงินออม เนื่องจากผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำและตราสารหนี้คุณภาพดีมักให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรีบล็อกเงินทั้งหมดไว้ในเงินฝากประจำเพียงเพราะเห็นอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ แต่ควรแบ่งเงิน ออกเป็น 3 กระเป๋า ได้แก่ กระเป๋าเงินใช้จ่ายประจำ กระเป๋าเงินสำรองฉุกเฉิน และกระเป๋าเงินลงทุนระยะกลาง - ระยะยาว เพื่อให้การบริหารเงินมีความคล่องตัวและตรงตามวัตถุประสงค์ของเงินแต่ละก้อน
ธปท. เคยตั้งข้อสังเกตว่า การส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปยังอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ มักมีสัดส่วน น้อยกว่าการส่งผ่านไปยังอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ผู้ที่มีเงินออมจึงควรเปรียบเทียบ ทางเลือกต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยไม่ลืมพิจารณาเรื่องสภาพคล่องและเงื่อนไขการถอนเงินก่อนกำหนดควบคู่ กันไปด้วย
ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น สูตรการบริหารการเงินส่วนบุคคลอาจไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยวินัยในการปฏิบัติอย่าง สม่ำเสมอ เพราะในวันที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นรอบด้าน ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้เกิดจากการเสาะหา “ผลตอบแทนที่ดีที่สุด” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เกิดจากการรู้จักหนี้ของตัวเองอย่างถ่องแท้ จัดลำดับความสำคัญ ในการจัดการหนี้ดอกเบี้ยสูง กันเงินสดสำรองให้เพียงพอ แยกเงินลงทุนให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ต้องใช้ และรู้จักใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยสูงอย่างเหมาะสม
ทั้งหมดนี้คือ รากฐานที่จะทำให้กระแสเงินสดของเรายังคงเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยในระยะ ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
ติดตามบทความนี้ในรูปแบบคลิป VDO ได้ใน YouTube SET Zooom in
Link: https://www.youtube.com/watch?v=0oLVXanIh7s&list=PLR8OjghkcqchvSTjzaFb0eLkOHIq8Mkfn
กด Subscribe กด กระดิ่งแจ้งเตือน www.youtube.com/@SETZooomin ซูมชัด ๆ มีโอสามตัว