
ในวันที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญโจทย์หนัก ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ การแข่งขันกับทุนขนาดใหญ่และธุรกิจต่างชาติ และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน
แม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยส่วนมากยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือได้ ด้วยเหตุนี้ สมาพันธ์ SME ไทยจึงพยายามส่งเสียงเรียกร้องและเสนอแนวทางให้รัฐบาลดำเนินแนวทางขับเคลื่อนและมีมาตรการที่จำเพาะเจาะจงสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและรายย่อย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย พร้อมคณะกรรมการสมาพันธ์ SME ไทย เข้าพบวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) ที่มีกว่า 2.79 ล้านราย พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายภายใต้แนวคิด “Better Together : เชื่อมโอกาส สร้างแต้มต่อ เติบโตไปด้วยกัน”
ดร.ณพพงศ์กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อย (MSME) ประมาณ 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญถึง 69% ของการจ้างงานทั้งประเทศ ที่ผ่านมาหลายมาตรการภาครัฐยังใช้คำว่า SME ในลักษณะเหมารวม ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย MSME จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ ทั้งที่กลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศ
ในการหารือครั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทย ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
1. ขยายกองทุนประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ Micro & Small Enterprises ทั้งประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการที่โดนน้ำท่วมที่หาดใหญ่ & บริเวณจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
2. ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
3. ปรับปรุงกฎระเบียบและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ MSME ไทยแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ขยายบทบาทกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมดิจิทัล และ AI เพื่อก้าวสู่การเป็น ‘กระทรวงของ MSME’ เพื่อผู้ประกอบการ MSME อย่างแท้จริง
5. สร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการไทย เพิ่มสัดส่วนการใช้ Local Content และเชื่อมโยง MSME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่
สมาพันธ์ SME ไทยยังเสนอให้ภาครัฐออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด โดยแยกมาตรการสำหรับผู้ประกอบการระดับ Micro, Small และ Medium Enterprise ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและเข้าถึงผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง
“หากประเทศไทยต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก การยกระดับผู้ประกอบการ Micro และ Small Enterprise ซึ่งมีจำนวนกว่า 3.26 ล้านราย คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งในมิติการจ้างงาน การสร้างรายได้ให้ประชาชน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” ประธานสมาพันธ์ SME ไทยกล่าว
ดร.ณพพงศ์กล่าวอีกว่า สมาพันธ์ SME ไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันแนวทาง “Better Together เชื่อมโอกาส สร้างแต้มต่อ เติบโตไปด้วยกัน” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้ประกอบการ MSME ไทยทั่วประเทศ