Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สหรัฐฯ ไม่ฟันธงวันจบศึก กดดันพันธมิตรร่วมรบ ฝั่งเกาหลีใต้กำลังชั่งใจ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สหรัฐฯ ไม่ฟันธงวันจบศึก กดดันพันธมิตรร่วมรบ ฝั่งเกาหลีใต้กำลังชั่งใจ

4 ก.ย. 69
11:22 น.
แชร์

สหรัฐฯ ไม่ฟันธงวันจบศึก

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังไม่มีคำตอบว่าจะจบลงเมื่อใด แม้สถานการณ์การสู้รบจะผ่านช่วงปฏิบัติการครั้งใหญ่มาแล้ว แต่ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ขณะที่สหรัฐฯ ยังต้องรับมือกับผลกระทบต่อเส้นทางพลังงานและการเดินเรือโลก

ล่าสุด รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ปฏิเสธที่จะกำหนดกรอบเวลาสิ้นสุดความขัดแย้ง และถึงขั้นตั้งคำถามว่า ควรเรียกสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้ว่า “สงคราม” เลยหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า เขาไม่รู้ว่าเมื่อใดอิหร่านจะหยุดยิงใส่เรือ

ท่ามกลางคำถามว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าต่ออย่างไร แรงกดดันยังส่งไปถึงพันธมิตร เมื่อเกาหลีใต้กำลังทบทวนทางเลือกในการส่งกำลังสนับสนุนภารกิจที่ช่องแคบฮอร์มุซ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย 

SPOTLIGHT ชวนอ่านมุมมองแวนซ์ต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และรัฐบาลเกาหลีใต้จะส่งทหารร่วมทัพพันธมิตรหรือไม่? 

เจดี แวนซ์ไม่ตอบ สงครามจะจบเมื่อไหร่?

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ปฏิเสธที่จะระบุกรอบเวลาว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะสิ้นสุดลงเมื่อใด พร้อมพยายามลดระดับการเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “สงคราม” โดยบอกว่า ขณะนี้ไม่มีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง แม้ในบางพื้นที่ยังมีเหตุการณ์ที่ความรุนแรงปะทุขึ้นเป็นระยะ คำพูดนี้มีขึ้นหลังจากหลายวันที่เกิดการยิงโจมตีอย่างหนักระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

แวนซ์ระบุว่า ปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่กินเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ และสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการบั่นทอนขีดความสามารถด้านการผลิตระบบป้องกันประเทศของอิหร่าน แต่เมื่อถูกถามว่า สถานการณ์จะจบลงเมื่อใด เขากลับยอมรับว่าไม่สามารถให้คำตอบได้ พร้อมชี้ว่า หากจะถามถึงจุดจบของความขัดแย้ง ก็ต้องมองไปที่การกระทำของอิหร่านต่อจากนี้

เมื่อถูกถามว่า “สงครามจะจบเมื่อไหร่” แวนซ์จึงโยงคำถามไปยังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยตั้งคำถามกลับว่า เมื่อใดอิหร่านจะหยุดยิงใส่เรือ พร้อมยอมรับตรง ๆ ว่าเขาเองก็ไม่รู้คำตอบ และบอกว่าหากต้องการรู้เรื่องนี้ ก็คงต้องไปถามฝ่ายอิหร่าน นั่นทำให้คำถามเรื่องจุดจบของสงครามถูกผูกเข้ากับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่าทีของแวนซ์จึงสะท้อนว่า แม้สหรัฐฯ จะมองว่าการสู้รบครั้งใหญ่ผ่านพ้นช่วงสำคัญไปแล้ว แต่ความขัดแย้งยังไม่มีเส้นชัยที่ชัดเจน และโจทย์ต่อจากนี้ไม่ได้อยู่แค่ในสนามรบเท่านั้น เพราะยังเกี่ยวพันกับการเดินเรือและความมั่นคงด้านพลังงานของโลก ซึ่งจะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อในช่องแคบฮอร์มุซ

โจมตีล่าสุด ทำทั่วโลกตั้งคำถาม

การปฏิบัติการของสหรัฐฯ ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลกระทบต่อพลเรือน หลังมีรายงานว่าเหตุโจมตีงานแต่งงานในเมืองซีริก ชายฝั่งอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน รวมถึงเด็ก และบาดเจ็บเกือบ 70 คน แวนซ์ระบุว่ากองทัพกำลังสอบสวนเหตุการณ์ เพราะต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้เขาจะสงสัยอย่างมากต่อข้อมูลของรัฐบาลอิหร่าน และย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีพลเรือน

ประเด็นความรับผิดชอบยิ่งร้อนแรงขึ้นจากเหตุโจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมินับ ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ขณะที่หลักฐานที่สื่อสหรัฐฯ และผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศตรวจสอบชี้ไปที่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ ท่ามกลางภาพรวมที่มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนในอิหร่านและพื้นที่อื่น ๆ ในตะวันออกกลาง รวมถึงเลบานอน

ฮอร์มุซปมใหญ่ สหรัฐฯ หวั่นวิกฤตพลังงานโลก

เจดี แวนซ์ กล่าวหาว่า อิหร่านกำลังเป็นฝ่ายขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ มีส่วนช่วยสร้างเงื่อนไขให้การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้กลับมาเพิ่มขึ้น เขายังพยายามชี้ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ฮอร์มุซต่อตลาดพลังงานกำลังลดลงเรื่อย ๆ และสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อตลาดน้อยลงเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน

อีกปัจจัยที่แวนซ์นำมาเชื่อมโยงกับราคาพลังงาน คือข้อตกลงใหม่ที่โอนการควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันของเวเนซุเอลา 65,000 ล้านบาร์เรลให้กับสหรัฐฯ โดยเขาเชื่อว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนพลังงานทั่วโลก ขณะเดียวกัน เขาตำหนิพันธมิตรของสหรัฐฯ ว่ายังไม่ได้ทำมากพอ และยกเครดิตให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าเป็นผู้นำที่ช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามกลายเป็นวิกฤตพลังงานขนาดใหญ่

แวนซ์ย้ำว่า สิ่งที่กองทัพสหรัฐฯ กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือการปกป้องเรือพาณิชย์ เพื่อให้การเดินเรือดำเนินต่อไปและไม่ให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก โดยเขาระบุว่าเหตุผลที่โลกยังไม่เผชิญวิกฤตพลังงาน เป็นผลจากทั้งภาวะผู้นำของทรัมป์และการทำงานของกองทัพสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นฮอร์มุซก็เริ่มกลายเป็นโจทย์ที่สหรัฐฯ ต้องการให้พันธมิตรเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

เกาหลีใต้ชั่งใจส่งทหารช่วยฮอร์มุซ

ขณะที่สหรัฐฯ พยายามผลักดันให้พันธมิตรเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เกาหลีใต้กำลังทบทวนทางเลือกในการสนับสนุนภารกิจดังกล่าว ซึ่งรวมถึงมาตรการทางทหาร แต่สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะส่งกำลังทหารไปประจำการหรือไม่ โดยรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะมีรูปแบบใดที่เกาหลีใต้สามารถเข้าไปช่วยภารกิจระหว่างประเทศได้ โดยไม่กระทบต่อความพร้อมด้านการป้องกันประเทศของตนเอง

ทางเลือกที่มีการพูดถึง ได้แก่ การส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง รวมถึงหน่วยตรวจจับและเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเล โดยเกาหลีใต้กำลังหารือกับสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสเกี่ยวกับขนาดและลักษณะของการสนับสนุน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สำนักงานประธานาธิบดีย้ำว่า กระบวนการยังไม่ถึงขั้นขออนุมัติจากรัฐสภา และหากจะมีการส่งกำลังจริง ก็ต้องพิจารณาทั้งขั้นตอนทางกฎหมายภายในประเทศและความพร้อมทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลี

ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้เกาหลีใต้มีส่วนช่วยสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่านมากขึ้น โดยทรัมป์เคยกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียในเดือนสิงหาคมว่า เขาลดขนาดการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ลง ส่วนหนึ่งเพราะเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน ขณะที่สำนักงานประธานาธิบดียืนยันว่า การพิจารณาเรื่องฮอร์มุซไม่ได้เป็นปัญหาที่ทำให้การเจรจาระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับข้อตกลงด้านเศรษฐกิจและกลาโหมที่บรรลุไว้เมื่อปีก่อนต้องสะดุด แม้ยอมรับว่าการเจรจาทวิภาคียังไม่ราบรื่น และมีประเด็นเรื่องเซมิคอนดักเตอร์อยู่ในวงหารือด้วย

นักวิเคราะห์-ประชาชนเกาหลีใต้ เอาด้วยหรือไม่?

นักวิเคราะห์มองว่า หากเกาหลีใต้ตัดสินใจส่งกำลังไปฮอร์มุซ การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยส่งสัญญาณว่าโซลยังพร้อมรับผิดชอบต่อพันธมิตร แม้ช่วงที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งกับวอชิงตันในหลายประเด็น ศาสตราจารย์บัน กิล-จู จาก Korea National Diplomatic Academy มองว่า ทางเลือกที่ถูกเปิดเผยออกมาน่าจะเป็นการสนับสนุนในระดับ “ความเข้มข้นปานกลาง” คือช่วยภารกิจระหว่างประเทศในการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ แต่ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่าน

ด้านพลโทชอน อิน-บอม อดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษของเกาหลีใต้ เห็นว่า การส่งกำลังไปช่วยเปิดทางให้เรือเดินผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยสอดคล้องกับผลประโยชน์ของเกาหลีใต้ เพราะประเทศมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจผูกพันกับเส้นทางดังกล่าวอย่างมาก และด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่สมมาตรกับสหรัฐฯ การตอบสนองเชิงรุกจึงอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม การส่งกำลังทหารไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเกาหลีใต้

โจทย์สำคัญจึงไม่ได้มีแค่แรงกดดันจากสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงเสียงของประชาชนในประเทศด้วย ผลสำรวจของ Gallup Korea เมื่อเดือนมีนาคมพบว่า ชาวเกาหลีใต้ 55% ไม่เห็นด้วยกับการส่งเรือรบของเกาหลีใต้ไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ 30% สนับสนุน หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ภารกิจนี้อาจเป็นการส่งกำลังทางทะเลนอกคาบสมุทรเกาหลีครั้งแรกของเกาหลีใต้นับตั้งแต่ปี 2009 เมื่อเกาหลีใต้ส่งหน่วย Cheonghae ไปปฏิบัติภารกิจต่อต้านโจรสลัดในอ่าวเอเดน และหน่วยดังกล่าวยังคงปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงทางทะเลและคุ้มครองเรือพาณิชย์อยู่บริเวณนอกชายฝั่งโซมาเลีย

เหตุผลที่การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญต่อเกาหลีใต้ ยังมาจากการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซในด้านพลังงาน โดยเมื่อปีที่ผ่านมา น้ำมันดิบที่เกาหลีใต้นำเข้าถึง 61% และแนฟทาอีก 54% ต้องผ่านเส้นทางนี้ นั่นทำให้การตัดสินใจของโซลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องว่าจะตอบรับแรงกดดันจากพันธมิตรสหรัฐฯ หรือไม่ แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของเกาหลีใต้เอง



แชร์
สหรัฐฯ ไม่ฟันธงวันจบศึก กดดันพันธมิตรร่วมรบ ฝั่งเกาหลีใต้กำลังชั่งใจ