
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 สิงหาคม 2569) ว่า เขาพร้อมเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และดูเหมือนว่า สหรัฐฯ กำลังถอยห่างจากแนวทางการสั่งโจมตีทางทหารเพิ่มเติม แม้อิหร่านยังคงยื่นเงื่อนไขที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ
“เรากำลังลดระดับเรื่องนี้ลง” ทรัมป์กล่าว ตามรายงานของ Axios ซึ่งระบุว่า ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์เป็นเวลาสั้น ๆ
เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งออกคำขู่ครั้งล่าสุดว่า จะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก ก่อนจะถอยกลับจากท่าทีดังกล่าว ขณะที่เขาพยายามผลักดันให้เกิดข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากร่วมกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
Axios รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ไม่ได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่อิหร่านชะลอข้อตกลงเปิดช่องทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเสียก่อน ตามบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน
การที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงและสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันยังเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ราคาน้ำมันกำลังปรับตัวลดลง ทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันได้รับผลกระทบจากสงครามน้อยลง ทุกอย่างจะคลี่คลาย และกล่าวว่า มันเหมือนเกมหมากรุก
ขณะเดียวกัน สงครามกับอิหร่านทำให้คลังอาวุธสกัดกั้นขีปนาวุธขั้นสูงของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในภาวะตึงตัวอยู่แล้ว ลดลงไปอีก ตามการวิเคราะห์ฉบับใหม่ของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ (CSIS)
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์ โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขาระบุว่าสหรัฐฯ มีอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาล พร้อมเตือนว่าจะลงโทษผู้ที่ออกมาพูดว่าสหรัฐฯ กำลังขาดแคลนอาวุธ
แม้ทรัมป์จะบอกว่า ราคาน้ำมันกำลังปรับตัวลง แต่ตลาดพลังงานยังคงตึงเครียดจากหลายปัจจัย รวมถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 84.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก ด้านราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ หรือ WTI เพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 78.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน แสดงท่าทีสวนทางกับรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่า ขณะนี้เตหะรานเพียงแลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ ผ่านคนกลางเท่านั้น
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก ท่ามกลางการโจมตีเรืออย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 1 ลำถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
การโจมตีในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ ซึ่งก่อนเกิดสงครามยังเปิดให้เรือเดินทางผ่านได้อย่างเสรี ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายนล่มสลาย
กระทรวงการต่างประเทศโอมานออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่ได้ระบุชื่ออิหร่านโดยตรง
ขณะเดียวกัน อิหร่านและโอมาน ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ กำลังเร่งจัดทำข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดช่องแคบแห่งนี้อีกครั้ง โดยกำหนดให้เรือเดินทางเข้าสู่ช่องแคบจากฝั่งอิหร่าน และออกทางฝั่งโอมาน
อารักชีกล่าวว่า การหารือกับโอมานเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซกำลัง “เข้าใกล้ขั้นตอนสุดท้าย”
https://www.channelnewsasia.com/business/asia-stocks-edge-higher-oil-up-6308921
https://www.scmp.com/news/world/middle-east/article/3363467/trump-says-us-low-keying-it-iran-stresses-economic-pain?module=top_story&pgtype=homepage