
สำนักข่าวกลางของทางการเกาหลีเหนือรายงานวันนี้ (14 กันยายน 2569) ว่า ได้ฝึกซ้อมโจมตีด้วยการยิงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใช้อาวุธต่าง ๆ อย่างปืนใหญ่และขีปนาวุธ หลังก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้ฝึกซ้อมรบร่วมกัน
รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ สามารถตรวจจับการยิงขีปนาวุธระยะใกล้หลายนัดที่ยิงมาจากวอนซันของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าตกลงในทะเลตะวันออกได้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
สื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า การซ้อมโจมตีด้วยการยิงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยการฝึกดังกล่าวมีหน่วยย่อยที่ได้รับการคัดเลือกจากหน่วยร่วมด้านปืนใหญ่และขีปนาวุธ 5 หน่วยเข้าร่วม โดยมีการนำระบบรบรุ่นใหม่มาใช้ในการฝึก รวมถึงโดรนโจมตีหลายประเภท ขีปนาวุธร่อนทางยุทธวิธี เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องแบบเทอร์โมบาริกขนาดใหญ่ และขีปนาวุธขีปนาวุธยุทธวิธี
เกาหลีเหนือยังอ้างว่า การโจมตีทั้งหมดยิงถูกเป้าหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ และกล่าวถึงการฝึกซ้อมว่า เป็นการฝึกโจมตีการยิงที่เป็นหนึ่งเดียวและพร้อมเพรียงกัน
อย่างไรก็ตาม คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดไม่ได้เข้าร่วมชมการฝึกซ้อมครั้งนี้ แต่มีพัค จองชอน รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางแห่งเกาหลีเหนือ คอยสังเกตการณ์ฝึกซ้อม
ด้านยู ชองซอน ผู้อำนวยการกรมปืนใหญ่ของเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้จะช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญในการทำลายกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายศัตรูอย่างเป็นระบบและเป็นโครงสร้าง พร้อมให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างความพร้อมในการตอบโต้ศัตรูอย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกซ้อมภาคปฏิบัติ
เป็นเรื่องปกติที่ทางการเกาหลีเหนือมักจะรายงานข่าวการยิงขีปนาวุธหลังการยิงไปแล้วหลายวัน แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือกลับไม่รายงานข่าวการฝึกซ้อมในลักษณะนี้ แต่คราวนี้ รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผ่านเหตุการณ์ไปแล้วหนึ่งวัน และมีการรายงานเฉพาะ KCNA สื่อของทางการเกาหลีเหนือเท่านั้น ซึ่งสื่อดังกล่าวมักจะมีเป้าหมายเพื่อส่งสารไปถึงผู้ชมนอกประเทศ ขณะเดียวกัน สื่อในประเทศกลับไม่ได้รายงานเรื่องนี้
การยิงขีปนาวุธเมื่อวันเสาร์ ถือเป็นการยิงขีปนาวุธวิถีโค้งครั้งที่ 13 ของเกาหลีเหนือในปีนี้ โดยประเมินว่า ขีปนาวุธที่ยิงเป็นขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยใกล้ตระกูลฮวาซอง-11 และกระสุนที่ยิงจากเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่พิเศษ 600 มิลลิเมตร
เมื่อวันศุกร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น เสร็จสิ้นการฝึกซ้อมรบร่วม Freedom Edge เป็นเวลา 5 วัน ในน่านน้ำสากลทางตะวันออกและทางใต้ของเกาะเชจู ซึ่งเป็นเกาะทางตอนใต้ของเกาหลีใต้
คิม ซอง-กี รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีเหนือ ออกมาวิจารณ์การฝึกซ้อมดังกล่าวอย่างรุนแรง พร้อมเตือนว่า เกาหลีเหนือจะใช้ “มาตรการตอบโต้ที่แข็งกร้าวและเหมาะสม” ต่อสิ่งที่เปียงยางมองว่าเป็น การยั่วยุทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้ว การฝึกซ้อมไตรภาคีดังกล่าวยังคงดำเนินไปตามแผน แม้ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯ จะลดขนาดการฝึกร่วมประจำปี Ulchi Freedom Shield (UFS) ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นท่าทีประนีประนอมต่อเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ทรัมป์แสดงความพร้อมที่จะพบกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ภายในปีนี้
https://en.yna.co.kr/view/AEN20260914000852320?section=nk/nk