Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทรัมป์เปลี่ยนชื่ออีก! จากนิวเม็กซิโก เป็น ‘นิวอเมริกา’ คนต้านกระหึ่ม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทรัมป์เปลี่ยนชื่ออีก! จากนิวเม็กซิโก เป็น ‘นิวอเมริกา’ คนต้านกระหึ่ม

8 ก.ย. 69
12:28 น.
แชร์

เปลี่ยนไม่พัก ‘นิวเม็กซิโก’ หนีไม่พ้น

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความปั่นป่วนบนแผนที่โลกและหน้าสื่ออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ระลอกใหม่ด้วยการโพสต์มีมและแชร์แผนที่จำลองผ่านโซเชียลมีเดีย ผลักดันแนวคิดเปลี่ยนชื่อรัฐ "นิวเม็กซิโก" เป็น "นิวอเมริกา" ท่ามกลางการเจรจาการค้าที่กำลังตึงเครียดกับเม็กซิโก

ความพยายามเปลี่ยนชื่อรัฐล่าสุดนี้ ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มันคือส่วนหนึ่งของมหกรรมรีแบรนด์ตามอำเภอใจที่กลายเป็นบรรทัดฐานในสมัยที่สองของทรัมป์ นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เขาก็ใช้คำสั่งฝ่ายบริหารและอำนาจของตนเองรื้อชื่อดั้งเดิมที่ใช้กันมานานเพื่อประทับตราอุดมการณ์ชาตินิยมสุดโต่งลงไปในทุกพื้นที่

แม้ว่าทรัมป์จะมองว่า นี่คือการทวงคืนความยิ่งใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่งมันกลับสร้างความขัดแย้งลุกลามไปทั่ว การเปลี่ยนชื่อทั้งสถานที่สำคัญ ภูมิประเทศ และหน่วยงานรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสียงต้านกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับคำถามตัวโต ๆ ว่าความเสียหายและความปั่นป่วนที่ตามมานั้นคุ้มค่าจริงหรือ

ทำไมต้องเปลี่ยนเป็น "นิวอเมริกา" ตอนนี้? 

การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ลุกขึ้นมาปั่นกระแสผ่านโซเชียลมีเดียและแชร์แผนที่จำลองเปลี่ยนชื่อรัฐ "นิวเม็กซิโก" เป็น "นิวอเมริกา" ในช่วงวันหยุดยาววันแรงงาน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือแค่การเล่นสนุกอย่างไร้จุดหมาย แต่เป็นจังหวะก้าวที่มีการคำนวณมาอย่างแยบยลท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดรอบด้าน โดยสื่อต่างประเทศมองว่ามีปัจจัยและแรงจูงใจดังนี้

เกมกดดันในสมรภูมิสงครามการค้า: การหยิบยกเรื่องการเปลี่ยนชื่อขึ้นมามักเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการเจรจาการค้าที่สั่นคลอน เช่นเดียวกับกรณีที่เขาเคยเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น ‘เลค อเมริกา’ หลังดีลกับแคนาดาล่ม การเล่นงาน "นิวเม็กซิโก" ซึ่งมีชื่อพ้องและผูกพันกับเม็กซิโกโดยตรง จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือจิตวิทยาทางการเมือง เพื่อกดดันประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯ มองว่ากำลังเอาเปรียบทางการค้า

ยุทธศาสตร์เบี่ยงเบนความสนใจ: ช่วงเวลาดังกล่าวมักเป็นจังหวะที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เผชิญกับแรงกดดันภายใน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ความตกต่ำ หรือผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าที่ส่งผลต่อปากท้องประชาชน การจุดประเด็นชาตินิยมสุดโต่งผ่านการรีแบรนด์จึงเป็นสูตรสำเร็จในการดึงดูดความสนใจของสื่อและฐานเสียง ให้หันมาโฟกัสกับวาระ "อเมริกาต้องมาก่อน" แทนที่จะจับจ้องความผิดพลาดเชิงนโยบาย

การปลุกเร้าฐานเสียงชาตินิยม: ทรัมป์อ้างว่าชื่อ "นิวอเมริกา" นั้น "ทรงเกียรติและงดงามกว่าเดิมสำหรับชาวรัฐที่มีศักยภาพสูง" วาทกรรมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อปลุกเร้าความรู้สึกภาคภูมิใจแบบอเมริกันชนขนานแท้ สะท้อนความพยายามของผู้นำในการขยายขอบเขตอุดมการณ์ของตนเองให้ฝังรากลึกไปถึงระดับอัตลักษณ์ของรัฐต่าง ๆ แม้ว่าในความเป็นจริงรัฐนั้นจะมีประวัติศาสตร์และรากเหง้าที่ยาวนานกว่าการก่อตั้งประเทศสหรัฐฯ เสียอีก

ย้อนรอยวีรกรรมตั้งชื่อ: ทรัมป์เปลี่ยนอะไรไปแล้วบ้างและทำไมถึงทำ?

การผลักดันเปลี่ยนชื่อ "นิวเม็กซิโก" เป็น "นิวอเมริกา" เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของมหกรรมล้างบางชื่อดั้งเดิมที่โดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก้าวเท้ากลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในสมัยที่สอง การใช้คำสั่งฝ่ายบริหารและการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อรีเซ็ตประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และสถาบันของรัฐ สะท้อนถึงความพยายามฝังรากลึกอุดมการณ์ชาตินิยมสุดโต่ง "อเมริกาต้องมาก่อน" ให้ปรากฏเด่นชัดในทุกมิติ โดยมีรายการสำคัญที่ถูกเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ได้แก่

  • อ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) เป็น “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America)

ทรัมป์ประกาศตั้งแต่พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเพื่อแสดงจุดยืนการใช้อำนาจอธิปไตยเหนือแหล่งน้ำยุทธศาสตร์ และแสดงความไม่พอใจต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโก แม้ว่าในทางปฏิบัติคำสั่งจะครอบคลุมเฉพาะน่านน้ำภายใต้เขตอำนาจสหรัฐฯ แต่แผนติดป้ายของบริษัทเทคโนโลยีกลับสร้างความขัดแย้งระดับนานาชาติ

  • ทะเลสาบออนแทริโอ (Lake Ontario) เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” (Lake America)

ออกคำสั่งในเดือนสิงหาคม 2026 ท่ามกลางสงครามการค้ารุนแรงกับแคนาดา โดยทรัมป์อ้างสิทธิ์ความชอบธรรมจากพื้นที่ส่วนที่ลึกที่สุดของทะเลสาบที่อยู่ฝั่งสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือจิตวิทยาและกดดันทางการค้าหลังจากเจรจาล่ม

  • ภูเขาเดนาลี (Denali) เป็น “ภูเขาแมคคินลีย์” (Mount McKinley)

ทรัมป์ยกเลิกการตัดสินใจในอดีตั้งแต่สมัยโอบามา เพื่อรื้อฟื้นชื่อในยุคศตวรรษที่ 19 โดยอ้างว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีวิลเลียม แมคคินลีย์ แต่ถูกมองว่า เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่อต้านความหลากหลาย (Anti-DEI) ที่จงใจลดทอนคุณค่าและมรดกทางประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมืองอเมริกัน

  • กระทรวงกลาโหม (Department of Defense) เป็น “กระทรวงสงคราม” (Department of War)

ใช้คำสั่งพิเศษฉบับที่ 200 ฟื้นฟูชื่อดั้งเดิมในยุคทศวรรษ 1940 และให้รัฐมนตรีกลาโหมใช้ตำแหน่ง "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม" เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณนักรบ ส่งสัญญาณความพร้อมในการทำสงคราม และล้างภาพลักษณ์องค์กรที่เคยเน้นเรื่องความเท่าเทียมหรือวาระทางสังคม 

ทรัมป์เปลี่ยนชื่อใหม่ สหรัฐฯ เสียหายใช่เล่น

การเปลี่ยนชื่อตามอำเภอใจของทรัมป์ไม่ใช่แค่การโพสต์สเตตัสเรียกยอดไลก์บนโซเชียลมีเดียแล้วจบไป แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Apple ต้องรับคำสั่งและแบกรับผลกระทบโดยตรงจากการต้องปรับแก้ระบบแผนที่ดิจิทัล ทำให้เกิดความวุ่นวายในการแบ่งโซนแสดงผลเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาท จนสูญเสียความน่าเชื่อถือและความเป็นสากล ท่ามกลางเสียงก่นด่าของผู้คนทั่วโลกที่มองว่านโยบายนี้ไม่เข้าท่าและสร้างความปั่นป่วนโดยใช่เหตุ

ในฝั่งของหน่วยงานรัฐและงบประมาณแผ่นดิน นโยบายนี้สร้างภาระหนักอึ้งมหาศาลจากการที่กระทรวงและกองทัพต้องใช้งบประมาณสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์ในการปรับเปลี่ยนป้าย ตราสัญลักษณ์ เอกสารทางการ บัตรประจำตัว เครื่องแบบ และโดเมนเว็บไซต์ ซึ่งตัวเลขความสูญเสียเหล่านี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายประหยัดค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลพยายามประกาศลดรายจ่าย

ยิ่งไปกว่านั้น บรรดานักวิชาการยังได้สะท้อนมุมมองที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน โดย ศาสตราจารย์เดเรก อัลเดอร์แมน จากมหาวิทยาลัยเทนเนสซี ชี้ว่า การที่บริษัททรงอิทธิพลอย่าง Google และ Apple ยอมเปลี่ยนชื่อตามคำสั่งช่วยสร้างความชอบธรรมและเผยแพร่ชื่อใหม่ให้ฝังรากลึก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างแรงกดดันจากรัฐบาลกับลูกค้าที่ปฏิเสธการใช้ชื่อใหม่ 

เช่นเดียวกับ ศาสตราจารย์ ไมเคิล ดอร์ฟ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ที่ยืนยันว่า บริษัทเอกชนไม่มีพันธกรณีทางกฎหมายต้องทำตาม และมองว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเพียงการกระทำตามอารมณ์ชั่ววูบของผู้นำที่ต้องการสร้างแต้มต่อทางการค้าหรือเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาใหญ่เท่านั้น


แชร์
ทรัมป์เปลี่ยนชื่ออีก! จากนิวเม็กซิโก เป็น ‘นิวอเมริกา’ คนต้านกระหึ่ม