
สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการสู้รบในหลายพื้นที่ของโลกกำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอุปทานที่ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงพลังงานจึงติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน และมีมาตรการรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ประมาณ 92.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ประมาณ 97.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Dubai อยู่ที่ประมาณ 100.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยกระทรวงประเมินว่าราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า
ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยไม่สามารถกำหนดทิศทางราคาน้ำมันโลกได้ทั้งหมด กระทรวงพลังงานจึงมุ่งสร้างความพร้อมให้ระบบพลังงานสามารถรองรับความผันผวน ผ่านการบริหารราคาภายในประเทศ การดูแลปริมาณน้ำมันให้เพียงพอ การรักษาวินัยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การกระจายแหล่งนำเข้า ตลอดจนการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและระบบสำรอง เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจส่งผ่านมายังประชาชน
กระทรวงพลังงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่ความขัดแย้งและการสู้รบในหลายพื้นที่ยังทำให้แนวโน้มของสถานการณ์มีความไม่แน่นอน
ด้วยเหตุนี้ การรับมือจึงไม่อาจพิจารณาเพียงว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นหรือลง แต่ต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมระบบพลังงานของประเทศให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง กระทรวงพลังงานจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบและเตรียมมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
การดำเนินงานครอบคลุมทั้งการบริหารราคาพลังงานในประเทศ การจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการ และการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือได้หากความผันผวนของตลาดโลกยืดเยื้อไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า
หนึ่งในกลไกสำคัญสำหรับดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศคือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งยังมีภาระจากการช่วยลดผลกระทบของราคาพลังงานต่อประชาชน โดย ณ วันที่ 6 กันยายน 2569 กองทุนมีฐานะติดลบประมาณ 83,291 ล้านบาท
กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะบริหารกองทุนอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงเป้าหมายสำคัญสองด้านควบคู่กัน ได้แก่ การลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานต่อประชาชน และการรักษาความมั่นคงรวมถึงวินัยทางการเงินของกองทุนในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวสะท้อนโจทย์ของการบริหารสถานการณ์น้ำมันในช่วงที่ราคาตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ซึ่งต้องดูแลภาระของประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสามารถของกองทุนในการทำหน้าที่เป็นกลไกรองรับความผันผวนต่อไป
นอกเหนือจากการบริหารราคา กระทรวงพลังงานกำลังเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และเพิ่มทางเลือกในการจัดหา หากสถานการณ์ในตลาดโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
กระทรวงยังเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสำรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบจัดหาสามารถปรับตัวและรองรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยยืนยันว่าประเทศไทยยังมีระบบจัดหาและปริมาณสำรองที่สามารถรองรับการใช้ภายในประเทศได้
“ประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน เพราะประเทศไทยยังมีระบบจัดหาและสำรองที่สามารถรองรับการใช้ภายในประเทศได้” นายวีรพัฒน์กล่าว พร้อมย้ำว่าสิ่งที่กระทรวงกำลังดำเนินการคือการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศยังเดินหน้าต่อได้แม้เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
โฆษกกระทรวงพลังงานระบุว่า ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลก จึงไม่สามารถกำหนดราคาน้ำมันได้ทั้งหมด สิ่งที่สามารถดำเนินการได้คือการบริหารความเสี่ยง จัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอ กระจายแหล่งพลังงาน และใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อไม่ให้ความผันผวนจากต่างประเทศส่งผ่านมายังประชาชนมากจนเกินไป
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือจากประชาชนถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของการลดแรงกดดันต่อระบบพลังงาน ทั้งการใช้น้ำมันอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกใช้เชื้อเพลิงอย่างแก๊สโซฮอล์ E20 สำหรับรถยนต์ที่รองรับ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และบรรเทาแรงกดดันต่อระบบพลังงานของประเทศ
กระทรวงพลังงานยืนยันว่า แม้สถานการณ์พลังงานโลกยังเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน แต่ไทยไม่ได้รอให้เกิดปัญหาก่อนจึงดำเนินการ โดยได้เตรียมรับมือทั้งด้านราคา การจัดหา การสำรอง และการกระจายความเสี่ยง เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบพลังงานและสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้