
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขึ้นเวทีของพรรครีพับลิกันครั้งแรกเมื่อค่ำคืนที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อหาเสียงให้กับการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของทรัมป์ แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้เป็นการเลือกประธานาธิบดีโดยตรงก็ตาม
การเลือกตั้งกลางเทอม หรือ Midterm Elections คือการเลือกตั้งที่จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยเกิดขึ้นในช่วงกลางวาระ 4 ปีของประธานาธิบดี สำหรับครั้งนี้ ชาวอเมริกันจะออกไปเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 ที่นั่ง รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน เพื่อกำหนดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส และการที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสองสภาได้ ก็ย่อมหมายความว่า รัฐบาลทรัมป์จะทำงานได้ง่ายกว่า
แต่สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เกี่ยวข้องกับทรัมป์อย่างมาก คือพรรครีพับลิกันกำลังพยายามรักษาอำนาจในสภา ขณะเดียวกัน โพลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า คะแนนความนิยมในตัวทรัมป์กำลังร่วงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม พรรครีพับลิกันยังคงหวังว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เคยลงคะแนนให้ทรัมป์เมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปี 2024 จะกลับมาลงคะแนนให้พรรครีพับลิกันอีกครั้ง
ทรัมป์กล่าวว่า การลงคะแนนของคุณจะส่งผลต่อประเทศไปอีก 250 ปีข้างหน้า และขอให้ผู้สนับสนุนโหวตให้รีพับลิกัน
“ผมเลยจะขอให้พวกคุณแกล้งทำเป็นว่าผมอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ผมอยู่ในบัตรเลือกตั้ง แค่อีกครั้งเดียว เพราะถ้าเราแพ้ เราจะกลับไปสูญเสียชายแดนของเรา เราจะกลับไปสูญเสียการตัดลดภาษี คุณจะสูญเสียความปลอดภัยและความมั่นคง พวกคุณจะสูญเสียความมั่งคั่ง ประเทศของเรากำลังจะลงนรก พวกเขาคุณต้องกลับไปลงนรกเหมือนที่คุณเคยเจอเมื่อ 2 ปีก่อน เราผ่านนรกมาแล้ว”
นอกจากนี้ บนเวที ทรัมป์ยังประกาศว่า เขาจะจ่ายให้ชาวอเมริกันคนละ 5,000 ดอลลาร์ หากรีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะถึงนี้
ทรัมป์กล่าวว่า “และนี่คือคำสัญญาของผม ถ้าหากรีพับลิกันคว้าชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทั้งสองสภา เพราะความสำเร็จทางเศรษฐกิจอันมหาศาลของเรา ซึ่งในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีอะไรเหมือนกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งและความสำเร็จทางเศรษฐกิจอันมหาศาลของเรา ผมจะจ่ายเงินปันผลจำนวน 5,000 ดอลลาร์ให้แก่พลเมืองผู้ใหญ่ทุกคนในสหรัฐอเมริกา”
อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าสิ่งที่เขาพูดถึงนั้นถูกกฎหมายหรือไม่ และเขาจะมอบเงินให้ชาวอเมริกันได้อย่างไร เพราะแนวคิดดังกล่าวต้องใช้งบประมาณมากถึงราว 1.35 ล้านล้านดอลลาร์
ในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ดูเหมือนว่า สงครามอิหร่าน รวมถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพในสหรัฐฯ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากให้ความสนใจ
อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันที่ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีรายังคงมองว่า ทรัมป์คือบุคคลที่สามารถปลุกระดมชาวอเมริกันให้ออกมาเลือกพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนได้ ขณะที่พรรคกำลังต่อสู้เพื่อรักษาเสียงข้างมากในทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ผู้สนับสนุนบางส่วนก็แสดงความกังวลหรือยังสับสนเกี่ยวกับผลกระทบจากสงคราม
ผลสำรวจหลายครั้งชี้ให้เห็นว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับสงครามในอิหร่าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้สังกัดพรรคใดเป็นพิเศษ หรือกลุ่ม Independent ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากจัดให้ปัญหาค่าครองชีพเป็นประเด็นอันดับหนึ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
ผลสำรวจล่าสุดของ Reuters/Ipsos พบว่า มีชาวอเมริกันเพียงประมาณหนึ่งในสี่เท่านั้นที่มองว่าสงครามครั้งนี้มีความคุ้มค่า
ด้านรัฐบาลทรัมป์พยายามลดความคาดหวังเกี่ยวกับการยุติสงคราม โดยหันไปเน้นความพยายามเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านยังคงมีอิทธิพลเหนือพื้นที่ดังกล่าว
ในวันพุธ ขณะเดินทางออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปร่วมการประชุม ทรัมป์พยายามลดความคาดหวังว่าสงครามจะยุติลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน