
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2569 นี้ ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง และค่าวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น สมาพันธ์ SME ไทยจึงเสนอความเห็นให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2’ พร้อมเสนอให้ขยายเพดานรายได้ร้านค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการด้วย
ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุ ‘ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2’ มุ่งอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ฟื้นฟูกำลังซื้อ และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการยังแบกรับต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง และค่าวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯ ได้เสนอให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการในฝั่งผู้ประกอบการ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบการ Micro และ Small รายเล็กได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยมีข้อเสนอสำคัญ 2 ด้าน ดังนี้
1. ขยายเพดานรายได้ร้านค้า โดยปรับเพิ่มเกณฑ์รายได้ผู้เข้าร่วมโครงการจากเดิมไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็น ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อปี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เข้าร่วมได้
2.ใช้องค์ประกอบภาษีที่ตรวจสอบได้ โดยกำหนดให้ใช้ งบการเงินหรือแบบแสดงรายการภาษีปีล่าสุด ที่ยื่นต่อกรมสรรพากรเป็นหลักฐานอ้างอิงรายได้จริง เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งการยึดเกณฑ์เอกสารทางภาษีที่ถูกต้องจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และจูงใจให้รายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นทางการโดยไม่เสียสิทธิ
“สมาพันธ์ SME ไทย เชื่อมั่นว่าการปรับเงื่อนไขครั้งนี้จะช่วยให้เม็ดเงินกระจายตัวสู่ร้านค้ารายย่อยได้อย่างแท้จริง และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”