
เข้าเดือนที่ 5 ของสงครามอิหร่านแล้ว นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลจับมือโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แม้จะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ทั่วโลกกลับรับรู้ได้ถึงผลกระทบ โดยเฉพาะประเทศไทยของเรา ซึ่งเผชิญกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในอิหร่านเองก็ไม่ต่างกัน สภาพเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดสงครามอย่างหนักมานานขนาดนั้น จะให้เหมือนเดิมก็คงเป็นไปไม่ได้ และนับจนถึงขณะนี้ เริ่มมีรายงาน บุคลากรของรัฐไม่ได้รับเงินเดือนแล้ว เพราะรัฐบาลประสบปัญหางบประมาณครั้งใหญ่
ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไปยังตึงเครียด เพราะแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะตัดสินใจชะลอการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะจัดการการเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกอย่างไร
สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งมีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2569 มีเรือจำนวนมากติดค้างอยู่ในช่องทางเดินเรือฝั่งเหนือซึ่งอยู่ในน่านน้ำอิหร่าน และจะสามารถผ่านได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากกองทัพอิหร่านเท่านั้น
ขณะที่ทางการอิหร่านยืนยันว่า ช่องทางเดินเรือฝั่งใต้ซึ่งผ่านน่านน้ำของโอมาน ก็ยังอยู่ภายใต้การจัดการของอิหร่านเช่นกัน นั่นย่อมหมายความว่า เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกยังคงได้รับผลกระทบ
ทรัมป์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า การตัดสินใจยุติแผนโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังได้รับการร้องขอจากอิหร่านและหลายประเทศในภูมิภาค ภายหลังทั้งสองฝ่ายสามารถตกลง "กรอบเบื้องต้น" ของข้อตกลงได้แล้ว โดยเขาระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวจะรวมถึง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์และทันที พร้อมกับการยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ด้าน มาจิด เอบน์-เอ-เรซา รัฐมนตรีกลาโหมรักษาการของอิหร่าน ระบุว่า คำกล่าวของทรัมป์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ "ปฏิบัติการทางจิตวิทยาและสงครามแห่งการคำนวณ" พร้อมย้ำว่ากองทัพอิหร่านถือว่าภัยคุกคามทุกครั้งเป็นเรื่องจริง และจะไม่ประมาทหรืออยู่เฉยหากถูกโจมตี
ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการทหารในช่วงสงครามของอิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เช่น โรงไฟฟ้าหรือโรงงานปิโตรเคมี อิหร่านจะตอบโต้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรทั่วภูมิภาคแบบตาต่อตา
ด้านเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ได้โทรศัพท์พูดคุยกับทรัมป์ก่อนการประกาศดังกล่าว โดยสื่อทางการซาอุฯ ระบุว่า พระองค์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้การเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด และผลักดันแนวทางทางการทูต ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ก็ได้หารือทางโทรศัพท์กับเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ เช่นกัน
ประชาชนบางส่วนในกรุงเตหะรานมองว่า ทรัมป์เคยขู่โจมตีอิหร่านหลายครั้งในอดีต ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีในภายหลัง โดยหญิงชาวเตหะรานรายหนึ่งเปิดเผยกับอัลจาซีราว่า แม้จะกังวลว่าพื้นที่เมืองอาจตกเป็นเป้าหมายอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้
ขณะเดียวกัน หลายประเทศ เช่น ปากีสถาน กาตาร์ โอมาน และตุรกี ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่คนกลาง เพื่อผลักดันให้อิหร่านและสหรัฐฯ กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หลังบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายน ล้มเหลวภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน
ข้อตกลงดังกล่าวเคยเปิดทางให้กลับมาใช้ช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน แลกกับการที่สหรัฐฯ ผ่อนคลายการปิดล้อมท่าเรือทางใต้ของอิหร่านและระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเป็นเวลา 2 เดือน แต่ขณะนี้ทุกเงื่อนไขถูกยกเลิกแล้ว หลังการสู้รบกลับมาปะทุอีกครั้ง
สหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเปิดสิทธิให้เรือเดินผ่านช่องทางฝั่งใต้ได้ แต่ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่า การอนุญาตให้เรือผ่านยังคงเป็นอำนาจของกองทัพอิหร่าน ส่งผลให้กองกำลัง IRGC ยังคงสกัดหรือผลักดันเรือที่พยายามใช้เส้นทางดังกล่าวบริเวณชายฝั่งโอมาน
นอกจากนี้ ความขัดแย้งยังลุกลามไปถึงทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบ โดยกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย และพยายามขัดขวางเรือที่มีความเชื่อมโยงกับซาอุฯ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในวันอาทิตย์ค่อนข้างสงบลง หลังทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างหลีกเลี่ยงการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เพิ่มเติม
ภายในประเทศ อิหร่านยังคงเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งเงินเฟ้อ วิกฤตพลังงาน และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ประกอบกับปัญหาการบริหารจัดการภายใน ส่งผลให้รัฐบาลประสบภาวะขาดดุลงบประมาณและเริ่มมีปัญหาในการจ่ายเงินเดือนบุคลากรของรัฐ
สื่อทางการรายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ได้โทรศัพท์ติดตามกรณีที่อาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยของรัฐยังไม่ได้รับเงินเดือนประจำเดือนนี้
ส่วนมอตตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม หลังอาลี คาเมเนอี เสียชีวิตในช่วงต้นของสงคราม ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ท่ามกลางการสู้รบเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เหตุผลสำคัญมาจากมาตรการด้านความปลอดภัย เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงกังวลว่า แม้แต่การเผยแพร่ข้อความเสียง ก็อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ของผู้นำได้
ด้านอาลี เคซเรียน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสายอนุรักษนิยม เสนอให้อิหร่านเร่งสร้าง "นครใต้ดินเพื่อการปกครอง" เพื่อใช้ปกป้องผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากการโจมตีทางอากาศและการลอบสังหารในอนาคต