Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
น้ำมันหาย คลังถังแตก! อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมัน ทำค้าขายจีนทรุด 75%
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

น้ำมันหาย คลังถังแตก! อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมัน ทำค้าขายจีนทรุด 75%

27 ก.ค. 69
12:15 น.
แชร์

แม้โต๊ะเจรจาผ่านคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ จะเริ่มกลับมาเคลื่อนไหว จนนำไปสู่การชะลอการโจมตีทางทหารชั่วคราว แต่ความขัดแย้งกลับไม่ได้ลดดีกรีลงเลย ตรงกันข้าม สงครามครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตจากช่องแคบฮอร์มุซ ลุกลามไปยังเส้นทางขนส่งทางทะเลสายสำคัญ ทั้งในทะเลแดงและทะเลแคสเปียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การปิดล้อมทางทะเลรอบสองโดยกองทัพสหรัฐฯ กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจภายในของอิหร่าน รายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ลดลงจนอยู่ในขั้นวิกฤต ซ้ำเติมปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ถูกทำลายจากการโจมตีทางอากาศ จนทำให้ประเทศต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนพลังงานและสินค้าอย่างรุนแรง

ความเดือดร้อนนี้กำลังลามไปถึงปากท้องของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง กำลังซื้อหดหาย และรัฐบาลจำใจต้องออกมาตรการบีบคั้นหัวใจด้วยการพิจารณาปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเท่าตัว ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะจุดชนวนความไม่พอใจและแรงต้านครั้งใหม่ในสังคมที่เปราะบางอยู่แล้ว

SPOTLIGHT ชวนเจาะลึก วิกฤตคลังถังแตกของอิหร่าน ที่ทำให้รัฐบาลจ่อขึ้นราคาน้ำมันเท่าตัว พิษสงครามที่ฉุดการค้ากับจีนให้ทรุดหนักถึง 75% ผลกระทบจากการตัดไฟ-ดับอินเทอร์เน็ต ตลอดจนการขยายวงของสงครามสู่ทะเลแคสเปียน ที่กำลังบีบให้อิหร่านต้องเลือกเคียงข้างขั้วอำนาจใหม่อย่างไร้ทางเลือก

รายได้น้ำมันหดหาย สู่มรสุมปากท้องคนในชาติ

การถูกปิดล้อมทางทะเลรอบสองโดยกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ได้เข้ามากดทับเศรษฐกิจของอิหร่านที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้ดิ่งลงสู่จุดวิกฤต แม้กระทรวงปิโตรเลียมของอิหร่านจะออกมาเปิดเผยตัวเลขรายได้จากการขายน้ำมันดิบในช่วงสงครามที่ 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่นั่นเป็นผลพวงจากการผ่อนคลายมาตรการชั่วคราวในช่วงที่เซ็นบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อเดือนก่อนเท่านั้น 

เมื่อมาตรการปิดล้อมทางเรือกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง กองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เข้าขัดขวาง ยึด และสกัดเรือบรรทุกน้ำมันเครือข่ายของอิหร่านอย่างจริงจัง ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบผ่านเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดส่งออกหลักถึง 90% ชะงักงันลงทันที และอาจส่งผลเสียระยะยาวต่อโรงงานปิโตรเคมีทั้งระบบจนยากจะฟื้นฟู

ซ้ำร้าย โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานภายในประเทศยังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติหายไปถึง 230 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือเกือบหนึ่งในสามของกำลังการผลิตก่อนสงคราม ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมันเบนซินในประเทศสูงถึงวันละกว่า 20 ล้านลิตร รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำเข้าน้ำมันที่มีต้นทุนมหาศาล ดึงสต็อกเก่ามาใช้ และจำกัดโควตาการเติมน้ำมันของประชาชน ขณะที่วิกฤตไฟฟ้าดับในกรุงเตหะรานและเมืองใหญ่ ได้ลามไปกระทบถึงระบบน้ำประปาและการสื่อสาร จนประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ต้องสั่งห้ามตัดไฟในภาคอุตสาหกรรมจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อประคองไม่ให้ตลาดแรงงานและภาคการผลิตต้องพังทลายลงไปมากกว่านี้

เพื่อหาทางรอดให้คลังที่กำลังถังแตก รัฐบาลอิหร่านจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่สุ่มเสี่ยงที่สุดอย่างการ "ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินขั้นที่สามเป็นเท่าตัว" สำหรับโควตาบุคคล ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่เดินบนเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะการขึ้นราคาน้ำมันในอดีต ไม่ว่าจะเป็นในเดือนพฤศจิกายน 2019 หรือช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ล้วนเป็นชนวนเหตุสำคัญที่จุดชนวนการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ จนนำไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง และครั้งนี้ รัฐบาลกำลังบีบบังคับประชาชนในขณะที่พวกเขากำลังอ่อนแอที่สุดจากภาวะเงินเฟ้อเรื้อรังและการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมความสงบ

มรสุมทั้งหมดนี้กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอิหร่านอย่างกว้างขวาง ข้อมูลจากสถาบันกลยุทธ์การบำนาญซาบา ชี้ให้เห็นสัญญาณอันตรายว่า สัดส่วนประชากรที่ตกอยู่ใต้เส้นความยากจนของอิหร่านได้ขยับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 30% เมื่อห้าปีที่แล้ว พุ่งสูงขึ้นถึง 45% และยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่สงครามและการปิดล้อมทางเศรษฐกิจยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง

การค้าต่างประเทศทรุดหนัก และการขยายตัวของแนวรบใหม่

ความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจของอิหร่านไม่ได้หยุดอยู่แค่ปัจจัยภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงการค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "จีน" ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่เป็นทั้งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดและลูกค้าน้ำมันรายสำคัญ แม้จีนจะพยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะสงคราม แต่มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ก็ทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านลดลงอย่างเห็นได้ชัด 

ข้อมูลจากศุลกากรจีนยังชี้ให้เห็นว่า การค้าสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันระหว่างทั้งสองประเทศได้ดิ่งลงหนักถึง 75% ในช่วงเดือนมีนาคมและมิถุนายนเมื่อเทียบกับปีก่อน ซ้ำเติมด้วยการที่ทางการอิหร่านสั่งชัตดาวน์อินเทอร์เน็ตเกือบสมบูรณ์ถึงสองครั้ง ทั้งในช่วงการประท้วงใหญ่และการทำศึก สงครามครั้งนี้จึงแทบจะตัดขาดอิหร่านออกจากระบบเศรษฐกิจและการค้าโลกอย่างสิ้นเชิง

สถานการณ์ยิ่งทวีความซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้น เมื่อขอบเขตของการปิดล้อมทางทะเลและการสู้รบเริ่มขยายวงกว้างออกไปนอกพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากอิหร่านเคยออกมาระบุว่าสงครามอาจลุกลามไปยังเส้นทางเดินเรืออื่น กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านก็ได้ประกาศยกระดับการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ด้วยการขับไล่หรือโจมตีเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบบาบเอลมันเดบ (Bab al-Mandeb) พร้อมทั้งยิงโดรนและขีปนาวุธถล่มโรงงานน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 

ผลกระทบนี้ทำให้เบี้ยประกันความเสี่ยงจากสงครามพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าประกันภัยของเรือพาณิชย์ทั่วโลกแพงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ซาอุดีอาระเบียจะตอบโต้ด้วยการเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่เยเมนก็ตาม

ขณะเดียวกัน แนวรบใหม่ทางตอนเหนือก็ถูกเปิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดในน่านน้ำทะเลแคสเปียน ซึ่งเดิมทีเคยเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่ปลอดภัยของอิหร่านกับกลุ่มประเทศแถบเอเชียกลางและรัสเซีย เมื่อยูเครนได้เปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านในทะเลแคสเปียน โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวหาว่าเรือลำดังกล่าวแอบแฝงการขนส่งยุทธปัจจัยทางทหาร ด้านทางการอิหร่านได้ออกมาโต้ตอบทันควันว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเพียงเรือพาณิชย์ที่บรรทุกเหล็กจากรัสเซียมายังท่าเรือทางตอนเหนือของอิหร่าน พร้อมส่งหนังสือประท้วงอย่างรุนแรงและเตือนว่าเหตุการณ์นี้จะได้รับการตอบโต้อย่างแน่นอน 

การปะทะครั้งนี้ได้สร้างความหวั่นเกรงว่าทะเลแคสเปียนจะกลายเป็นสมรภูมิรบแห่งใหม่ และกระทบต่อการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของอิหร่าน ทั้งข้าวสาลี อาหารสัตว์ และปุ๋ย

การขยายตัวของวิกฤตการณ์ทางทะเลตั้งแต่ฮอร์มุซ ทะเลแดง ไปจนถึงทะเลแคสเปียน ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้กลุ่มนักวิเคราะห์สายแข็งที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามออกมาเรียกร้องให้อิหร่านกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับจีนและรัสเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยนักวิเคราะห์มองว่า สมรภูมิในตะวันออกกลางและสมรภูมิในยูเครนได้กลายมาเป็นเนื้อเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ และการพึ่งพาขั้วอำนาจใหม่อาจเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ของอิหร่าน ท่ามกลางวงล้อมการบีบคั้นทางเศรษฐกิจและการทหารจากฝั่งตะวันตกที่กำลังรัดงวดเข้ามาทุกขณะ


แชร์
น้ำมันหาย คลังถังแตก! อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมัน ทำค้าขายจีนทรุด 75%