Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นักลงทุนประมาทเกินไป UBS เตือน ชี้ 3 ประเด็นความเสี่ยงสูงกว่าตลาดมอง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

นักลงทุนประมาทเกินไป UBS เตือน ชี้ 3 ประเด็นความเสี่ยงสูงกว่าตลาดมอง

11 ก.ย. 69
13:18 น.
แชร์

ดัชนีตลาดหุ้นระดับโลกที่ยังคงทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง กำลังสร้างภาพสะท้อนที่อาจสวนทางกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังก่อตัวขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความหวัง ขณะที่แรงหนุนจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังคงช่วยประคองการเติบโตของเศรษฐกิจและตลาดการเงินเอาไว้

ที่ผ่านมา มีเสียงเตือนออกมาเป็นระยะ ๆ ถึงความเสี่ยงในตลาดที่นักลงทุนอาจกำลังประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง แม้ตลาดจะมีช่วงที่เกิดความผันผวนขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ระดับความผันผวนที่เกิดขึ้นยังไม่ได้สะท้อนความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อย่างเต็มที่

เซอร์จิโอ เออร์มอตติ (Sergio Ermotti) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ UBS คือผู้เชี่ยวชาญคนล่าสุดที่ส่งสัญญาณเตือนว่า ระดับความผันผวนโดยรวมยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมที่กำลังเผชิญอยู่ พร้อมเตือนว่า นักลงทุนในตลาดการเงินมีระดับของความชะล่าใจ (complacency) มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น

กระแส AI บดบังความเสี่ยงที่แท้จริง

เออร์มอตติชี้ว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดการเงินยังคงทรงตัวอยู่ได้และมีความผันผวนต่ำเกินจริง เป็นเพราะได้แรงหนุนมหาศาลจากการทุ่มเงินลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดาต้าเซ็นเตอร์ เม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้กลายเป็นเสาหลักที่ช่วยพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาพรวมของตลาดเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนนี้นับเป็นดาบสองคม เพราะมันทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดูดีกว่าความเป็นจริง เม็ดเงินที่ไหลเข้าภาคเทคโนโลยีช่วยกลบเสียงเตือนจากปัจจัยลบอื่น ๆ ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความชินชาต่อข่าวร้าย และประเมินความเสี่ยงและความผันผวนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานรุมเร้า

ซีอีโอ UBS กล่าวว่า นักลงทุนกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนขึ้นจากปัจจัยลบหลายประการ ขณะที่ปัจจัยลบเดิมที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ปัจจัยใหม่ ๆ ก็แทรกเข้ามา

ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงานและการขนส่งทางเรือที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครนและสถานการณ์ในอิหร่าน ประกอบกับการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ กับจีนก็ยังคงส่งผลกระทบและสร้างความตึงเครียดให้กับห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้า กดดันให้ดอกเบี้ยสูงนาน

เออร์มอตติกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงยืนเหนือระดับเป้าหมายของธนาคารกลางมาโดยตลอดช่วงปีที่ผ่านมา และยังคงไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัวลงง่าย ๆ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จะมีการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีก

เออร์มอตติคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางหลัก ๆ ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

“ECB อาจเริ่มกระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และ Fed ก็จะดำเนินรอยตาม เราคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกสองครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

นั่นหมายความว่า นักลงทุนไม่ควรคาดหวังว่าต้นทุนการกู้ยืมจะกลับไปสู่ระดับต่ำเหมือนช่วงก่อนที่จะเกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในเร็ว ๆ นี้

“แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ดังนั้น ผมจึงมองว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้”

กลุ่มมั่งคั่งปรับพอร์ตกระจายความเสี่ยงแล้ว

“สภาวะแวดล้อมในเวลานี้ค่อนข้างยากลำบาก และไม่แนะนำอย่างยิ่งที่จะเลือกลงเดิมพันด้วยความมั่นใจในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไป” เออร์มอตติกล่าว

นอกจากนั้น เออร์มอตติให้ข้อมูลที่ฉายให้เห็นภาพที่แตกต่างว่า ขณะที่ตลาดในภาพรวมกำลังอยู่ในภาวะชะล่าใจ แต่ลูกค้าของ UBS (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนระดับมหาเศรษฐี) เลือกระมัดระวังและรับมือความไม่แน่นอนด้วยการกระจายการลงทุนข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมและข้ามภูมิภาค ควบคู่ไปกับการลงทุนใน AI และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ถึงอย่างนั้นก็ตาม เออร์มอตติบอกว่า สัดส่วนการจัดสรรสินทรัพย์โดยรวมของลูกค้า UBS ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และการกระจายเงินทุนไปสู่ตลาดเกิดใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่การถอนทุนออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ ขนานใหญ่ แต่เป็นการนำ ‘เงินสดส่วนเกิน’ ออกไปกระจายความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนว่าเงินดอลลาร์ยังคงทำหน้าที่เป็นสกุลเงินอ้างอิงหลักของโลก และนักลงทุนระดับบนกำลังใช้ความระมัดระวังมากกว่าภาพรวมของตลาด

อ้างอิง : CNBC

แชร์
นักลงทุนประมาทเกินไป UBS เตือน ชี้ 3 ประเด็นความเสี่ยงสูงกว่าตลาดมอง