
สัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ เมื่อกลุ่มฮามาส และกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในปาเลสไตน์บรรลุข้อตกลงยอมรับแผนการปลดอาวุธในฉนวนกาซา ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ยกย่องข้อตกลงนี้ว่า เป็น "ก้าวที่ยิ่งใหญ่" สู่สันติภาพ และความมั่นคง โดยกำหนดให้ทุกฝ่ายต้องจัดทำแผนที่นำทางสำหรับการปลดอาวุธภายใน 14 วัน ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานตรวจสอบระหว่างประเทศ
Spotlight จะพาไปดูรายละเอียดของข้อตกลง รวมถึงเสียงวิเคราะห์จากหลายฝ่ายว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของสันติภาพจริง ๆ หรือเป็นเพียงข้อตกลงที่ไม่สำเร็จอีกอัน?
สาระสำคัญของข้อตกลงเผยว่า กระบวนการปลดอาวุธจะเริ่มต้นด้วยการส่งคณะกรรมการแห่งชาติ และ กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติเข้าสู่ฉนวนกาซา
อาวุธทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่คณะกรรมการแห่งชาติ ซึ่งจะกลายเป็นหน่วยงานเพียงแห่งเดียวที่มีสิทธิ์ถือครองอาวุธในกาซา โดยจะไม่มีการส่งมอบอาวุธให้แก่อิสราเอลหรือหน่วยงานที่ไม่ใช่ปาเลสไตน์โดยเด็ดขาด โดยกระบวนการจะเริ่มจากการส่งมอบอาวุธของตำรวจ ตามด้วยอาวุธหนัก และการยุติกิจกรรมทางทหารทั้งหมด
เมื่อกระบวนการปลดอาวุธเสร็จสิ้น กองทัพอิสราเอลจะถอนกำลังออกจากกาซา ก่อนที่กองกำลังนานาชาติจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่
แม้หลายฝ่ายจะมองว่าข้อตกลงครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญ แต่เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของฮามาสกลับถูกตีความแตกต่างกัน
มุมมองแรก : แรงกดดันจากนานาชาติ และวิกฤตการเงิน
อลัน ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มองว่า ฮามาสเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากประชาคมโลกให้ยอมรับข้อตกลง โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านเศรษฐกิจ และปากท้อง ซึ่งจะยิ่งเลวร้ายลงหากฮามาสปฏิเสธการลงนาม
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพยายามผลักดันให้ข้อตกลงนี้เป็นผลงานสำคัญของ "คณะกรรมการเพื่อสันติภาพ" ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารกาซาภายใต้รัฐบาลเทคโนแครตที่ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นกลไกผลักดันให้กาซาค่อย ๆ หลุดพ้นจากอิทธิพลของฮามาส และกลุ่มการเมืองปาเลสไตน์เดิม
อีกมุมหนึ่ง : นี่ไม่ใช่ "การยอมจำนน"
นิดาล อาบู ซาอิด นักวิเคราะห์ทางทหาร ชี้ให้เห็นว่า ถ้อยคำในข้อตกลงไม่ได้ใช้คำว่า "การปลดอาวุธ" เป็นหลัก แต่เน้นคำว่า "การตรวจนับ และการจัดเก็บ"
ในมุมมองทางทหาร ทั้งสองคำมีความหมายต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การตรวจนับ และจัดเก็บอาวุธจะดำเนินการโดยบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ใช่อิสราเอล ทำให้กลุ่มติดอาวุธสามารถยอมรับกระบวนการดังกล่าวได้ ต่างจากการปลดอาวุธโดยกองกำลังศัตรู ซึ่งพวกเขามองว่าเท่ากับการยอมจำนน และไม่มีวันยอมรับ
แม้ข้อตกลงจะดูเป็นก้าวสำคัญ แต่ในทางปฏิบัติยังมีอุปสรรคจำนวนมาก โดยกาซี ฮาหมัด หนึ่งในตัวแทนเจรจาของฮามาสยืนยันว่า ฮามาสจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงใด ๆ หากอิสราเอลไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของตนเอง โดยเฉพาะการถอนทหารออกจากกาซา และการเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน กลุ่มญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ (PIJ) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มติดอาวุธสำคัญในกาซา ออกมายืนยันว่ารายงานเรื่องข้อตกลงดังกล่าว "ไม่ถูกต้อง" พร้อมระบุว่ายังคงมีข้อสงสัย และข้อจำกัดเกี่ยวกับถ้อยคำในเอกสารข้อตกลงอีกมาก
นอกจากนี้ ด้านอิสราเอลเองก็ยังถูกตั้งคำถามจากประวัติการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้งในอดีต ทำให้เส้นทางสู่สันติภาพภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และต้องรอการพิสูจน์ว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามคำมั่นได้จริงหรือเปล่า