
วันที่ 7 ก.ย. 69 ร.ต.อ.วัชญานนท์ ศรกาดำ รอง สว.สอบสวน สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลไทรงามว่า มีชายได้รับบาดเจ็บจากเหตุใช้อาวุธปืนภายในบ้านพัก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงได้ไปตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 ต.พานทอง อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร
เมื่อไปถึงพบญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีทั้งบิดา มารดา น้อง และภรรยา อยู่บริเวณหน้าบ้านด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในห้องนอนของผู้เสียชีวิต
ทราบชื่อ นายเดลินิวส์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 โดยได้เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุร่วมกับครอบครัว 5 คน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตมีบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณขมับด้านขวา ภายในห้องนอนพบปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก และอาวุธปืนพกสั้น 9 มม.วาง อยู่ภายในห้อง รวมทั้งพบคราบเลือดบริเวณที่นอน เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากการสอบถามญาติและผู้ใกล้ชิด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเดลินิวส์ได้เดินทางไปโรงเรียนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีภรรยาซึ่งทำงานอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันเดินทางไปด้วย ทั้งสองอยู่ที่โรงเรียนประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนมีการพูดคุยกันปกติ
จากนั้น นายเดลินิวส์ ได้ขับรถกลับบ้านเพียงลำพัง โดยญาติสังเกตว่ามีอาการเคร่งเครียด
ต่อมาขณะที่อยู่ภายในบ้าน บิดาและมารดาของนายเดลินิวส์ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบเข้าไปตรวจสอบภายในห้องนอน และพบลูกชายได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน จึงช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลไทรงามเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือ แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สำหรับนายเดลินิวส์ (ผู้เสียชีวิต) เป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ และที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัล “คุรุชนคนคุณธรรม” ประเภทผู้บริหารสถานศึกษาจากผลงานด้านการบริหารและการปฏิบัติงานในสถานศึกษา
อย่างไรก็ตาม ญาติและผู้ใกล้ชิดเปิดเผยว่า ในช่วงระยะหลังประมาณ 2 สัปดาห์ ผู้เสียชีวิตมีอาการเครียดเรื่องงาน และซึมเศร้า โดยคนในครอบครัวพยายามดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ผู้เสียชีวิตเดินทางกลับจากโรงเรียนมายังบ้าน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำญาติ รวมถึงบุคคลใกล้ชิด เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
Advertisement