
วันนี้ (8 กันยายน 2569) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารข้อมูลรายชื่อบริษัท 16 แห่ง และข้อมูลการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในตู้คอนเทนเนอร์ เป็นหลักฐานมามอบให้ นายสมเกียรติ เพชรประดับ ผู้อำนวยการส่วนพิจารณาสำนวนร้องทุกข์และเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนด้านงานพิเศษกองบริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเสนอให้พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ
นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ตัวเองนำข้อมูลของขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็คทรอนิกส์และขยะพิษ จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 16 บริษัท จำนวนตู้คอนเทนเนอร์ 126 ตู้ ผ่านเข้ามาที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ก่อนกระจายไปคัดแยกชิ้นส่วนที่โรงงานภายในจังหวัดฉะเชิงเทราและชลบุรี และเมื่อคัดแยกชิ้นเสร็จแล้วจะนำชิ้นส่วนที่เหลือไปฝังกลบตามพื้นที่ที่ทางบริษัทได้เช่าไว้ในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งบริษัททั้งหมดพบมีเจ้าของตัวจริงเป็นชาวจีน และมีคนไทยเป็นนอมินีจัดตั้งบริษัท ส่วนขั้นตอนการลักลอบขนเข้ามาพบว่าบางทีจะใช้วิธีการแจ้งสินค้าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และใช้วิธีขนผ่านมายังจุดฟรีโซน ทำให้รอดพ้นการตรวจสอบจาก ศุลกากร
นายอัจฉริยะ ยังระบุว่าคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษเนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 30 ล้านบาท อีกทั้งส่วนตัวยังเชื่อว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการโดยเฉพาะขั้นตอนการผ่านด่านตรวจแต่ส่วนนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งในวันที่ 14 กันยายน 2569 ตัวเองและ DSI จะทำการเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่เคยได้อายัดก่อนหน้านี้เพื่อพิสูจน์ว่าภายในมีสิ่งของผิดกฎหมายอะไรปะปนมาบ้าง
Advertisement