
สงครามปากีสถาน-อัฟกานิสถานกับผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช
นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สงครามระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถานเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลอิสลามาบัดกล่าวโทษรัฐบาลตาลีบันในคาบูลว่าให้การสนับสนุนกลุ่มเตห์ริก-อี ตาลิบัน ปากีสถาน (TTP) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่เข้าไปก่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงในแผ่นดินปากีสถานอยู่เป็นระยะ กอปรกับการสนิทสนมทางยุทธศาสตร์ระหว่างคาบูลกับนิวเดลีที่แนบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้ปากีสถานเกรงว่าอัฟกานิสถานจะกลายเป็นฐานอำนาจใหม่ของอินเดียเพื่อปิดล้อมทอนกำลังปากีสถาน
อันที่จริง การต่อสู้ระหว่างสองรัฐนี้ได้ก่อผลกระทบเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างใหญ่หลวงต่อเอเชีย โดยมีข้อสังเกต 5 ส่วนหลัก ได้แก่
1. ปากีสถานมีความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์กับอินเดียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เช่น ข้อพิพาทเขตแดนในแคชเมียร์ โดยหากปากีสถานเกิดต้องทำสงครามยืดเยื้อกับอัฟกานิสถาน พร้อม ๆ กับต้องปะทะทางทหารกับอินเดีย ก็เท่ากับว่าอิสลามาบัดต้องเปิดแนวรบถึงสองแนวพร้อม ๆ กัน คือกับอัฟกานิสถานทางตะวันตกและอินเดียทางตะวันออก ซึ่งทำให้การวางแผนป้องกันประเทศของปากีสถานมีความซับซ้อนขึ้นเพราะต้องคิดให้รอบคอบถึงการระดมพลและแบ่งสรรกำลังรบเข้าไปรับศึกชายแดนถึงสองด้าน
2. แนวพรมแดนทางบกที่ทอดตัวยาวเกินสองพันห้าร้อยกิโลเมตร ล้วนเต็มไปด้วยข้อพิพาทเขตแดนและประกอบด้วยอาณาบริเวณทางยุทธศาสตร์ที่กองทัพทั้งสองรัฐต้องต่อสู้แย่งชิงกัน เมืองสำคัญอย่างคาบูล เปชวาร์และอิสลามาบัด มีระยะทางไม่ไกลกันนัก จึงเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายโจมตีได้ง่าย
ขณะที่กันดาฮาร์ เมืองใหญ่ของอัฟกานิสถานก็อยู่ใกล้ชายแดนปากีสถานเกินไป ซึ่งหากเมืองนี้ถูกตีแตก รัฐบาลตาลีบันจะเกิดภาวะระส่ำระส่ายในการกุมเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศ
3. การยุทธ์ระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถานสะท้อนความขัดแย้งในโลกมุสลิม พร้อมอาจทำให้เกิดการแย่งชิงดินแดนในพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ โดยแผ่นดินอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และดินแดนใกล้เคียง ล้วนเป็นถิ่นฐานมาตุภูมิของชนเผ่าพัชตุน/ปาทาน คาลาซ อุชเบก และทาจิก ซึ่งเมื่อเกิดสงครามขนาดใหญ่ขึ้นในแถบนี้ ก็พึงจับตาดูว่าจะมีนักรบชนเผ่ากลุ่มใดบ้างที่เข้าร่วมรบในสมรภูมิจุดต่าง ๆ
หรืออย่างในกรณีปากีสถานที่มีขบวนการตั้งรัฐเอกราชบาลูจิสถาน (ซึ่งมีพรมแดนใกล้อัฟกานิสถาน) ก็คงมิแน่ว่าความขัดแย้งทางทหารระหว่างปากีสถาน-อัฟกานิสถานในรอบนี้จักสร้างแรงกระเพื่อมต่อการแยกรัฐของบาลูจิสถาน มากน้อย เพียงใด โดยเฉพาะในเงื่อนไขที่อินเดียและอัฟกานิสถานเข้าหนุนกระบวนการรับรองเอกราชบาลูจิสถานอย่างเต็มที่
4. อัฟกานิสถาน ตั้งอยู่ระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียกลางและตะวันออกกลาง แถมมีติ่งดินแดนเป็นฉนวนแคบ ๆ ยื่นลึกเชื่อมต่อกับจีนแผ่นดินใหญ่ ตามรูปการณ์นี้ อัฟกานิสถานจึงเป็นยุทธภูมิสำคัญในเอเชีย การทำสงครามระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถานจึงก่อแรงกระทบต่อหลายประเทศและหลายภูมิภาค (ที่มีที่ตั้งอยู่ติดอัฟกานิสถานหรือมีอิทธิพลในอัฟกานิสถาน) ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มรัฐในเอเชียกลางอย่างเติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน และทาจิกิสถาน รัฐตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน หรือแม้กระทั่งจีน อินเดียและรัสเซีย โดยจีนมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับปากีสถาน แต่ก็เริ่มเข้าไปขยายการลงทุนในอัฟกานิสถานผ่านโครงการ BRI
ขณะที่อินเดียเริ่มกระชับสัมพันธ์กับอัฟกานิสถานเพื่อปิดล้อมปากีสถาน ส่วนรัสเซีย (สมัยอดีตสหภาพโซเวียต) ก็เคยทำสงครามในอัฟกานิสถานและแผ่อิทธิพลเหนือดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียกลาง
5. สหรัฐอเมริกาสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยบุกยึดครองอิรักและอัฟกานิสถาน จนทำให้กำลังสหรัฐฯสามารถปิดล้อมทอนกำลังอิหร่านทั้งจากด้านตะวันตกและตะวันออกได้อย่างหนักแน่น ในระยะหลังๆ ถึงแม้ว่าสหรัฐฯได้ถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานแล้ว จนทำให้กลุ่มตาลีบันกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง แต่สหรัฐฯก็คงมีแผนยุทธศาสตร์ในการรักษาอิทธิพลในอัฟกานิสถานสืบไป
มาวันนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังทำสงครามใหญ่กับอิหร่าน โดยถ้าพินิจดูแผนที่โลก จะพบว่าอิหร่าน อัฟกานิสถานและปากีสถานล้วนมีอาณาเขตต่อติดวางเรียงกันไป ในการนี้ หากนำยุทธภูมิในสงครามอัฟกานิสถาน-ปากีสถานมาเชื่อมประกบกับอิหร่านที่กำลังต่อสู้กับสหรัฐฯและพันธมิตรของสหรัฐฯอย่างอิสราเอล ก็ทำให้เรามองเห็นภาพแกนภูมิรัฐศาสตร์ขนาดใหญ่ที่อาจโหมไฟสงครามให้ลุกโชนแผ่ขยายไปทั่วเอเชีย

นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์