
ไอเทมที่หลาย ๆ คนขาดไม่ได้ในการทำงานคือ “หูฟัง” กับ “เพลงโปรด” โดยเฉพาะคนที่ทำงานในออฟฟิศที่ต้องนั่งรวมกันหลายคน
แต่เคยสงสัยไหมว่า “ใส่หูฟังตอนทำงาน ทำให้ทำงานได้ดีขึ้นจริงเหรอ?” แล้วทำไมบางบริษัทถึงห้ามพนักงานใส่หูฟังตอนทำงาน?
Spotlight จะพาไปหาคำตอบที่น่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน
การฟังเพลงระหว่างทำงานไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย แม้แต่งานวิจัยที่ CNA นำเสนอก็ชี้ว่า เกือบ 52% มักฟังเพลงระหว่างทำงาน และมีเพียง 4% ที่ไม่เคยฟังเพลงระหว่างทำงานเลย
แม้ตัวเลขนี้ไม่ได้น่าแปลกอะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “เหตุผลที่คนเลือกใส่หูฟัง”
ปกติแล้วคำตอบก็จะคือ “ฟังเพลง” แต่มีส่วนหนึ่งบอกว่า “ต้องการพื้นที่ส่วนตัว” เพราะอยู่ท่ามกลางออฟฟิศที่มีเสียงต่าง ๆ เต็มไปหมดจนรบกวนสมาธิ
แต่ในอีกมุมหนึ่ง หูฟังในที่ทำงานก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในหลายองค์กร เพราะมองว่าเหมือนพนักงานไม่ได้สนใจงาน
Spotlight จะพาไปดูงานวิจัยกันว่าสรุปมันช่วยได้จริงไหม?
ถ้าถามว่า “เปิดเพลงตอนทำงานแล้ว จะทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นจริงไหม?” จริง ๆ แล้วคำตอบจากงานวิจัยยังไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น
งานวิจัยเกี่ยวกับผลของดนตรีต่อการทำงานยังให้ผลที่แตกต่างกัน บางงานวิจัยชี้ว่า ดนตรีช่วยได้ ขณะที่บางงานชี้ว่า ดนตรีกลับรบกวนสมาธิ โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องทำงานที่ใช้ความคิดมาก ๆ
และเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคนก็คือ “คนแต่ละคนไม่ได้ทำงานเหมือนกัน”
งานหนึ่งอาจเป็นการตอบอีเมลหรือจัดเอกสารที่ทำซ้ำ ๆ แต่อีกงานอาจต้องอ่านข้อมูลจำนวนมาก วิเคราะห์ตัวเลข หรือเขียนงานที่ต้องใช้ความคิดต่อเนื่อง ทำให้เพลงเดียวกันที่ช่วยคนหนึ่ง กลายเป็นสิ่งรบกวนอีกคนหนึ่ง
แล้วจริงไหมที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่า “ฟังเพลงคลาสสิกแล้วจะทำงานดีขึ้น?”
ถ้าพูดถึงเพลงสำหรับการโฟกัส หลายคนอาจนึกถึงเพลงคลาสสิก หรือเพลงที่ถูกจัดอยู่ในหมวด “เพลงช่วยเพิ่มสมาธิ”
แต่สรินิ พิลเลย์ นักจิตแพทย์ และนักวิจัยด้านสมองจาก Harvard มองต่างออกไป เขากล่าวว่า เพลงที่ช่วยเรื่องสมาธิได้ดีที่สุดคือ “เพลงโปรด”
เหตุผลคือ พอเรารู้จักเพลงนั้นดี สมองสามารถคาดเดาได้ว่าท่อนต่อไปกำลังจะเป็นอะไร เราจึงไม่จำเป็นต้องใช้ความสนใจไปกับการประมวลผลเพลงมากนัก
และเพลงที่เราชอบยังสามารถช่วยลดความเครียด รวมถึงเชื่อมโยงกับอารมณ์บางอย่างที่อาจช่วยให้เรากลับมาโฟกัสกับงานตรงหน้าได้
เอลีฟ ชาฟาค นักเขียนเจ้าของผลงานนิยาย 21 เล่มเล่าว่า เธอฟังเพลงเฮฟวีเมทัลขณะเขียนหนังสือ และไม่ได้เปิดเป็นเพลย์ลิสต์ด้วย เธอเลือกเพลงเดียวแล้วเปิดเพลงนั้นวนไปถึง 95 รอบ
ดังนั้น ถ้าเพลงที่คุณเปิดวนซ้ำจนแทบจำได้ทุกจังหวะคือสิ่งที่ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปเปิด Mozart เพียงเพราะใครสักคนบอกว่า “เพลงคลาสสิกดีต่อสมอง”
แต่ถ้าพูดถึงงานที่ต้องใช้สมาธิสูง เช่น อ่านข้อมูล เขียน วิเคราะห์ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ งานวิจัยชี้ว่า ดนตรีอาจไม่ได้เป็นตัวช่วยเสมอไป
จากงานวิจัยสามารถสรุปได้ว่า
เพราะฉะนั้น ก่อนกด Play ครั้งต่อไป ลองถามตัวเองก่อนว่า “วันนี้เรากำลังทำงานอะไร?”
ถ้าต้องอ่าน และเขียนอะไรที่ซับซ้อน เพลงที่มีเนื้อร้องอาจกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สมองต้องประมวลผลไปพร้อมกับงาน
แต่ถ้าเป็นงานที่ทำซ้ำ ๆ หรือไม่ได้ต้องใช้สมาธิในระดับสูง เพลงอาจช่วยสร้างบรรยากาศ และทำให้เรารู้สึกพร้อมทำงานมากขึ้น
คำตอบคือ “ได้หมด” เพราะคำตอบของคำถามนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องค้นหามันด้วยตัวเอง
บางคนต้องการความเงียบ บางคนต้องการเพลง บางคนต้องการ White Noise และบางคนแค่ใส่หูฟังเพื่อกันเสียงคนรอบข้างเฉย ๆ
ดังนั้น ไม่มีเพลงไหนดีที่สุดสำหรับการทำงาน มีแต่เสียงแบบไหนทำให้สมองของเราจดจ่อกับงานได้ดีที่สุด