
Article Stories by SET Zooom in พาไปทำความรู้จักผู้ช่วยนักลงทุนรายย่อยที่กำลังมาแรง นั่นคือ AI Trader
ลองจินตนาการดูว่า หากมีทีมผู้ช่วยนักวิเคราะห์คอยเฝ้าหน้าจอและสแกนหาหุ้นที่น่าสนใจให้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพัก ไม่ต้องดื่มกาแฟ ไม่ต้องอาบน้ำ และไม่ต้องจ่ายโบนัสก้อนโตเหมือนผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ คำถามคือ สิ่งนี้จะเปลี่ยนวิธีลงทุนของคนทั่วไปไปมากน้อยเพียงใด
คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติอีกต่อไป เพราะปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ จำนวนไม่น้อยกำลัง เปลี่ยนบทบาทของ ตัวเองให้กลายเป็น “ผู้จัดการกองทุนขนาดย่อม” ด้วยการมอบหมายให้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาบริหาร พอร์ตลงทุนแทนตนเองแบบเกือบเต็มรูปแบบ
รายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่าแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ชื่อดังอย่าง Robinhood และ Webull ได้เปิดตัว ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Agentic Trading ซึ่งเปิดให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเชื่อมต่อ พอร์ตหุ้นของตัวเองเข้ากับ “AI ตัวแทนเทรด” หรือ AI Trading Agents เพื่อให้ระบบทำหน้าที่ วิเคราะห์และซื้อขายแทนได้โดยอัตโนมัติ
จุดที่ทำให้เทคโนโลยีนี้แตกต่างจากบอทเทรดอัตโนมัติในอดีตคือ ผู้ใช้งานสามารถสั่งงาน AI ด้วยภาษาพูดง่าย ๆ แทนการเขียนโค้ดหรือกำหนดเงื่อนไขเชิงเทคนิคที่ซับซ้อน
ตัวอย่างคำสั่งที่นักลงทุนใช้ เช่น “ซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานถ้าราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น” หรือแม้แต่สั่งให้ AI ตีความโพสต์บน โซเชียลมีเดียของบุคคลสาธารณะเพื่อจับสัญญาณความเคลื่อนไหวของตลาดในอดีต
กลยุทธ์การเทรดที่ต้องอาศัยการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลมักผูกขาดอยู่กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่หรือนักเทรดสายควอนต์ (Quant Trader) ที่มีทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและทีมงานเฉพาะทาง แต่วันนี้เครื่องมือลักษณะ เดียวกันกำลังถูกส่งต่อมาถึงมือนักลงทุนทั่วไป ผ่านแอปพลิเคชันที่ใครก็เข้าถึงได้
ตัวอย่าง
ช่างทำผมคนหนึ่งซึ่งรับหน้าที่ดูแลลูกอยู่ที่บ้านไปพร้อมกัน เขาได้จัดตั้ง “ทีมผู้ช่วย” ขึ้นมาดูแลพอร์ตลงทุนของตัวเอง โดยเฉพาะ พร้อมตั้งชื่อเรียกให้แต่ละตัวราวกับเป็นพนักงานจริง โดยตัวแรกทำหน้าที่สแกนหาหุ้นและกองทุน ETF ที่น่าสนใจ ตัวที่สองคอยตรวจสอบสถานการณ์ลงทุนก่อนตลาดปิดทุกวัน และตัวสุดท้ายทำหน้าที่สรุปผลงานประจำ สัปดาห์ ทั้งหมดนี้คือ AI Agents ที่ทำงานอยู่บนแล็ปท็อปเครื่องเดียวบนโต๊ะกินข้าวของเขาตลอดเวลา
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ พอร์ตลงทุนที่เขาแยกบัญชีไว้ต่างหากในแอปพลิเคชัน Robinhood เพื่อให้ AI บริหารโดย เฉพาะ กลับสามารถทำผลงานได้ดีกว่าพอร์ตที่เขาลงทุนด้วยตัวเอง
อีกกรณีหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงคือ นักลงทุนวัยเพียง 19 ปี ที่ใช้ AI ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า โคเด็กซ์ (Codex) ในการคัดกรองข้อมูล กระแสเงินทุน เพื่อค้นหาความเคลื่อนไหวของนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดออปชัน (Options) เมื่อ AI ประเมินว่ามี โอกาสทำกำไรสูง ระบบก็จะเข้าซื้อทันทีโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์คือ พอร์ตของเขาในแอปพลิเคชัน Public เติบโตจาก 3,000 ดอลลาร์ เป็น 8,000 ดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่เดือน และมีการเทรดออปชันของหุ้น Micron Technology หนึ่งรอบที่สร้างกำไรสูงถึง 500%
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลลัพธ์เฉพาะบุคคลในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้สะท้อนผลตอบแทนเฉลี่ยของนักลงทุนทุกคนที่ใช้ AI และไม่ควรถูกตีความว่าเป็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นซ้ำได้ในอนาคต
ข้อได้เปรียบสำคัญที่นักลงทุนหลายคนเห็นตรงกันคือ AI ช่วย “ตัดอารมณ์” ออกจากการตัดสินใจลงทุน ประเด็นนี้ อังเคล กูเตียเรซ (Angel Gutierrez) นักเทรดออปชันเต็มเวลา อธิบายว่า AI เปรียบเสมือนตัวเขาในแบบซอฟต์แวร์ ที่ไม่มีความโลภหรือความตื่นตระหนกเข้ามาปะปนกับการตัดสินใจ
ขณะที่ ไอรีน อัลดริดจ์ (Irene Aldridge) นักวิจัยด้าน AI และอดีตนักเทรดสายควอนต์ มองว่านี่คือความก้าวหน้าครั้ง สำคัญสำหรับนักลงทุนรายย่อย แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็เตือนสติไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า นักลงทุนต้อง “รับความเสี่ยงกันเอาเอง”
อย่างไรก็ตาม รายงานจากสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ (National Bureau of Economic Research หรือ NBER) ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงหลายประการของการให้ AI บริหารพอร์ตลงทุน โดยพบว่า AI มักจัดพอร์ตแบบ กระจุกตัว เลือกลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าสูงเกินพื้นฐาน (Overvalued) รวมถึงหุ้นที่อยู่ในกระแสความสนใจของสื่อ มากเกินไป และที่สำคัญคือ ผลตอบแทนโดยรวมก็ไม่ได้ดีไปกว่าดัชนีอ้างอิง (Benchmark) แต่อย่างใด
อีกทั้ง หลายตัวจากหลายแพลตฟอร์มใช้ชุดข้อมูลชุดเดียวกันในการวิเคราะห์ แล้วตัดสินใจ “แห่” เข้าซื้อหรือ เทขายหุ้นตัวเดียวกันในทิศทางเดียวกันพร้อมกัน อาจก่อให้เกิดความผันผวนรุนแรงในตลาด ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึง กับเหตุการณ์ Quant Meltdown ในปี 2007 ที่กองทุนเชิงปริมาณจำนวนมากเทขายสินทรัพย์พร้อมกันจนตลาดปั่น ป่วนอย่างหนัก
ด้านโบรกเกอร์ผู้ให้บริการชี้แจงว่า มีมาตรการป้องกันความเสี่ยงรองรับอยู่แล้ว เช่น การแยกบัญชีสำหรับให้ AI บริหารโดยเฉพาะออกจากบัญชีหลัก และการส่งข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้งานทุกครั้งที่มีการทำรายการซื้อขาย ซึ่ง นักลงทุนที่เคยใช้งานฟีเจอร์นี้ก็ยืนยันว่ายังไม่เคยพบปัญหาขาดทุนหนักหรือพบ AI เทรดออกนอกกรอบที่กำหนดไว้
สรุป
เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามายกระดับให้นักลงทุนรายย่อยมีเครื่องมือที่ทรงพลังใกล้เคียงกับที่มืออาชีพเคยใช้ นักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยเริ่มมีความหวังว่า สักวันหนึ่งเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาจนใช้งานง่ายพอที่แม้แต่ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปก็สามารถนำมาใช้สร้างเงินก้อนสำหรับวัยเกษียณได้
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า AI กำลังจะเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงวิถีการสร้างความมั่งคั่งของผู้คนไปอย่างมีนัยสำคัญ
แต่อีกด้านหนึ่ง คำเตือนจาก NBER และเสียงสะท้อนของผู้เชี่ยวชาญก็ตอกย้ำว่า AI ยังไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ผลตอบแทนที่ไม่ได้เหนือกว่าตลาดเสมอไป และความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจเกิดขึ้นได้หากมีการใช้งานอย่าง แพร่หลายโดยขาดความเข้าใจที่เพียงพอ นักลงทุนจึงควรมองเทคโนโลยีนี้เป็น “เครื่องมือ” ที่ต้องใช้อย่างมีสติ ไม่ใช่ทางลัดสู่ความมั่งคั่งที่ปราศจากความเสี่ยง
ติดตามบทความนี้ในรูปแบบคลิป VDO ได้ใน YouTube SET Zooom in
กด Subscribe กด กระดิ่งแจ้งเตือน www.youtube.com/@SETZooomin ซูมชัด ๆ มีโอสามตัว