Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เรือรบสหรัฐฯ ถึงไทย! โลกจับตา ‘พัทยา’ สื่อนอกขยี้ปม Sex-Tourism
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เรือรบสหรัฐฯ ถึงไทย! โลกจับตา ‘พัทยา’ สื่อนอกขยี้ปม Sex-Tourism

2 ก.ย. 69
14:13 น.
แชร์

เรือรบถึงแล้ว! โซเชียลไทย เล่นใหญ่ ‘รับแขก’ 

USS Abraham Lincoln เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เดินทางถึงท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีแล้วในเช้าวันนี้ (2 กันยายน 69) หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางและอยู่กลางทะเลมานานกว่า 270 วัน แต่บนโลกออนไลน์ของไทย กระแส “รอรับ” เริ่มคึกคักมาก่อนหน้านี้เป็นสัปดาห์ เมื่อคอนเทนต์เต็มไปด้วยสาวสวย พี่กะเทย และอินฟลูเอนเซอร์พากันเก็บกระเป๋า เตรียมไปรับแขกที่พัทยา พร้อมใช้เสียงรายงานข่าว USS Abraham Lincoln เป็นมุก แซวกันว่าได้เวลารับจ๊อบ งานเสริม หรือถึงขั้น “ขายตัวให้ฝรั่ง”

ขณะที่โซเชียลกำลังสนุกกับมีม ทางการพัทยาก็เตรียมรับมือการมาเยือนจริงจัง ทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและกวาดล้างการค้าประเวณี ก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมผู้หญิง 25 คนที่บริเวณทางเดินริมชายหาด ขณะที่ลูกเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 นายจะทยอยลงจากเรือเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อพักผ่อน หลังผ่านภารกิจอันยาวนานในตะวันออกกลาง

แต่เมื่อเรือรบระดับโลกเดินทางถึงไทยจริง ๆ สิ่งที่ถูกจับตาไม่ได้มีเพียงการเทียบท่าที่แหลมฉบัง เพราะสื่อต่างประเทศหลายสำนักกลับพุ่งความสนใจไปที่ “Sex-Tourism” ในพัทยา ตั้งแต่ภาพจำของเมืองกับฉายา “Sin City” ตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม ไปจนถึงความพยายามของพัทยาที่จะก้าวข้ามภาพเดิม และเปลี่ยนตัวเองเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก

 แล้วการมาเยือนครั้งนี้ทำให้พัทยาในสายตาสื่อนอกถูกเล่าอย่างไรบ้าง? SPOTLIGHT รวบรวมการรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศหลายสำนัก พร้อมชวนวิเคราะห์ถึงอนาคตพัทยา ว่าจะก้าวข้ามดินแดนแห่งการค้าประเวณีไปเป็นฮับท่องเที่ยวที่ดึงดูดลูกค้าหลากหลายกลุ่มได้หรือไม่

ภารกิจ ‘ฮีลใจ’ พี่ทหาร พัทยาทำถึงแล้วได้อะไร?

สำหรับพัทยา การมาเยือนของ USS Abraham Lincoln ไม่ได้หมายถึงเพียงการต้อนรับเรือรบสหรัฐฯ แต่ยังหมายถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่กำลังจะกระจายตัวเข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะลูกเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 นายจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย หลังผ่านภารกิจอันหนักหน่วงและอยู่กลางทะเลมานานกว่า 270 วัน

ลูกเรือจะทยอยลงจากเรือเป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 50 นาย โดยทางเมืองพัทยาจัดรถโดยสารรับส่งระหว่างเรือกับตัวเมืองจนกว่าเรือบรรทุกเครื่องบินจะออกจากไทยในวันอาทิตย์ ขณะที่การใช้จ่ายของกำลังพลในช่วงพักฝั่งถูกมองว่าเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น ตั้งแต่ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านค้า ไปจนถึงบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว

การมาเยือนของทหารสหรัฐฯ ไม่ได้มีแค่เรื่องการจับจ่ายใช้สอย เพราะภารกิจของกำลังพลในพื้นที่ยังเคยรวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชน เช่น การให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางแก่ชาวบ้าน หรือการไปทำงานอาสาสมัครในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้การแวะพักของเรือรบสามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับชุมชนได้พร้อมกัน

แต่เมื่อมีลูกเรือหลายร้อยถึงหลายพันคนออกมาใช้ชีวิตบนฝั่ง เมืองก็ต้องเตรียมรับมือกับอีกด้านควบคู่กันไป กองทัพเรือสหรัฐฯ ส่งหน่วย Shore Patrol มาทำงานร่วมกับตำรวจไทยเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ได้รับการเตือนว่า การค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายในไทย และการจ่ายเงินเพื่อซื้อบริการทางเพศก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมายยุติธรรมทางทหารของสหรัฐฯ

ดังนั้น สำหรับพัทยา การมาของ USS Abraham Lincoln จึงมีทั้งมิติของ “โอกาสทางเศรษฐกิจ” และ “โจทย์ด้านภาพลักษณ์” อยู่พร้อมกัน เมืองต้องการต้อนรับกำลังพลและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมไม่ให้การมาเยือนครั้งใหญ่กลายเป็นภาพซ้ำของพัทยาในแบบที่สื่อต่างประเทศกำลังจับตามองอยู่ในเวลานี้

เรือรบมา สื่อนอกขยี้ปม Sex-Tourism

การมาเยือนของ USS Abraham Lincoln ไม่ได้ถูกนำเสนอในสื่อต่างประเทศเพียงฐานะเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่แวะพักหลังภารกิจยาวนาน แต่ชื่อของ “พัทยา” กลับถูกดึงขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะภาพจำเรื่อง Sex-Tourism ที่ยังติดอยู่กับเมือง แม้พัทยาจะพยายามเปลี่ยนตัวเองมาหลายปีแล้วก็ตาม

สำนักข่าว AP ถึงกับพาดหัวเรียกพัทยาว่าอดีต “Sin City” ของไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้เมืองจะพยายามก้าวข้ามชื่อเสียงด้าน Sex-Tourism ด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว แต่ภาพจำดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวพัทยา โดยเฉพาะเมื่อมีทหารสหรัฐฯ กลับมาเยือนเมืองอีกครั้ง

ขณะที่ The Guardian ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างพัทยากับกองทัพสหรัฐฯ โดยย้อนกลับไปถึงยุคสงครามเวียดนาม เมื่อทหารอเมริกันจำนวนมากเดินทางมาประจำการในประเทศไทย และพัทยาซึ่งอยู่ใกล้ฐานทัพสัตหีบและสนามบินอู่ตะเภา กลายเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนของกำลังพล จนเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวประมงไปสู่เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้าน nightlife และ Sex-Tourism

ส่วน The Independent ก็วางเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้น โดยอธิบายว่าพัทยาเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวทางเพศ พร้อมรายงานว่าก่อนเรือ USS Abraham Lincoln เดินทางมาถึง ทางการพัทยาได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างการค้าประเวณี ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยราว 40-50 คน และเพิ่มการลาดตระเวนตามแนวชายหาดและย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน

ภาพที่ปรากฏจากการรายงานของสื่อต่างประเทศจึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะการมาของเรือรบสหรัฐฯ ครั้งนี้ถูกเล่าควบคู่กันไปทั้งในมุม การพักผ่อนของกำลังพล เศรษฐกิจท้องถิ่น และภาพจำเรื่อง Sex-Tourism โดยเฉพาะเมื่อเมืองเองก็พยายามยืนยันว่า ลูกเรือมาเพื่อพักผ่อน และการเตรียมการของทางการมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและการป้องกันไม่ให้พวกเขาถูกเอาเปรียบ

แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใด “Sex-Tourism” จึงกลายเป็นภาพจำที่ติดอยู่กับพัทยามายาวนานขนาดนี้? คำตอบต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางของเมือง ตั้งแต่วันที่ยังเป็นหมู่บ้านชาวประมง จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

จาก Sex-Tourism สู่ Global Tourism Hub พัทยาจะเปลี่ยนภาพจำได้หรือไม่?

ย้อนกลับไปก่อนจะมีภาพจำเรื่อง Sex-Tourism พัทยาเคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเงียบ ๆ ก่อนจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นในยุคสงครามเวียดนาม เมื่อทหารสหรัฐฯ เข้ามาประจำการในประเทศไทยจำนวนมาก และพัทยาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฐานทัพเรือสัตหีบและสนามบินอู่ตะเภา กลายเป็นสถานที่พักผ่อนของกำลังพล จนเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนโฉมไปจากเดิม

นักวิชาการด้านการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพมองว่า กองทัพสหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อการก่อร่างพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะจากเมืองประมงที่เงียบสงบ พัทยากลายเป็นศูนย์กลาง “ไนต์ไลฟ์” และ “ความบันเทิง” สำหรับนักท่องเที่ยวนานาชาติภายในเวลาประมาณ 15 ปี ขณะที่การไหลเข้ามาของกำลังพลอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ธุรกิจสถานบันเทิงและบริการทางเพศเติบโตตามมา

เมื่อสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากประเทศไทยในช่วงกลางทศวรรษ 1970 โครงสร้างของอุตสาหกรรมเหล่านี้ไม่ได้หายไปพร้อมกับทหาร แต่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาแทนที่ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนและรัสเซียเข้ามาเป็นระลอก ขณะเดียวกัน การเดินทางทางอากาศที่มีราคาถูกลงและการเติบโตของทัวร์แบบแพ็กเกจ ก็ช่วยผลักดันให้พัทยาก้าวจากเมืองพักผ่อนของทหารไปสู่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เบื้องหลังการเติบโตนั้นยังมีเรื่องเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง คนหนุ่มสาวจำนวนมากจากภาคอีสานเดินทางเข้ามาหางานในภาคธุรกิจกลางคืนของพัทยา เพราะสามารถสร้างรายได้สูงกว่างานเกษตรกรรมในชนบท และส่งเงินกลับไปช่วยเหลือครอบครัวที่บ้านได้ ขณะที่งานบริการทางเพศ แม้ผิดกฎหมายและเป็นเรื่องต้องห้ามในทางวัฒนธรรม แต่กลับดำรงอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม พัทยาในวันนี้ไม่ได้ต้องการให้ตัวเองถูกจดจำด้วย Sex-Tourism เพียงอย่างเดียว เมืองพยายาม rebrand ตัวเองให้เป็น Global Tourism Hub และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับครอบครัวมากขึ้น ทั้งสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า รีสอร์ตหรู สวนน้ำที่ใช้ธีมจาก Cartoon Network สวนนงนุช พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม สนามกอล์ฟ กิจกรรมวิ่ง และทริปไปยังเกาะใกล้เคียง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพัทยาอีกด้านที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและผู้มาเยือนจากประเทศอื่นในเอเชีย

แชร์
เรือรบสหรัฐฯ ถึงไทย! โลกจับตา ‘พัทยา’ สื่อนอกขยี้ปม Sex-Tourism