
ใครกำลังเล่นหุ้นจะเข้าใจดีว่า เกมการเมืองมีผลมาก ๆ โดยเฉพาะเกมการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งล่าสุด ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งอย่างน่าตกใจหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน และการทำข้อตกลงหยุดยิงกำลังจะเกิดขึ้นจริง
Spotlight จะพาไปดูว่าตอนนี้ตลาดหุ้นเป็นยังไงบ้าง และถ้าทำข้อตกลงหยุดยิงได้จริง ๆ หุ้นจะเป็นอย่างไร?
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเกือบ 1.8% ซึ่งนี่เป็นการปรับขึ้นวันเดียวที่มากที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน และเป็นการหยุดสถิติที่ร่วงต่อเนื่องมายาวนานถึง 3 วัน
นอกจากนี้ ดัชนีตลาดหุ้นเทค และประเทศอื่น ๆ ก็พุ่งขึ้นกันหมด ซึ่งมีดังนี้
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ หนึ่งในมาตรฐานหลักที่ใช้อ้างอิงราคาน้ำมันดิบหลักของโลก ลดลงราว 1% ซึ่งอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 89.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ ≈ 2,900 บาท) เนื่องจากตลาดมีความหวังว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาปกติในเร็ววัน เพราะนี่คือหนึ่งในช่องแคบเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของโลก
ราคาตลาดหุ้นพุ่งขึ้น หลังทรัมป์ออกแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่เพื่อยุติสงครามแล้ว โดยตอนนี้รอเพียงการสรุปเอกสารขั้นสุดท้าย และอาจมีการลงนามกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้
แม้ทางอิหร่านจะยังไม่มีแถลงการณ์ใด ๆ แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้เผยว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา
คุณคูน โกห์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียของธนาคาร ANZ เผย นักลงทุนต่างเห็นตรงกันในเรื่องของการลงนามข้อตกลงหยุดยิงว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการเห็นเพียงการเซ็นเอกสาร แต่อยากเห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของตลาดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง "การคลี่คลายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ" รวมถึงความตื่นเต้นที่ตลาดกำลังจับตารอการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย การที่นักลงทุนกลับมาช้อนซื้อหุ้นสะท้อนให้เห็นว่า นี่คือการรีเซ็ตตลาดกระทิงให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง