
เมื่อเวลา 16.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นวันหยุดราชการ 2 วัน ในวันจันทร์และวันอังคาร ที่ 28-29 กันยายนนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรีปทุมธานีและสมุทรปราการ ส่วนธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ ยังทำการปกติ เนื่องจากต้องเชื่อมต่อตลาดทุนอื่นๆทั่วโลก
นอกจากนี้ยังขยายทางด่วน และโทลเวย์ฟรีไปอีก 2 วัน ตามประกาศวันหยุดดังกล่าว ทั้งนี้ต้องขอบคุณการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และดอนเมืองโทลเวย์ ที่เสียสละและช่วยเหลือประชาชน โดยการ ยกเว้นค่าผ่านทางให้ประชาชนไปจนถึงเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 29 กันยายน
เมื่อถามว่าการทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจากนี้ในช่วงประกาศวันหยุด นายอนุทินกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีหยุดไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งวันพรุ่งนี้ เป็นวันธงชาติไทย พวกเราจะมาเคารพธงชาติที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนเช้า จากนั้นจึงจะแยกย้ายกันไปลงพื้นที่ ซึ่งจริงๆแล้ววันนี้หลังจากประชุมคณะรัฐมนตรีตนตั้งใจที่จะไปลงพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายกและอยุธยาแต่ด้วยสภาพอากาศปิด เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถยกตัวได้ และนักบินไม่แนะนำให้ขึ้นบิน จึงต้องไปวางแผนดูพื้นที่อื่นๆที่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้ยังมีตามปกติ รวมถึงส่วนราชการที่ต้องมาสนับสนุนการประชุมคณะรัฐมนตรียังคงต้องทำงานตามปกติ
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเตรียมที่จะลงพื้นที่อื่นๆหรือไม่หลัง จบภารกิจวันธงชาติ นายอนุทินกล่าวว่า กำลังจะไปวางแผนเพราะการลงดูพื้นที่ก็ดีอย่างหนึ่ง เพราะหากพื้นที่ไหน รถขนส่ง ข้าวของเข้าไม่ถึง ขณะที่ในชุมชนมี ผู้ประกอบการ ร้านอาหารอยู่ อย่างเช่นที่ตนได้ลงพื้นที่ช่วงเช้า ได้ถือโอกาสเหมาอาหารในชุมชนเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องในชุมชนเดียวกัน ตรงนี้ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการไปอีกทาง ซึ่งตนได้ย้ำเรื่องนี้คณะรัฐมนตรีในที่ประชุมด้วย หากมีการเบิกจ่ายถูกต้องเหมาะสมสามารถอธิบายได้ก็ให้ดำเนินการได้เลย ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบในเรื่องนี้ด้วย แต่หากใครไม่เห็นชอบพวกเราก็มาหารยาวกันเอง
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีวอร์รูมการสื่อสารหรือไม่ ายอนุทิน กล่าวว่า วันที่ 28 ก.ย. โฆษกประจำสำนักนายกฯ จะเปิดศูนย์แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ จะรวมการสื่อสารทั้งหมดมาสื่อสารกับประชาชน และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยากจะสื่อสารกับประชาชนมาแถลง ในช่วงนี้ขอให้สื่อมวลชนช่วยกระจายข่าวไปยังประชาชน
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ต้องระวังพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ นายอนุทิน กล่าวว่า ดูจากการพยากรณ์ต่างๆ จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี ตาก จะเจอฝนหนัก แต่เราทราบมาแต่เนิ่นๆ ก่อนแล้ว จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และดำเนินการตัดสินใจในการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยมีอำนาจเต็ม และรัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับการแจ้งเตือนที่ผ่านมามีการแจ้งเตือนมาตลอด แต่ตนมองว่า บางทีแจ้งแล้วประชาชนไม่เข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ อย่าว่าแต่ประชาชนไม่รู้เรื่องเลย ขนาดตนอ่านยังไม่รู้เรื่อง และคนไม่ต้องรู้หรอกว่า สาเหตุมันมาจากอะไร จึงขอให้เน้นให้การสื่อสารใช้ภาษาสั้น กระชับ เข้าใจเลย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการ อพยพ ขนของ ให้ปลอดภัย
เมื่อถามถึงกรณีให้ทุกหน่วยงานทำงานเป็นทีมเดียวกัน ประเมินว่าผลงานขณะนี้เป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ดีมาก สื่อก็เห็นว่า หลายหน่วยงานร่วมมือกัน ก่อนหน้านี้จะมีคำถามว่า กทม.เป็นเขตปกครองพิเศษ เขามีกฎหมายของเขา แต่รัฐบาลชุดนี้เราทำความเข้าใจอย่างชัดเจน นายชัชชาติ ก็บอกว่าทำงานเต็มที่ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลด้วย การประกาศ กทม.เป็นพื้นที่ประสบภัย ไม่ใช่การโยน แต่เป็นการประกาศเพื่อให้การช่วยเหลือของรัฐบาลสามารถเข้าถึง ถือว่ามีสองแรงเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
"ส่วนตัวกับนายชัชชาติ รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ระหว่างอยู่ต่างประเทศก็สื่อสารกับนายชัชชาติ และลงพื้นที่ด้วยกัน" นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะคิดการใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในกรุงเทพมหานครใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้รอดูวันอังคาร (29 ก.ย.)
เมื่อถามย้ำว่า คนประเมินว่ากรุงเทพมหานคร จะมีน้ำท่วมอีกนััน นายอนุทิน ย้ำว่าขอให้รอดูวันอังคาร ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้ย้ำให้สภาพัฒฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเสนอโครงการ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ประกอบกับโครงการบางบาล บางไทร และเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ซึ่งจะมี 3-4 เส้นที่จะขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ถ้าเราตัดสินใจสร้างโครงการเหล่านี้มาก่อนหน้านี้ ป่านนี้น่าจะเกือบถึงครึ่งทางแล้ว สำหรับงบประมาณใช้จ่ายในการเยียวยา จะได้นำมาใช้ในโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ และจะช่วยลดปัญหาปริมาณน้ำ ซึ่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการศึกษาและเสนอสร้างแก้มลิงและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งโครงการที่มีคำว่า “แก้มลิง” เราต้องน้อมนำ ต้องบอกว่ามีประโยชน์ปราศจากข้อสงสัยว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะเป็นพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่แล้ว ซึ่งโครงการทั้งหลายเหล่านี้ต้องใช้ความกล้าหาญ และมีการวางแผนพอสมควร ส่วนตัวของตนตั้งใจที่จะทำ เพราะเห็นความสำคัญของโครงการนี้อยู่แล้ว แต่เป็นรมว.มหาดไทย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอยู่นอกอำนาจที่มีอยู่ ซึ่งตอนนี้ทำได้แล้ว ก็จะไม่ทำให้เสียโอกาส โดยจะทำเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ภาวะไม่ให้มีสภาวะน้ำท่วมน้ำอย่างนี้อีกต่อไป แต่ยอมรับว่าคงไม่เสร็จในรัฐบาลของตน เนื่องจากใช้เวลานาน 7 ปี แต่ไม่เริ่มทำตอนนี้เวลา 7 ปี ก็จะลดลงเรื่อยๆ ตนจึงเริ่มให้ ซึ่งเป็นความกล้าหาญแต่เป็นหน้าที่ เมื่อเจอแบบนี้ไปถ้าเราไม่ทำอะไรก็จะถูกกล่าวหาว่ายกความเดือดร้อนไปให้กับรัฐบาลชุดต่อไป แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน ถ้าเราอยู่ในสภาวะนี้ขอบข่ายอำนาจหน้าที่เราก็ตั้งใจที่จะทำ
ข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย จะใช้งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี ซึ่งตกปีละหมื่นกว่าล้านบาท และโครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใช้งบประมาณอีก 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 29 กันยายนนี้
Advertisement