
โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขันระหว่างรัฐมหาอำนาจ ประเทศไทยตกอยู่ใต้บรรยากาศแห่งการช่วงชิงเขตอิทธิพลระหว่างรัฐมหาอำนาจ แถมยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามรูปการณ์นี้ คำถามสำคัญก็คือแล้วประเทศไทยจะมียุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ รวมถึงสามารถอยู่รอดได้พร้อมกับมีอำนาจต่อรองในการเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับรัฐมหาอำนาจ
ในที่นี้ ผู้เขียนจึงขอเสนอแผนยุทธศาสตร์ MSN ในฐานะทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าจะทำให้ไทยสามารถปรับตัวได้ในระเบียบโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจ ตลอดจนสามารถปรับนโยบายต่างประเทศให้สอดคล้องกับบริบทภูมิรัฐศาสตร์เอเชียได้อย่างเหมาะสม
M หมายถึง Middle Power หรือ ประเทศมหาอำนาจระดับกลาง ซึ่งเป็นคำนิยามทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ใช้เรียกประเทศที่มีอิทธิพลและพลังอำนาจสูงกว่าประเทศขนาดเล็ก แต่ยังไม่ถึงขั้นประเทศอภิมหาอำนาจ กลุ่มประเทศที่มีอำนาจปานกลาง (มัธยอำนาจ) มักมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งพร้อมมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายหรือระบบความมั่นคงในระดับภูมิภาคของตนเอง กอปรกับยังสามารถขยายเขตอิทธิพลเข้าไปยังดินแดนรอบๆได้ด้วยตนเองจนเกิดการสร้างพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รองรับการแสวงหาผลประโยชน์ของตนได้กว้างไกลขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย ตุรกีและแอฟริกาใต้ มักถูกพิจารณาว่าเป็น Middle Power
ต่อกรณีดังกล่าว ผู้เขียนเห็นว่า ประเทศไทยมีลักษณะหลายอย่างที่เข้าเกณฑ์ Middle Power โดยแสนยานุภาพทางทหารของกองทัพไทย ทำเลที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทย รวมถึงอัตลักษณ์และการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในโลกสากล ล้วนชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลและพลังอำนาจของไทยที่ไม่เป็นรองชาติใดหรือไม่ตกเป็นรองประเทศอื่นนัก
ฉะนั้น หากรัฐไทยจัดวางตำแหน่งแห่งที่ใหม่บนเวทีการเมืองโลกโดยมองตนเองว่าเป็น Middle Power ไม่ใช่ Small Power ก็อาจช่วยกำหนดกรอบคิดให้เกิดการคิดค้นหรือผลิตยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการต่างประเทศใหม่ๆอีกหลายอย่างที่สอดคล้องกับความเป็นมัธยอำนาจของไทยอย่างแท้จริง ในการนี้ ผู้เขียนมองว่ามีตัว Sกับตัว N ที่เป็นอีกสององค์ประกอบหลักทางยุทธศาสตร์ซึ่งช่วยบ่งชี้ถึงความเป็น Middle Power ของไทย
S หมายถึง Strategic Autonomy หรือ ความเป็นอิสระทางยุทธศาตร์ หรือ ความเป็นตัวของตัวเองในทางยุทธศาสตร์ คำๆนี้ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของรัฐหรือกลุ่มประเทศหนึ่งในการกำหนดนโยบายต่างประเทศและยุทธศาสตร์ความมั่นคงตามกรอบผลประโยชน์แห่งชาติของตน โดยสามารถตัดสินใจในประเด็นสำคัญได้ด้วยตัวเอง พร้อมมีอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาหรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของมหาอำนาจภายนอกมากเกินไป ประเทศที่มีอิสระทางยุทธศาสตร์มักเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อปกป้องดินแดนตนโดยพยายามลดการพึ่งพาทางทหารจากประเทศมหาอำนาจ รวมถึงมีการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ไม่พึ่งพาทุน วัตถุดิบ และพลังงานจากประเทศอื่นในลักษณะที่มากจนเกินไป
ตามรูปการณ์นี้ หากประเทศไทยเร่ิมคิดถึงการพึ่งตนเองให้มากขึ้นทั้งในแง่การทหาร เศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี พร้อมมีความเป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยปราศจากการถูกครอบงำจากรัฐมหาอำนาจภายนอก ก็จักช่วยส่งเสริมให้ไทยมีลักษณะเข้าข่าย Middle Power ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
N หมายถึง Neutrality หรือ ความเป็นกลาง การไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถือเป็นคำที่สื่อถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยเน้นรักษาสมดุลระหว่างรัฐมหาอำนาจขั้วต่าง ๆ ถือเป็นภาวะการณ์ที่รัฐหนึ่ง ๆตัดสินใจไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารและไม่ฝักใฝ่มหาอำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ในกรณีนี้ รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศไทยก็ได้แสดงจุดยืนผ่านสื่อมวลชนในหลายครั้งที่ผ่านมาว่าไทยจะไม่เลือกข้างจีนหรือสหรัฐอเมริกา แต่ไทยพร้อมจะดำรงสถานะเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ขั้วมหาอำนาจขั้วใดขั้วหนึ่งเพื่อรักษาสมดุลทางการเมืองระหว่างประเทศ การดำเนินนโยบายแบบเป็นกลาง ทำให้ไทยไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลหรือการชี้นำจากมหาอำนาจขั้วใดขั้วหนึ่งที่มากจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ไทยอาจงดเลือกข้างทางทหาร แล้วหันมาเลือกข้างในหลักการที่ถูกต้องยุติธรรมหรือเลือกข้างในประเด็นที่สัมพันธ์กับผลประโยชน์และความอยู่รอดของไทยอย่างแท้จริง การดำรงความเป็นกลางอย่างยืดหยุ่นเช่นนี้สื่อถึงการไม่เอนเข้าหามหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งแบบถาวรแต่จะโน้มเอียงไปตามสถานการณ์และผลประโยชน์ซึ่งก็อาจช่วยส่งเสริมให้ไทยสามารถปรับตัวเข้ากับการเมืองระหว่างมหาอำนาจได้แบบคล่องแคล่วและพริ้วไหวขึ้น
แต่กระนั้นก็ตาม การเลือกข้างหรือไม่เลือกข้าง ก็ไม่ได้ถือเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากนักต่อการส่งเสริมให้ไทยเป็นประเทศที่มีพลังอำนาจที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยรากฐานของตนเอง แต่การจะส่งเสริมให้ไทยมีอำนาจอิทธิพลได้มากขึ้นแค่ไหน อย่างไรนั้น อาจเกี่ยวข้องกับการมียุทธศาสตร์ในแบบอื่นๆที่ช่วยขับเคลื่อนให้ไทยกลายเป็นรัฐที่มีจุดเด่นทางภูมิรัฐศาสตร์หรือสามารถขยายเขตอิทธิพลได้ด้่วยตนเองเสียมากกว่า

นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์