
Apple จัดงาน Apple Event 2026 ซึ่งเป็นงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำปี ในธีม “Surprise and shine.” ในวันที่ 9 กันยายนนี้ (ช่วงดึกของไทย) ที่ Steve Jobs Theater ซึ่งงานมีความน่าสนใจมากกว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำปี เพราะเป็นครั้งแรกที่ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ซีอีโอคนใหม่จะขึ้นเวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ หลังเข้ารับตำแหน่งต่อจากทิม คุก (Tim Cook) เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา
ไฮไลต์ที่ถูกจับตา คือ มีการคาดการณ์ว่า Apple อาจเปิดตัว iPhone รุ่นพับได้รุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคที่ต้องการความแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรูปแบบเดิม ขณะเดียวกัน Apple มีแนวโน้มเปิดตัว iPhone 18 Pro, Apple Watch รุ่นใหม่ และฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สำหรับนักลงทุน อีเวนต์ครั้งนี้มีหลายประเด็นให้จับตา ทั้งการตอบรับต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ การเปลี่ยนผ่านผู้นำของ Apple และทิศทางของราคาหุ้น Apple หลังการเปิดตัวโปรดักต์ ขณะเดียวกัน กระแส iPhone และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Apple เชื่อมโยงมาถึงตลาดหุ้นไทยที่มีหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวโปรดักต์ของ Apple ด้วย
จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ของ Apple จะขึ้นเวทีในงานเปิดตัว iPhone ประจำปีของ Apple เป็นครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ถูกคาดหมายว่าจะเปิดตัว คือ iPhone รุ่นพับได้ ซึ่งมีคาดการณ์ว่าอาจใช้รูปแบบใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนจอพับของผู้ผลิตรายอื่น
ตามข้อมูลคาดการณ์ของ มาร์ก เกอร์แมน (Mark Gurman) บรรณาธิการบริหารข่าวเทคโนโลยีของ Bloomberg ระบุว่า iPhone รุ่นพับได้อาจมีราคาสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Samsung Galaxy Z Fold 8 มีราคาเริ่มต้น 1,899 ดอลลาร์ และ Samsung Galaxy Z Fold 8 Ultra มีราคาเริ่มต้น 2,099 ดอลลาร์ ซึ่งราคาที่สูงอาจเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้
ขณะเดียวกัน Apple มีแนวโน้มเปิดตัว iPhone 18 Pro ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมชิป A series รุ่นล่าสุด และการปรับปรุงกล้อง รวมถึงรูรับแสงที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อควบคุมแสงได้ดีขึ้น ส่วนดีไซน์นั้นยังไม่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจาก Apple เพิ่งปรับรูปลักษณ์ของรุ่น Pro ไปใน iPhone 17
สำหรับ iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน ยังไม่แน่ชัดว่าจะเปิดตัวในอีเวนต์นี้หรือไม่ โดย MacRumors รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก Economic Daily News ว่า Apple อาจแยกไปเปิดตัวช่วงต้นปีหน้าพร้อม iPhone 18e และ iPhone Air รุ่นที่สอง ซึ่งหากเป็นไปตามรายงานนี้ จะถือเป็นการแหวกธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมของ Apple ที่มักเปิดตัวรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro พร้อมกัน
ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นที่คาดว่าจะเปิดตัว ได้แก่ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับปรุงทั้งด้านฮาร์ดแวร์ภายในและซอฟต์แวร์ ขณะที่ Apple กำลังเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดอุปกรณ์ด้านฟิตเนสและสุขภาพ จากทั้ง Oura และ Samsung ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ประเภทแหวนติดตามข้อมูลสุขภาพเช่นกัน
สำหรับหุ้น Apple สถิติในอดีตสะท้อนว่า ในระยะสั้น ตลาดมักมีปฏิกิริยาแบบ sell-the-news หรือการขายหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ก่อนจะฟื้นตัวในช่วง 30-60 วันหลังจากวันเปิดตัว
ผลวิเคราะห์ของ แวมซี โมฮัน (Wamsi Mohan) นักวิเคราะห์จาก Bank of America พบว่า หุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 60 วันหลังวันเปิดตัว iPhone มาแล้ว 17 ครั้ง นับตั้งแต่การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกในปี 2007 การปรับตัวขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 20% ในช่วง 60 วันหลังการเปิดตัว iPhone 11 ในปี 2019
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงระบุว่า จากสถิติในอดีต หุ้น Apple อาจไม่เหมาะกับการซื้อดักก่อนอีเวนต์ เพราะราคาหุ้นมักปรับตัวขึ้นมาก่อนงานเปิดตัวประมาณ 3 เดือน และมักปรับตัวลงหลังการเปิดตัว โดยในปี 2025 หลังเปิดตัว iPhone 17 หุ้น Apple ปรับตัวลง 4% ในวันถัดมา ดังนั้น อิงตามสถิติที่ราคาหุ้น Apple มีโอกาสปรับตัวลงในลักษณะ sale on fact หลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ นักวิเคราะห์จากบัวหลวงจึงมองว่า อาจเหมาะกับการเข้าซื้อหุ้นหลังจากอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์
ขณะที่มุมมองของ Bank of America ระบุว่า ปฏิกิริยาของนักลงทุนในปีนี้น่าจะขึ้นอยู่กับระดับการปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ การยอมรับฟีเจอร์ Siri AI และความคิดเห็นเกี่ยวกับดีมานด์ iPhone รุ่นพับได้
นอกจากนี้ Apple ยังต้องรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น โดยตลาดหน่วยความจำมีความตึงตัวจากความต้องการ HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ยังสูงกว่าปริมาณอุปทาน ส่งผลให้ราคาหน่วยความจำปรับตัวสูงขึ้น และผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น โดยคาดว่าซัพพลายหน่วยความจำจะยังตึงตัวต่อเนื่องถึงปี 2027
ต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นกดดันอัตรากำไรของ Apple โดยบริษัทให้แนวโน้มรายได้ไตรมาสปัจจุบันอย่างระมัดระวังในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถจัดหาชิปหน่วยความจำได้เพียงพอกับความต้องการ ทั้งนี้ ทิม คุก กล่าวในเวลานั้นว่า ราคาหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า
สำหรับตลาดหุ้นไทย มีหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์ด้วยเช่นกัน ทั้งกลุ่มธุรกิจขาย iPhone และธุรกิจให้บริการเครือข่าย
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีประเมินมุมมองเชิงบวกต่อ COM7, JMART, SPVI, ADVICE และ CPW จากกระแสการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งปีนี้มีโอกาสเห็น AI เป็นจุดขายหลักผ่าน Apple Intelligence และ Siri AI ที่ถูกยกระดับความสามารถมากขึ้น
บล.กรุงศรีมองว่า การยกระดับความสามารถของ AI อาจช่วยเร่งรอบการเปลี่ยนเครื่องของผู้บริโภค (upgrade cycle) และหนุนยอดขายสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ให้โดดเด่นกว่าปีก่อนหน้า โดยหุ้นที่ถูกคัดเลือกเป็น Top Pick ได้แก่ COM7 และ ADVICE
ขณะที่ TRUE และ ADVANC ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (mobile operator) และพันธมิตรหลักในการทำตลาด iPhone ผ่านแพ็กเกจเครื่องพร้อมบริการ มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากยอดขายเครื่องใหม่ การย้ายค่าย และการอัปเกรดแพ็กเกจต่าง ๆ ให้กับลูกค้า
อ้างอิง : Yahoo Finance [1], Yahoo Finance [2]