
วันที่ 4 ก.ย. 69 จากกรณีได้รับทราบการประสานจาก พ.ต.ท.หญิง กชกร เพิงระนัย นายตำรวจประสานงานประจำสาธารณรัฐเกาหลี ให้ช่วยทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่ก่อคดีเกี่ยวกับขบวนการหลอกลงทุนซึ่งได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทยนั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 ,ร.ต.ท.ปวเรศ นนทสุต รอง สว. (สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.ณัฐบดินทร์ ปงใจ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม.ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตาม โดยผู้ต้องหาดังกล่าวคือ Mr.Lim ซึ่งเป็นตัวการในระดับสูงของขบวนการองค์กรที่ชื่อ "Lucky Nine" ซึ่งดำเนินงาน 12 ศูนย์ทั่วประเทศเกาหลีใต้ รวมถึง Seolleung, Gold และ Somang โดยมีสมาชิกใต้บังคับบัญชาดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น หัวหน้าผู้ประสานงาน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการไอที นักพัฒนาโปรแกรม และผู้จัดการฝ่ายการเงิน และระดมทุนโดยอ้างว่าเป็น "ธุรกิจกาสิโน"
ซึ่งโครงสร้างของแผนการ นักลงทุนจะถูกจัดลำดับตั้งแต่ระดับดาว 1 ถึงดาว 7 โดยได้รับค่าคอมมิชชั่น 3-21% ขึ้นอยู่กับขนาดของเงินลงทุน ก่อให้เกิดระบบการจัดอันดับแบบการตลาดหลายระดับ ในความเป็นจริง เงินทุนเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการพนันคาสิโนออนไลน์ในต่างประเทศ หรือจ่ายคืนให้กับนักลงทุนรายแรกๆ โดยใช้เงินของนักลงทุนรายหลังๆ มาจ่าย โดยไม่มีเจตนาหรือความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างแท้จริง โดยมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย ความเสียหายเกินกว่า 10,000,000,000 วอน ประมาณ 250 ล้านบาทไทย ถือเป็นบุคคลอันตรายที่ต้องรีบทำการจับกุม
ซึ่งชุดสืบสวน ตม.6 ได้สืบสวนทราบว่า นายลิม (Mr.Lim) ได้หลบหนีเข้ามาที่ประเทศไทย โดยตรวจสอบจากระบบไบโอเมตริกพบว่าบุคคลดังกล่าว ได้เดินทางเข้าที่ประเทศไทยทางด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 68 ด้วยวีซ่า ผ.90 ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 17 ธ.ค.68 ซึ่งปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้วและได้ไปหลบซ่อนอยู่ตามที่พักต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.6 ได้ลงพื้นที่ภูเก็ตสืบสวนติดตามอย่างหนัก จนทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวได้หลบหนีออกจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ตไปหลบซ่อนอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จึงได้ทำการประสานความร่วมมือไปยัง กก.2 บก.สส.สตม. ให้ช่วยทำการตรวจสอบและทำการจับกุม
จนกระทั่ง วันที่ 3 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. ได้เข้าทำการตรวจสอบที่ห้องพักที่ต้องสงสัยว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวได้พักอาศัย ซึ่งจากการตรวจสอบได้พบชายลักษณะคล้าย นายลิม เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นายลิม
โดย นายลิม ยอมรับว่าปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยของตนได้สิ้นสุดแล้วจำนวน 260 วัน (overstay 260 วัน) และเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศเกาหลีใต้ และหมายจับอินเตอร์โพลจริง
จากนั้น นายลิม ได้ยินยอม และนำพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพัก จากการตรวจสอบห้องพัก พบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง บัตรเครดิต จำนวน 2 ใบ แท็บเล็ต 1 เครื่อง และของมีค่า จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เนื่องจากเชื่อว่าเป็นสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาจากการกระทำความผิดและส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ เพื่อขยายผลในการสืบหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และเมื่อมีการดำเนินคดีที่ไทยเสร็จแล้วจะได้มีการผลักดันผู้ต้องหาทั้งสองรายกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ
Advertisement