Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ttb เปิดตัว My Wealth ผู้ช่วยพาไปสู่เป้าหมายการเงิน ดึง Mass Affluent
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ttb เปิดตัว My Wealth ผู้ช่วยพาไปสู่เป้าหมายการเงิน ดึง Mass Affluent

15 ก.ย. 69
18:33 น.
แชร์

คนไทยมีเงินเก็บ แต่เงินที่เก็บไว้ไม่ได้ถูกนำไปต่อยอดเพื่อสร้างความมั่งคั่งมากนัก แม้การลงทุนจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่การบริหารเงินของคนไทยยังให้น้ำหนักกับ ‘การออม’ มากกว่า ‘การลงทุน’

ในเวลาเดียวกัน คนรุ่นใหม่เริ่มมองการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่งคั่งและการวางแผนชีวิตมากขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างนักลงทุนไทยกำลังเปลี่ยนไป มีนักลงทุนที่เป็นคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Mass Affluent ซึ่งเป็นคนวัยทำงานที่อยู่ในช่วงสร้างความมั่งคั่ง ให้ความสำคัญกับการกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย รวมถึงตลาดต่างประเทศ และมองหาพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวตามโอกาสใหม่ ๆ

ทีทีบี (ttb) จึงมองเห็นโอกาสในการทำให้ Wealth Management เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะลูกค้ากลุ่ม Wealth แต่ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้า Mass Affluent ที่กำลังสร้างความมั่งคั่งและมีศักยภาพในการลงทุนระยะยาว ขณะเดียวกัน กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ยังมีช่องว่างทั้งในด้านเงินลงทุน ข้อมูล และการเข้าถึงคำแนะนำ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทีทีบีต้องการเข้ามาเติมเต็ม

โจทย์ที่ว่านี้นำไปสู่การเปิดตัว ‘My Wealth’ บนแอป ttb touch ในฐานะ Digital Wealth Advisory โดยทีทีบีต้องการเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เป็นรายตัว ไปสู่การวางแผนที่เริ่มต้นจาก ‘เป้าหมายทางการเงิน’ ของลูกค้า พร้อมจับมือกับ Webull เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ และต่อยอด USD Ecosystem ให้ครอบคลุมตั้งแต่ “แลก เก็บ ลงทุน และใช้จ่าย” ภายในระบบนิเวศทางการเงินของทีทีบี

คนไทยมีเงินเก็บมาก แต่ยังลงทุนน้อย

กนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ทีทีบี กล่าวว่า ปัจจุบัน คนไทยเริ่มให้ความสนใจกับการลงทุนมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศและค่าเฉลี่ยโลก ยังเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังบริหารเงินในรูปแบบ ‘เงินฝาก’ เป็นหลัก โดยคิดเป็น 57% ของสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนมีเพียง 23% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 45% และสหรัฐฯ ที่ 59% สะท้อนโอกาสในการเปลี่ยนผ่านจากการออมสู่การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

นอกจากสัดส่วนเงินฝากที่ยังอยู่ในระดับสูง โครงสร้างนักลงทุนไทยเองก็กำลังเปลี่ยนแปลง โดยจำนวนนักลงทุนบุคคลธรรมดาในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นจาก 1.51 ล้านราย ณ สิ้นปี 2563 เป็น 3.17 ล้านราย ณ มีนาคม 2568 หรือเติบโต 110.67% ในช่วง 5 ปี โดยกลุ่ม Gen Y อายุ 30-44 ปี กลายเป็นกลุ่มหลัก คิดเป็น 50% ของตลาด และคิดเป็น 61% ของยอดเปิดบัญชีใหม่ทั้งหมดในปี 2564

อย่างไรก็ตาม แม้นักลงทุนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 40 ปี มีสัดส่วนคิดเป็น 36% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด แต่มูลค่าการลงทุนในพอร์ตคิดเป็นเพียง 15% ของมูลค่าพอร์ตรวม ทำให้ทีทีบีมองเห็นช่องว่างที่ยังต้องเข้าไปเติมเต็ม

กนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ
กนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ

Mass Affluent กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ ttb เห็นโอกาส

กนกวรรณกล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่ทีทีบีตั้งเป้าขยายฐาน คือ กลุ่ม Mass Affluent ซึ่งมี AUM 1-5 ล้านบาท เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่มีศักยภาพสูง มีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 75,000 บาท คุ้นเคยกับดิจิทัล อายุประมาณ 30-45 ปี ให้ความสำคัญกับการกระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์และตลาดทั่วโลก การเพิ่มสินทรัพย์ที่หลากหลายควบคู่กับสินทรัพย์ดั้งเดิม และพอร์ตที่ยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวตามโอกาสใหม่ ๆ

“จากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทีทีบีจึงมุ่งทำให้ Wealth Management เข้าถึงได้สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะลูกค้ากลุ่ม Wealth เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการพัฒนา My Wealth และความร่วมมือกับ Webull ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ทางด้านการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า” กนกวรรณกล่าว

ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มซื้อขาย แต่เป็นผู้ช่วยวางแผนความมั่งคั่ง

นริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่มกลยุทธ์และดิจิทัล ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีเล็งเห็นว่าคนไทยจำนวนมากยังบริหารความมั่งคั่งได้ไม่เต็มศักยภาพ ทั้งลงทุนน้อยกว่าที่ควร (under-invested) ขาดข้อมูลและคำแนะนำที่เพียงพอ (under-informed) และเข้าไม่ถึงบริการบริหารความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง (under-served)

เพื่อปิดช่องว่างเหล่านี้ My Wealth จึงออกแบบภายใต้แนวคิด Customer-centric Design โดยเริ่มจากเป้าหมายทางการเงินของลูกค้า เพื่อยกระดับจาก Investment Platform ที่เคยเป็นเพียง ‘ช่องทางซื้อ-ขาย’ สู่ ‘ผู้ช่วยวางแผนและบริหารความมั่งคั่ง’ ที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพรวมและจัดการการลงทุนได้อย่างเป็นระบบ

นริศอธิบายว่า My Wealth จะเป็นผู้ช่วยและผู้ให้คำแนะนำการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัล (digital wealth advisory) ที่ครอบคลุมหลายมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยลูกค้าสามารถเห็นภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมดที่ถือครองกับธนาคาร (consolidated portfolio) ทั้งเงินฝากสกุลบาทและเงินตราต่างประเทศ กองทุนรวม ไปจนถึงหุ้นและ ETF สหรัฐฯ พร้อมฟังก์ชันตั้งเป้าหมายการลงทุนในระดับบุคคล และเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตให้เป็นแผนการลงทุนที่ทำได้จริง

นอกจากนี้ My Wealth ยังนำเสนอพอร์ตลงทุนแนะนำ ควบคู่กับการจัดสรรเงินลงทุนอัตโนมัติสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจัดพอร์ตเอง รวมถึงการให้คำแนะนำการปรับพอร์ต (rebalancing) เมื่อทิศทางของตลาดเปลี่ยนแปลง และยังมีข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกที่ส่งมุมมองและกลยุทธ์จากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าไม่พลาดสัญญาณสำคัญของตลาด

นริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่มกลยุทธ์และดิจิทัล ทีทีบี
นริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่มกลยุทธ์และดิจิทัล ทีทีบี

จับมือ Webull เปิดทางลงทุนตลาดสหรัฐฯ

นริศบอกอีกว่า หนึ่งในฟังก์ชันหลักของ My Wealth คือความร่วมมือกับ Webull เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าทีทีบีสามารถลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch นอกจากเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายขึ้นแล้ว ลูกค้ายังสามารถจัดการการลงทุนได้ในที่เดียว ไม่ต้องบริหารการลงทุนผ่านหลายแพลตฟอร์ม พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น อัตราแลกเปลี่ยนพิเศษสำหรับลูกค้าสถานะ Superior ขึ้นไป และดอกเบี้ยจากบัญชี FCD e-Saving รวมถึงในอนาคตจะมีการนำเสนอสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม

ที่สำคัญ ลูกค้าสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจ และโอนเงินเข้า-ออกเพื่อการลงทุนผ่านทีทีบีได้ ขณะเดียวกัน ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพรวมความมั่งคั่งของตนเองในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก การลงทุน หรือเป้าหมายทางการเงิน ช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นมุมมองที่เชื่อมโยงกันและนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนไทยให้ความสนใจการลงทุนระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายพอร์ตไปยังตลาดต่างประเทศ และการเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก การเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือการลงทุนที่ครบถ้วนจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์โอกาสและประกอบการตัดสินใจลงทุนในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ความร่วมมือระหว่าง Webull และ ทีทีบี เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยทีทีบีมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลลูกค้าและ Wealth Advisory ขณะที่ Webull มีความเชี่ยวชาญด้าน Global Investing เทคโนโลยี ข้อมูล และเครื่องมือการลงทุน ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ โดย Webull จะนำศักยภาพเหล่านี้มาเชื่อมต่อกับบริการของทีทีบี เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch ได้สะดวกยิ่งขึ้น และต่อยอดจากการแลกเงินและการออมผ่านบัญชี FCD ไปสู่โอกาสการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างไร้รอยต่อ” ชลเดชกล่าว

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ ลูกค้าทีทีบีสามารถเชื่อมต่อกับ Webull เพื่อเข้าถึงหุ้นและ ETF สหรัฐฯ รวมถึง ETF ระดับโลก เช่น S&P 500, Nasdaq และ Dow Jones พร้อมเข้าถึงเครื่องมือและบทวิเคราะห์ระดับสากล เช่น ราคาเป้าหมายและคะแนน Consensus จากนักวิเคราะห์

ขณะเดียวกัน ความร่วมของทีทีบีมือกับ Webull ยังถูกนำมาต่อยอดเป็นโซลูชันการเงินสกุล USD แบบครบวงจร หรือ USD Ecosystem ให้ลูกค้าสามารถ “แลก เก็บ ลงทุน และใช้จ่าย” ได้สะดวกขึ้นภายใต้ระบบนิเวศทางการเงินของทีทีบี

“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ผ่านการผสานความเข้าใจในเป้าหมายของลูกค้ากับความเชี่ยวชาญด้าน Global Investment เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการบริหารความมั่งคั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การวางแผน การเริ่มต้นลงทุน ไปจนถึงการเข้าถึงโอกาสการลงทุนในตลาดโลก พร้อมมอบประสบการณ์การลงทุนที่สะดวก คุ้มค่า และมั่นใจ ภายใต้ระบบนิเวศทางการเงินของทีทีบี โดยทีทีบียังคงเดินหน้าพัฒนา My Wealth และโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่งให้ตอบโจทย์นักลงทุนไทยในอนาคต” กนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ทีทีบี กล่าว

แชร์
ttb เปิดตัว My Wealth ผู้ช่วยพาไปสู่เป้าหมายการเงิน ดึง Mass Affluent