
การย้ายสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 (Korat Expo 2029 – ชื่อใหม่ Expo 2029 Korat Thailand) จากตำบลเทพาลัย อำเภอคง ไปยังอำเภอปากช่อง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการที่เตรียมการมาหลายปี และเป็นเรื่องที่สร้างความผิดหวังให้กับคนในพื้นที่เดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุผลสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนพื้นที่จัดงานมาจากผลการศึกษาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปรียบเทียบความพร้อมและความคุ้มค่าของทั้งสองพื้นที่ โดยปากช่องมีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมกว่า ทั้งการเดินทาง โรงพยาบาล โรงแรมและที่พัก ขณะที่อำเภอคงยังมีข้อจำกัดหลายด้าน และหากเดินหน้าจัดงานที่อำเภอคง รัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกมาก
ในมุมของการบริหารงบประมาณ เหตุผลนี้เข้าใจได้ แต่เมื่อ ‘ความพร้อม’ และ ‘ความคุ้มค่า’ ถูกนำมาเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกพื้นที่ จึงมีคำถามอีกด้านจึงตามมาว่า รัฐควรวัดความคุ้มค่าของการลงทุนสาธารณะจากต้นทุนที่ต้องใช้เพียงอย่างเดียว หรือควรรวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่การลงทุนสามารถสร้างให้กับพื้นที่ที่ยังขาดโอกาสด้วย
เหตุผลของฝ่ายที่สนับสนุนการย้ายพื้นที่ค่อนข้างชัดเจน ปากช่องเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของนครราชสีมาและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว ทั้งถนน รถไฟ ที่พัก โรงพยาบาล และธุรกิจบริการ ซึ่งหมายความว่า การนำงานขนาดใหญ่เข้ามาจัดที่ปากช่องไม่จำเป็นต้องเริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างจากศูนย์
จุดเริ่มต้นของการทบทวนพื้นที่จัดงานมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เสนอเรื่องต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ สศช. ศึกษาและเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างพื้นที่อำเภอคงและอำเภอปากช่อง
เมื่อวันที่ 14-15 สิงหาคม 2569 สศช. ได้ลงพื้นที่อำเภอคงเพื่อติดตามความก้าวหน้าการเตรียมงาน ทั้งการจัดทำผังแม่บท การขอรับรองตามหลักเกณฑ์ขององค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE) การบริหารจัดการพื้นที่และที่ดิน การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง สาธารณูปโภค การแพทย์ ที่พัก และการรองรับผู้เข้าชมจำนวนมาก
ผลการศึกษาที่นำไปสู่ข้อเสนอเปลี่ยนพื้นที่พบว่า ปากช่องมีความพร้อมหลายด้านมากกว่า ทั้งระบบการเดินทางที่มีถนนเชื่อมต่อกรุงเทพฯ รถไฟ และรถโดยสารประจำทาง รวมถึงมีโรงพยาบาลและที่พักจำนวนมาก สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ทันที
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หากยังจัดงานที่อำเภอคง จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกจำนวนมากเพื่อจัดทำระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น และมติ ครม. ระบุว่า พื้นที่จัดงานใหม่ที่อำเภอปากช่องเป็นพื้นที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่จำเป็นต้องจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐในระยะยาว
แม้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอเปลี่ยนพื้นที่ด้วยเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าของการใช้เงินงบประมาณ แต่กรอบงบประมาณจัดงานยังคงอยู่ที่ 4,281 ล้านบาท ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565
นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบงบกลาง 88.33 ล้านบาท สำหรับจ้างออกแบบผังแม่บทและรายละเอียดการจัดสร้างพื้นที่จัดงาน และอีก 6 ล้านบาท สำหรับทบทวนความพร้อมและจัดทำเอกสารเสนอพื้นที่ใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
การตัดสินใจต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไทยต้องแสดงความพร้อมของพื้นที่ใหม่ต่อสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ซึ่งทำหน้าที่รับรองการจัดงานและกำหนดมาตรฐานการจัดงาน ภายในวันที่ 4 กันยายนนี้ และต้องดำเนินการขอความเห็นชอบจากองค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE) ในวันที่ 6 ตุลาคม รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งจัดทำ Master Plan และ Legacy Plan สำหรับพื้นที่ปากช่อง เพื่อให้การเตรียมพื้นที่เป็นไปตามมาตรฐานและสามารถใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหลังจบงาน
สำหรับคนในอำเภอคงและอำเภอใกล้เคียง งานพืชสวนโลกถูกมองเป็นโครงการแห่งความหวังที่จะนำการลงทุนและการพัฒนาเข้าสู่พื้นที่ เมื่อรัฐบาลย้ายพื้นที่จัดงานจึงสร้างความผิดหวังอย่างเลี่ยงไม่ได้
นายไพศาล เกียรติชัยพัฒน นายกเทศมนตรีตำบลเมืองคง แสดงความเห็นก่อนจะถึงวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติชี้ขาดว่า คนในพื้นที่รอคอยและเตรียมความพร้อมกับงานนี้มาโดยตลอด โดยหวังว่าจะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สร้างงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในพื้นที่
แม้ยอมรับว่าปากช่องมีความพร้อมและศักยภาพมากกว่าในหลายด้าน แต่นายกเทศมนตรีตำบลเมืองคงเห็นว่า ไม่ได้หมายความว่าอำเภอคงไม่มีศักยภาพหรือไม่สามารถจัดงานได้ หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนอย่างจริงจัง
“ผมไม่ได้ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นความขัดแย้งของคนโคราชด้วยกัน เพียงอยากให้เสียงของคนอำเภอคงได้รับการรับฟัง และความหวังที่เกิดขึ้นได้รับความเป็นธรรม เพราะการพัฒนาที่แท้จริง ไม่ควรส่องแสงเฉพาะพื้นที่ที่สว่างอยู่แล้ว แต่ควรส่งต่อโอกาสไปยังพื้นที่ที่กำลังรอคอยความหวังด้วย”
ตัวแทนประชาชนจาก 8 อำเภอชายขอบของนครราชสีมา นำโดยนายถวิล รัตนพร รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนแดง จ.นครราชสีมา ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ (กมธ.เกษตรฯ) สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 28 สิงหาคม เพื่อขอให้ทบทวนแนวทางการย้ายพื้นที่และชะลอการเสนอเรื่องเข้าสู่ ครม.
ประชาชนใน 8 อำเภอมองว่า การจัดงานในพื้นที่อำเภอคงสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และนำการพัฒนาเข้าสู่พื้นที่ที่มีความเจริญน้อยกว่าส่วนอื่นของจังหวัด โดยเฉพาะอำเภอคงและพื้นที่โดยรอบ
ด้านนายนพพล เหลืองทองนา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เสนอความเห็นว่า การพิจารณาสถานที่จัดงานไม่ควรมองเฉพาะความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและผลตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่ควรพิจารณาการกระจายโอกาส ความเท่าเทียม มิติทางสังคม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายขอบด้วย
หนึ่งคำถามสำคัญต่อการย้ายพื้นที่จัดงาน คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่อำเภอคง ซึ่งมีการเตรียมการรองรับการจัดงานมาแล้วก่อนหน้านี้
ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในอำเภอคงระบุว่า พื้นที่เทพาลัย 678 ไร่ที่ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานมีการดำเนินงานเตรียมพื้นที่ไปแล้ว รวมถึงการพัฒนาระบบชลประทานที่ใช้งบประมาณไปกว่าร้อยล้านบาท จึงต้องการให้ภาครัฐชี้แจงว่าหากย้ายสถานที่จัดงานแล้ว การลงทุนและพื้นที่ที่เตรียมไว้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร
ด้านรัฐบาลกำหนดให้มีการจัดทำการบริหารจัดการพื้นที่หลังสิ้นสุดงาน (Legacy Plan) สำหรับพื้นที่อำเภอคง โดยให้จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่เตรียมไว้แล้ว และเปิดให้ประชาชน เกษตรกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม โดยเป้าหมาย คือ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวยังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้ แม้จะไม่ได้เป็นสถานที่จัดงานพืชสวนโลกแล้ว
หนึ่งประเด็นสำคัญที่คนในพื้นที่รวมถึงคนนอกพื้นที่ที่ติดตามข่าวนี้หยิบขึ้นมาตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐ คือ การนำ ‘ความพร้อม’ ของทั้งสองพื้นที่มาเปรียบเทียบกัน อย่างเช่นจำนวนห้องพัก ซึ่งฝ่ายรัฐระบุว่า ปากช่องมีโรงแรมและรีสอร์ตจำนวนมาก สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ทันที ขณะที่อำเภอคงยังมีข้อจำกัดทั้งด้านที่พักและสาธารณูปโภค
ในมุมของการจัดงานระดับนานาชาติ ความพร้อมเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ละเลยไม่ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขเหล่านี้ก็สะท้อนความแตกต่างด้านการพัฒนาของสองพื้นที่อย่างชัดเจน – ปากช่องมีฐานการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนามาแล้ว ขณะที่ ‘คง’ มีห้องพักน้อยกว่าเพราะไม่ได้มีฐานเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงปากช่อง จึงยังต้องการการลงทุนเพื่อยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก
ดังนั้น การที่รัฐใช้ ‘ความพร้อม’ เป็นตัวชี้ขาด ย่อมทำให้พื้นที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้วได้เปรียบพื้นที่ที่ยังต้องลงทุนเพิ่ม ดังที่นายวีระวิทย์ เชื้อจันอัด ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัญหาข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานของอำเภอคงเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐไม่ได้พัฒนาพื้นที่โซนนี้อย่างเท่าเทียมมาก่อน ซึ่งหากมีการพัฒนามาก่อนหน้านี้ งบประมาณที่ใช้เตรียมจัดงานคงจะไม่สูงอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้าง
การย้ายพื้นที่จัดงานพืชสวนโลกครั้งนี้จึงนำไปสู่คำถามว่า ‘ความคุ้มค่า’ ของโครงการระดับประเทศควรจบอยู่ที่การลดต้นทุนของรัฐหรือไม่? และจุดชนวนคำถามที่ใหญ่กว่านั้นในเรื่องความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจว่า หากการลงทุนของรัฐมุ่งไปยังพื้นที่ที่พร้อมที่สุดเป็นหลัก พื้นที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้วจะยิ่งได้รับโอกาสมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ที่ยังขาดความพร้อมจะต้องตามหลังตลอดไปหรือไม่ ?
.
อ้างอิง : สศช., Amarin [1], Amarin [2], ทำเนียบรัฐบาล