Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คุยกับตูน-สุดา เมื่อวิ่งเทรลคือความฝันใหม่นักวิ่งปักหมุด UTMB Chamonix
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

คุยกับตูน-สุดา เมื่อวิ่งเทรลคือความฝันใหม่นักวิ่งปักหมุด UTMB Chamonix

8 ก.ย. 69
15:46 น.
แชร์

เมื่อไม่กี่ปีก่อน “การวิ่งเทรล” อาจถูกมองว่าเป็นกีฬาของคนเฉพาะกลุ่ม เพราะนักวิ่งต้องเข้าป่า ปีนเขา วิ่งฝ่าความมืด และบางสนามใช้เวลานานนับวันกว่าจะไปถึงเส้นชัย

แต่วันนี้ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกระแสการวิ่งที่ขยายตัวทั่วประเทศ คนไทยออกมาวิ่งออกกำลังกายมากขึ้น ตั้งแต่วิ่งในสวน วิ่งในเมือง เข้าร่วม Run Club ไปจนถึงลงแข่งขันมาราธอน

เมื่อนักวิ่งจำนวนหนึ่งต้องการความท้าทายใหม่ เส้นทางจาก “ถนน” จึงค่อยๆ ขยับเข้าสู่ “ภูเขา” และพาการวิ่งเทรล (trail running) เข้าใกล้คนหมู่มากขึ้น

สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงจำนวนนักวิ่ง แต่คือระบบนิเวศทางธุรกิจที่เติบโตตามมา ตั้งแต่รองเท้า เสื้อผ้า นาฬิกา GPS เสื้อกั๊กใส่น้ำ อาหารสำหรับนักกีฬา การฝึกสอน และค่ายฝึกซ้อม ไปจนถึงโรงแรม ร้านอาหาร และบริการเดินทาง ซึ่งเชื่อมการวิ่งเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สุขภาพ และเศรษฐกิจประสบการณ์อย่างชัดเจน

บทความนี้ SPOTLIGHT มีโอกาสพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ "ตูน - สุดา ตันติวีรสุต" นักวิ่งทีม HOKA Thailand ผู้พิชิต UTMB Mont-Blanc เพื่อมาร่วมถอดภาพการเติบโตของวงการเทรล จากกีฬาเฉพาะกลุ่มสู่กระแสที่กำลังขยายตัวในปัจจุบัน

จากกีฬาเฉพาะกลุ่ม สู่สนามไทยที่มีนักวิ่งหลักพัน

แม้ประเทศไทยยังไม่มีฐานข้อมูลกลางที่ระบุได้อย่างแม่นยำว่า จำนวนนักวิ่งเทรลไทยเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ขนาดของการแข่งขันรายการใหญ่กำลังเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนการเติบโตของวงการได้อย่างน่าสนใจ

ตัวอย่างสำคัญคือ HOKA Chiang Mai Thailand by UTMB ซึ่งในปี 2025 มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 7,200 คน โดย 56% เป็นผู้เข้าร่วมจากเอเชีย ขณะที่การแข่งขันขยายระยะเวลาจัดงานเป็น 2 สัปดาห์ ครอบคลุมพื้นที่ดอยอินทนนท์และเชียงใหม่

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เชียงใหม่ไม่ได้มีสถานะเพียงเมืองท่องเที่ยวหรือเมืองคาเฟ่ แต่กำลังสร้างจุดยืนอีกด้านในฐานะจุดหมายปลายทางของนักวิ่งเทรล ซึ่งสามารถดึงนักวิ่งต่างชาติให้เดินทางเข้ามาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ

อีกพื้นที่ที่สะท้อนโอกาสของการวิ่งเทรลได้ชัดเจนคือเบตง จังหวัดยะลา โดย Amazean Jungle Thailand by UTMB ปี 2025 มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมถึง 3,977 คน จาก 56 สัญชาติ แบ่งเป็นนักวิ่งเทรล 2,323 คน และผู้ร่วม Fun Run อีก 1,654 คน

ในปี 2026 จำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นเป็น 4,664 คน จาก 54 สัญชาติ ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 3,257 คน และชาวมาเลเซีย 1,013 คน ตามด้วยนักวิ่งจากจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้จำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมดเพิ่มขึ้นประมาณ 17% ภายในปีเดียว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่า Amazean Jungle Thailand by UTMB 2026 สามารถสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้ประมาณ 200-300 ล้านบาท

เหตุผลสำคัญคือ นักวิ่งหนึ่งคนไม่ได้เดินทางมาเพื่อวิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีค่าอาหาร ที่พัก การเดินทาง และอุปกรณ์ อีกทั้งหลายคนเดินทางมากับเพื่อน ครอบครัว หรือทีมสนับสนุน

การแข่งขันหนึ่งรายการจึงกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจออกไปไกลกว่าพื้นที่จัดงาน และทำให้การวิ่งเทรลเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว สุขภาพ และประสบการณ์การเดินทางมากขึ้น

เชียงใหม่และเบตงจึงสะท้อนภาพเดียวกันว่า ภูเขา ป่า และเส้นทางธรรมชาติสามารถเปลี่ยนเป็นทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้ เมื่อการแข่งขันดึงผู้คนจากหลายพื้นที่และหลายประเทศให้เดินทางมายังจุดหมายเดียวกัน

ทำไมคนถึงยอมวิ่งขึ้นเขาเป็นสิบๆ ชั่วโมง?

หากมองในเชิงพฤติกรรม กระแสการวิ่งเทรลอาจเรียกได้ว่าเป็น Running Boom ระลอกที่สอง

นักวิ่งจำนวนมากเริ่มจากระยะ 5 กิโลเมตร ก่อนขยับไป 10 กิโลเมตร ฮาล์ฟมาราธอน และมาราธอน เมื่อวิ่งถนนมาถึงจุดหนึ่ง คำถามใหม่จึงเกิดขึ้นว่า ความท้าทายต่อไปคืออะไร

สำหรับนักวิ่งบางคน คำตอบคือ “เทรล” เพราะการแข่งขันไม่ได้วัดกันที่เวลาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องรับมือกับความสูง สภาพอากาศ ความมืด ความง่วง ความเหนื่อย และที่สำคัญที่สุดคือจิตใจของตัวเอง

ระยะทางจึงค่อยๆ เพิ่มจาก 20 กิโลเมตร เป็น 50 กิโลเมตร 100 กิโลเมตร และไปไกลถึง 100 ไมล์

และเมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง เป้าหมายสูงสุดของนักวิ่งเทรลจำนวนมากทั่วโลกมักพุ่งไปยังชื่อเดียวกัน คือ UTMB Mont-Blanc หรือ UTMB Chamonix

UTMB — “โอลิมปิกของคนวิ่งเทรล”

ทุกปี นักวิ่งจากทั่วโลกเดินทางไปยัง Chamonix ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วม UTMB Mont-Blanc โดยเฉพาะการแข่งขัน UTMB ระยะ 100 ไมล์ ซึ่งเป็นเรซหลักที่พานักวิ่งเดินทางรอบเทือกเขา Mont Blanc ผ่านฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิกของคนวิ่งเทรล”

อย่างไรก็ตาม UTMB ไม่ใช่สนามที่เพียงมีเงินก็สมัครได้ นักวิ่งในระบบ UTMB World Series ต้องสะสม Running Stones จากสนามที่กำหนด เพื่อใช้เข้าสู่กระบวนการจับสลากสำหรับ UTMB World Series Finals

ด้วยเหตุนี้ สนาม UTMB World Series ในประเทศไทยจึงมีความหมายมากกว่าการแข่งขันภายในประเทศ เพราะเป็นหนึ่งในบันไดที่พานักวิ่งไปสู่ชาโมนิกซ์ได้ เช่นเดียวกับ Amazean Jungle Thailand by UTMB ที่นักวิ่งซึ่งจบการแข่งขันในระยะที่กำหนดจะได้รับ Running Stones

สำหรับนักวิ่งจำนวนมาก Chamonix จึงไม่ใช่เพียงสถานที่แข่งขัน แต่เป็นจุดหมายปลายทางของความฝัน

“ตูน-สุดา” จากนักวิ่งไทย สู่การพิชิต UTMB 100 Miles

หนึ่งในนักวิ่งไทยที่เดินทางไปถึงความฝันนั้นแล้วคือ “ตูน-สุดา ตันติวีรสุต” นักวิ่งเทรลหญิงทีม HOKA Thailand ซึ่งเข้าเส้นชัย UTMB Mont-Blanc ระยะ 100 ไมล์ได้สำเร็จทั้งในปี 2024 และ 2026

ตูนเล่าให้ SPOTLIGHT ฟังว่า เธออยู่ในวงการวิ่งมานานกว่า 15 ปี และวิ่งเทรลมาประมาณ 10 ปี โดยเริ่มต้นจากความชอบส่วนตัว ก่อนตั้งเป้าไปแข่งขัน UTMB Chamonix ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของเธอมาตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าสู่วงการเทรล

"หลายคนบอกว่า Chamonix คือโอลิมปิกของงานเทรล เพราะเป็นงานที่รวมนักวิ่งเก่งๆ และนักกีฬาระดับอีลีทมาวิ่งกันที่นี่ บรรยากาศงาน iconic ไม่เหมือนงานวิ่งที่อื่น ทั้ง vibes ของเมืองที่เหมือนหมู่บ้านนักกีฬา โดยเฉพาะช่วง race week ที่มีแต่นักวิ่ง ถ้าเป็นนักวิ่งมายังไงก็ดี ยังไงก็อิน"

ตูนเดินทางไปแข่งขันที่ UTMB Chamonix มาแล้ว 3 ครั้ง เริ่มจากรายการ CCC ระยะ 100 กิโลเมตรในปี 2022 ก่อนขยับสู่ UTMB ระยะ 100 ไมล์ในปี 2024 ซึ่งเธอจบด้วยเวลา 45 ชั่วโมง 6 นาที 55 วินาที และกลับมาแข่งขันอีกครั้งในปี 2026 โดยทำเวลาได้ 42 ชั่วโมง 40 นาที 48 วินาที

ระยะเวลาบนสนามที่ยาวนานกว่า 40 ชั่วโมง หมายถึงการเคลื่อนที่อยู่บนภูเขาข้ามทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมรับมือกับความง่วง ความล้า สภาพอากาศ และระยะทางที่ยาวกว่ามาราธอนมากกว่า 4 เท่า

เหรียญฟินิชเชอร์ของ UTMB จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะเหรียญรางวัล แต่สะท้อนการฝึกซ้อมเป็นปี การสะสมประสบการณ์ และการพิสูจน์ขีดจำกัดของทั้งร่างกายและจิตใจ

เมื่อ SPOTLIGHT ถามว่าเธอเคยท้อระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขันระยะ 174 กิโลเมตรบ้างหรือไม่ ตูนยอมรับว่า ความรู้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนวันแข่งขัน เพราะเธอต้องแบ่งเวลาจากงานประจำมาฝึกซ้อม

"จริงๆ ในช่วงการแข่งขันท้อมาก และจริงๆ ก็ท้อตั้งแต่ตอนซ้อม เพราะจริงๆ เราเป็นพนักงานประจำ ต้องแบ่งเวลาว่างมาวิ่งและซ้อม แล้วเราเลือกลง UTMB ระยะ 174 กิโลเมตร ซึ่งต้องวิ่งเกือบ 2 วัน ความเหนื่อยและความท้อมีอยู่แล้ว แต่ต้องพยายามไม่คิดลบ เพราะ UTMB Chamonix เป็นความฝัน เป็นสิ่งที่เราตั้งใจจริงๆ เมื่อบรรยากาศดี วิวสวย vibe กองเชียร์ มันทำให้เรามีแรงขึ้น"

อีกหนึ่งคำถามที่ผู้เขียนสงสัยมาตลอดคือ นักวิ่งระยะไกลนึกถึงอะไรระหว่างที่อยู่บนเส้นทาง เพราะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มวิ่งอย่างเรา คำตอบคงหนีไม่พ้นการฟังเพลงและคิดถึงอาหารที่จะกินทันทีหลังเข้าเส้นชัย

ตูนเล่าว่า เคล็ดลับของการวิ่งระยะไกลคือการแบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ระยะทางทั้งหมดกลายเป็นภาระทางความคิด

“สำหรับนักวิ่งระยะไกล ระหว่างวิ่งเราต้องแบ่งสมองและความคิดไปทีละจุด ถ้าเพิ่งสตาร์ตแล้วคิดว่าเรายังเหลืออีก 100 กิโลเมตร มันจะท้อแท้เลย แต่ในสนามจะมี checkpoint ในแต่ละจุด ให้คิดว่าวิ่งอีก 10 กิโลเมตรถึง checkpoint นะ แล้วคิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่คิดว่าเหลืออีก 1 วัน เราจะท้อเลยทันที”

สำหรับผู้ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการวิ่ง ตูนย้ำว่าไม่ควรเร่งรัดหรือกดดันตัวเองมากเกินไป โดยเฉพาะการลงแข่งขันทั้งที่ยังไม่มีเวลาฝึกซ้อมอย่างเพียงพอ เพราะการวิ่งไม่ใช่กีฬาที่อาศัยเพียงความมุ่งมั่นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ต้องสร้างจากความสม่ำเสมอ

“ถ้าเพิ่งเริ่มวิ่ง ไม่อยากให้ push ตัวเองมากเกินไป บางคนเลือกลงงานวิ่งเลยทั้งที่ไม่มีเวลาซ้อม แบบนั้นอาจไม่เวิร์ก เพราะ ‘การวิ่ง’ เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความสม่ำเสมอ ต้องทำเรื่อย ๆ ทำเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายเราจำแล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะ และต้องทำอย่างยั่งยืน ไม่อย่างนั้นจะได้รับบาดเจ็บ หรือว่าไม่สนุกกับการวิ่ง มันจะทรมานตัวเองเกินไป อยากให้ทุกคนวิ่งแล้ว enjoy กับมัน”

ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการวิ่งมานานกว่า 15 ปี และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการวิ่งเทรลของไทย ตูนบอกว่าเธอดีใจที่ได้เห็นกระแสการวิ่ง รวมถึงวัฒนธรรม run club เติบโตและทำให้บรรยากาศของวงการคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เมื่อก่อนก็มี run club แต่เราเรียกกันว่า ‘ชมรม’ เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ต่างคนต่างซ้อม วิ่งสวนทีไม่มีคนเลย รองเท้าวิ่งแต่ก่อนก็หาซื้อยาก แบรนด์ก็น้อย ตอนนี้ดีใจที่เห็นกระแสวิ่ง กลุ่ม run club มันทำให้วงการวิ่งคึกคักขึ้นมาก เกิดสวนใหม่ๆ event สนุก ๆ ทุกเสาร์-อาทิตย์เลย”

ในมุมของผู้เขียน สิ่งที่ทำให้กระแส trail running น่าจับตา คือกีฬาชนิดนี้ตอบโจทย์พฤติกรรมของคนยุคใหม่ได้หลายด้านพร้อมกัน ทั้งสุขภาพ การท่องเที่ยว ธรรมชาติ ชุมชน ความท้าทาย และความรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อทำเป้าหมายสำเร็จ

จากเดิมที่ผู้คนอาจเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อเที่ยวคาเฟ่ วันนี้บางคนเลือกเดินทางไปเพื่อวิ่งขึ้นดอย จากเดิมที่คนไปเบตงเพื่อท่องเที่ยว วันนี้การแข่งขันเพียงหนึ่งงานสามารถดึงผู้สมัครกว่า 4,600 คน จากมากกว่า 50 สัญชาติ พร้อมสร้างเงินหมุนเวียนที่ภาครัฐประเมินไว้ถึง 200-300 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน คนที่เริ่มต้นวิ่งเพียงเพื่อดูแลสุขภาพ อาจค่อย ๆ ขยับเป้าหมายไปสู่การพิชิตระยะ 50K, 100K หรือ 100 Miles ก่อนที่ความฝันจะใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นความตั้งใจว่า “สักครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันอยากไป UTMB Chamonix”

เรื่องราวของ “ตูน-สุดา” จึงน่าสนใจไม่ใช่เพียงเพราะเธอเป็นนักวิ่งหญิงไทยที่สามารถจบระยะ 100 Miles ได้สำเร็จ แต่ยังเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้ความฝันซึ่งเคยดูห่างไกลของนักวิ่งเทรลไทย กลายเป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าคนไทยสามารถทำได้จริง

และเมื่อประเทศไทยมีสนามระดับ UTMB World Series ตั้งแต่ภูเขาทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ไปจนถึงป่าฝนบริเวณชายแดนใต้อย่างเบตง คำถามต่อไปจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “Trail Running" จะเติบโตได้อีกแค่ไหน” แต่คือ “ประเทศไทยจะเปลี่ยนกระแสคนวิ่งขึ้นเขา ให้กลายเป็น sport tourism และเศรษฐกิจใหม่ของเมืองท่องเที่ยวได้มากเพียงใด”

รูปภาพทั้งหมด

แชร์
คุยกับตูน-สุดา เมื่อวิ่งเทรลคือความฝันใหม่นักวิ่งปักหมุด UTMB Chamonix