Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สรุปไทม์ไลน์ ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ สมัคร-ใช้ได้เมื่อไร? มีสิทธิอะไรบ้าง?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สรุปไทม์ไลน์ ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ สมัคร-ใช้ได้เมื่อไร? มีสิทธิอะไรบ้าง?

10 ก.ย. 69
12:38 น.
แชร์

คนไทยที่กำลังวางแผนเที่ยวปลายปีอาจได้รับตัวช่วยลดค่าใช้จ่ายรอบใหม่จากโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งรัฐบาลเตรียมเปิดจำนวน 1 ล้านสิทธิ ให้ประชาชนใช้ได้สูงสุดคนละ 5 สิทธิ โดยวางเป้าหมายเริ่มใช้สิทธิเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570

จุดเด่นของโครงการอยู่ที่การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสองส่วน โดยรัฐจะช่วยค่าที่พักตามราคาที่จ่ายจริงสูงสุดคืนละ 1,500 บาท พร้อมให้คูปองดิจิทัลสำหรับร้านอาหาร สปา การเดินทางในพื้นที่ และบริการท่องเที่ยวอื่นในระบบร่วมจ่าย 50:50 วงเงินจากรัฐสูงสุด 1,500 บาทต่อสิทธิในเมืองหลัก และเพิ่มเป็น 2,000 บาทในเมืองรอง หากใช้ครบ 5 สิทธิในเมืองรอง ผู้เดินทางอาจได้รับการสนับสนุนรวมสูงสุด 17,500 บาทต่อคน

อย่างไรก็ตาม “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ยังไม่เปิดให้ลงทะเบียน และยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการอย่างเป็นทางการ ณ วันนี้ (10 กันยายน 2569) เงื่อนไขและไทม์ไลน์ที่เปิดเผยขณะนี้ยังเป็นกรอบเบื้องต้น โดยรัฐบาลเตรียมเปิดระบบในเดือนตุลาคม ก่อนแบ่งช่วงเดินทางออกเป็นสองระยะ และเว้นการใช้สิทธิในช่วงเทศกาลปีใหม่ 

ดังนั้น ผู้สนใจยังต้องติดตามรายละเอียดสุดท้าย โดยเฉพาะวันลงทะเบียน คุณสมบัติผู้รับสิทธิ และขั้นตอนการจองที่พักผ่านแอป “เป๋าตัง”

จากแผน 5 แสนสิทธิ สู่กรอบใหม่ 1 ล้านสิทธิ

แนวคิด “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เริ่มปรากฏอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน โดยขณะนั้นรัฐบาลระบุเพียงว่าจะเป็นมาตรการร่วมจ่ายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้น ก่อนหารือรายละเอียดกับภาคเอกชนและกระทรวงการคลังต่อมา

วันที่ 18 สิงหาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยกรอบระยะแรกที่วงเงินประมาณ 1,750 ล้านบาท และตั้งเป้าเริ่มโครงการในเดือนตุลาคม จากนั้นวันที่ 25 สิงหาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่าจะขยายโครงการจาก 500,000 สิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิ กระทั่งการหารือกับกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 8 กันยายนได้ข้อสรุปล่าสุดที่วงเงินไม่เกิน 3,500 ล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าที่พักและคูปองใหม่ 

พัฒนาการดังกล่าวหมายความว่า ข้อมูลก่อนหน้านี้ซึ่งระบุว่ารัฐจะช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท หรือมีวงเงินรวมไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ ไม่ใช่เงื่อนไขล่าสุดแล้ว กรอบปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการช่วยค่าที่พักตามจริงสูงสุด 1,500 บาท และแยกคูปองร่วมจ่ายออกมาอีกส่วนหนึ่ง

หนึ่งสิทธิได้อะไรบ้าง ทำไมสูงสุดถึง 17,500 บาท

สิทธิประโยชน์ส่วนแรกคือค่าที่พักแบบอัตราคงที่หรือ Flat Rate ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงรัฐช่วยตามยอดที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน ไม่ใช่การหารค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่น หากห้องพักราคา 1,200 บาท รัฐช่วยได้ไม่เกิน 1,200 บาท แต่หากห้องพักราคา 2,500 บาท รัฐช่วยสูงสุด 1,500 บาท และผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายส่วนที่เหลือเอง ทั้งนี้ รายละเอียดว่าราคาที่นำมาคำนวณจะรวมหรือไม่รวมภาษีและค่าบริการยังต้องรอหลักเกณฑ์ทางการ

ส่วนที่สองคือคูปองดิจิทัลสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยว ใช้ระบบร่วมจ่าย 50:50 โดยรัฐและประชาชนออกค่าใช้จ่ายฝ่ายละครึ่ง วงเงินสมทบจากรัฐอยู่ที่ไม่เกิน 1,500 บาทต่อสิทธิสำหรับเมืองหลัก และไม่เกิน 2,000 บาทต่อสิทธิสำหรับเมืองรอง ดังนั้น หากต้องการใช้วงเงินสมทบเต็มจำนวน ผู้ใช้สิทธิต้องมียอดใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์รวม 3,000 บาทในเมืองหลัก หรือ 4,000 บาทในเมืองรอง

วงเงินสนับสนุนจากรัฐ

เที่ยวเมืองหลัก

เที่ยวเมืองรอง

ค่าที่พักต่อสิทธิ/คืน

ตามจริง สูงสุด 1,500 บาท

ตามจริง สูงสุด 1,500 บาท

คูปองร่วมจ่ายต่อสิทธิ

สูงสุด 1,500 บาท

สูงสุด 2,000 บาท

รวมสูงสุดต่อสิทธิ

3,000 บาท

3,500 บาท

รวมสูงสุดเมื่อใช้ครบ 5 สิทธิ

15,000 บาท

17,500 บาท

ตัวเลขในตารางเป็นเพดานการสนับสนุน ไม่ใช่วงเงินที่ผู้ลงทะเบียนทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติ ยอดจริงขึ้นอยู่กับราคาที่พัก จำนวนสิทธิที่ใช้ พื้นที่เดินทาง และยอดใช้จ่ายผ่านคูปองร่วมจ่าย

อีกจุดที่ต้องทำความเข้าใจคือ โครงการมี 1 ล้าน “สิทธิ” ไม่ใช่ 1 ล้าน “คน” เพราะหนึ่งคนขอใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิ หากผู้เข้าร่วมแต่ละรายใช้เต็ม 5 คืน โควตาทั้งหมดจะรองรับได้ประมาณ 200,000 คน แต่หากแต่ละคนใช้สิทธิน้อยกว่านั้น จำนวนผู้เข้าร่วมจริงก็จะเพิ่มขึ้น โดยกรอบล่าสุดระบุว่าจะจัดสรรตามลำดับก่อน–หลังจนกว่าสิทธิจะหมด

คูปองใช้กับอะไรได้บ้าง ผู้ประกอบการแบบใดเข้าร่วมได้

รายงานผลการหารือล่าสุดระบุว่า คูปองดิจิทัลจะใช้กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวซึ่งเข้าร่วมโครงการ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ สปา ร้านนวด ร้านทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านขายของฝากและของที่ระลึก รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างการดำน้ำ

ส่วนค่าโดยสารเครื่องบินซึ่งเคยถูกกล่าวถึงในกรอบหารือช่วงเดือนสิงหาคม ยังไม่ปรากฏอยู่ในโครงสร้างสิทธิประโยชน์ล่าสุด 

สำหรับที่พัก กรอบล่าสุดเปิดให้โรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องและมีใบอนุญาตเข้าร่วมได้ ขณะที่สถานประกอบการที่ยังไม่มีใบอนุญาตโรงแรมแต่ชำระภาษีอย่างถูกต้อง อาจได้รับการผ่อนปรนให้เข้าร่วมหลังผ่านการตรวจสอบและการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย ประเด็นนี้ยังต้องรอเงื่อนไขฉบับสุดท้ายว่าครอบคลุมกิจการประเภทใดและต้องใช้เอกสารใดบ้าง 

ภาครัฐยังเตรียมให้ผู้ประกอบการแจ้งราคาห้องพักตั้งแต่ขั้นตอนลงทะเบียน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับราคาย้อนหลัง ป้องกันการปรับราคาขึ้นเพื่อรับเงินอุดหนุน มีการระบุกรอบว่าราคาที่เสนอไม่ควรเพิ่มเกิน 10% จากข้อมูลในอดีต และหากพบการทุจริตหรือขึ้นราคาเกินจริง ผู้ประกอบการอาจถูกตัดสิทธิและขึ้นบัญชีดำ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่จองสิทธิแล้วไม่เดินทางภายในกำหนดอาจถูกตัดสิทธิ และนำโควตากลับมาเปิดให้ผู้อื่น เพื่อป้องกันการกักสิทธิ

ไทม์ไลน์ล่าสุดของโครงการ

ช่วงเวลา

ขั้นตอนตามกรอบล่าสุด

สถานะ ณ 10 ก.ย. 2569

หลังการหารือ 8 ก.ย. 2569

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอรายละเอียดต่อ ครม. ไม่เกินวันที่ 22 ก.ย.

รออนุมัติ

1-25 ต.ค. 2569

เปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

กำหนดการเบื้องต้น

1 พ.ย.-15 ธ.ค. 2569

ใช้สิทธิเดินทางช่วงแรก

กำหนดการเบื้องต้น

16 ธ.ค. 2569-15 ม.ค. 2570

งดใช้สิทธิช่วงเทศกาลปีใหม่

เงื่อนไขในกรอบล่าสุด

16 ม.ค.-28 ก.พ. 2570

กลับมาใช้สิทธิช่วงที่สอง

กำหนดการเบื้องต้น

ทั้งนี้ โครงการจะงดให้ใช้สิทธิในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2570 เนื่องจากผลการศึกษาพบว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นในช่วงดังกล่าวไม่ได้ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ 

อย่างไรก็ดี คาดว่าโครงการจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ราว 58,000 ล้านบาท หรือประมาณ 2.5 เท่าของงบประมาณที่ใช้

อะไรชัดแล้ว และอะไรยังต้องรอ

สิ่งที่ค่อนข้างชัดในระดับข้อสรุประหว่างกระทรวง คือกรอบงบประมาณไม่เกิน 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ เพดานคนละ 5 สิทธิ การช่วยค่าที่พักตามจริงไม่เกินคืนละ 1,500 บาท คูปองร่วมจ่ายที่ให้วงเงินเมืองรองสูงกว่าเมืองหลัก การใช้ระบบ “เป๋าตัง” และช่วงเดินทางที่เว้นเทศกาลปีใหม่ แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นกรอบที่เตรียมเสนอ ครม. ไม่ใช่สิทธิที่ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดลงทะเบียนยังมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ ได้แก่ คุณสมบัติของประชาชนและเกณฑ์อายุ วิธีพิสูจน์ตัวตน วันและเวลาลงทะเบียนที่แน่นอน ขั้นตอนจองและชำระค่าที่พัก ระยะเวลาที่ต้องจองล่วงหน้า เงื่อนไขยกเลิกหรือเปลี่ยนวันเดินทาง อายุการใช้งานของคูปองในแต่ละวัน รายชื่อพื้นที่เมืองหลัก–เมืองรอง ตลอดจนรายชื่อผู้ประกอบการและประเภทธุรกิจที่ผ่านการรับรอง

ดังนั้น ผู้ที่วางแผนใช้โครงการสามารถเตรียมแอป “เป๋าตัง” และติดตามประกาศทางการไว้ก่อนได้ แต่ยังไม่ควรจองหรือชำระค่าที่พักโดยคาดว่าจะได้รับเงินสนับสนุน จนกว่า ครม. จะอนุมัติและหน่วยงานเจ้าของโครงการเผยแพร่คู่มือฉบับสมบูรณ์

แชร์
สรุปไทม์ไลน์ ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ สมัคร-ใช้ได้เมื่อไร? มีสิทธิอะไรบ้าง?