Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา รวม 12 ชาติรุมทุบอิสราเอล แบนสินค้าเวสต์แบงก์
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา รวม 12 ชาติรุมทุบอิสราเอล แบนสินค้าเวสต์แบงก์

9 ก.ย. 69
11:53 น.
แชร์

12 ชาติเปิดเกมกดดันอิสราเอล

แรงกดดันต่ออิสราเอลกำลังขยายวง เมื่อ 12 ประเทศ นำโดยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และแคนาดา ประกาศมาตรกาคว่ำบาตรสินค้าจากอิสราเอล ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตในเวสต์แบงก์ พื้นที่ที่ถูกอิสราเอลยึดครองอย่างผิดกฎหมาย โดยชี้ชัดถึงเหตุผลว่า การขยายนิคมของอิสราเอลกำลังบ่อนทำลายโอกาสในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์และแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ประกาศว่า อังกฤษจะห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมอิสราเอลในเวสต์แบงก์ ขณะที่ฝรั่งเศสและแคนาดาก็เตรียมออกมาตรการในลักษณะเดียวกัน ส่วนอีกหลายประเทศระบุว่าจะสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม

ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ทันที โดยกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ประกาศปิดกงสุลอังกฤษในเยรูซาเล็มตะวันออก พร้อมยุติความร่วมมือบางส่วนกับอังกฤษ ทั้งภารกิจประสานงานในกาซาและการฝึกกองกำลังปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ ทำให้ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างชัดเจน 

แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับประเทศอื่น ๆ ก็ต้องลดถอยลงด้วย จะมีประเทศใดบ้าง? และการค้าถดถอยลงอย่างไร?

แบนสินค้านิคม! จากคำประณามสู่การลงมือ

Al Jazeera รายงานว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐบาลอังกฤษประกาศมาตรการคว่ำบาตรนิคมอิสราเอลในเวสต์แบงก์ โดยอังกฤษจะห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากนิคมดังกล่าว ขณะที่ฝรั่งเศสและแคนาดาก็เตรียมออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมที่ผิดกฎหมายเช่นกัน ส่วนเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส และสวีเดน ระบุว่า จะสนับสนุนมาตรการเพิ่มเติม

เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า รัฐบาลอังกฤษไม่สามารถทำได้เพียงแค่ “ประณาม” ความอยุติธรรมและความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นอีกต่อไป แต่จำเป็นต้อง “ลงมือ” เพื่อตอบโต้การขยายนิคมของอิสราเอล โดยย้ำว่าอังกฤษจะไม่ยอมเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ขณะที่การขยายนิคมกำลังทำลายโอกาสในการบรรลุแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่เรื่องสินค้า แต่เกี่ยวข้องกับการขยายนิคมของอิสราเอลในเวสต์แบงก์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ ทั้งนี้ นิคมและด่านที่พักอาศัยของชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออกถูกมองว่าผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

อีกจุดที่สร้างความกังวลคือแผนขยายนิคมในพื้นที่ E1 ใกล้เยรูซาเล็ม ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนเตือนว่า อาจตัดเวสต์แบงก์ออกเป็นสองส่วน จำกัดการเดินทางของชาวปาเลสไตน์ และยิ่งทำให้การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เป็นไปได้ยากขึ้น

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในพื้นที่ยังรุนแรงขึ้นจากการขยายชุมชนของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล และเหตุโจมตีชาวปาเลสไตน์ โดยมีรายงานถึงการคุกคาม การทำลายทรัพย์สิน รวมถึงการตัดน้ำ ไฟฟ้า และเสบียง เพื่อกดดันให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ ขณะที่บางกรณีการตั้งถิ่นฐานที่เริ่มต้นโดยไม่ได้รับอนุญาตกลับได้รับการรับรองจากรัฐบาลอิสราเอลในภายหลัง

อิสราเอลสวนกลับ! อังกฤษ-อิสราเอลสัมพันธ์ทรุดหนัก

ด้านอิสราเอลตอบโต้ความเคลื่อนไหวของอังกฤษทันที โดย กิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล กล่าวหาว่าคำกล่าวหาของเอ็ด มิลลิแบนด์ เป็น “คำโกหกที่ร้ายแรง” พร้อมประกาศปิดกงสุลอังกฤษในเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับทางการปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์

นอกจากนี้ อิสราเอลยังประกาศยุติการมีส่วนร่วมของอังกฤษในภารกิจประสานงานที่นำโดยสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานการณ์ในกาซา และยุติการฝึกกองกำลังของทางการปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ที่ดำเนินการโดยอังกฤษ รวมถึงห้ามเจ้าหน้าที่อังกฤษที่ได้รับเลือกตั้งบางรายและชาวต่างชาติบางคนเดินทางเข้าอิสราเอล

ซาร์ระบุว่า รัฐบาลแรงงานของอังกฤษกำลังดำเนินนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่ออิสราเอลอย่างเป็นระบบ และอิสราเอล “ไม่มีทางเลือก” นอกจากต้องตอบโต้ ขณะที่สหรัฐฯ แสดงจุดยืนต่างออกไป โดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า วอชิงตันจะไม่เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรของอังกฤษ เพราะไม่ต้องการดำเนินการใด ๆ ที่อาจสร้างความไม่มั่นคงเพิ่มเติมในเวสต์แบงก์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาค

เพื่อนรักอิสราเอลเทแล้ว? ส่องสัมพันธ์ที่กำลังถดถอย

สถานการณ์ตั้งกำแพงกับเพื่อนรัก ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระหว่างอิสราเอลกับอังกฤษ แต่กำลังสะท้อนรอยร้าวที่ขยายไปยังหลายประเทศตะวันตก โดยเฉพาะประเด็นนิคมในเวสต์แบงก์ ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ และอนาคตของรัฐปาเลสไตน์ หลายประเทศเริ่มขยับจากการแสดงความกังวลไปสู่มาตรการทางการค้าและการทูตที่ชัดเจนขึ้น

  • ฝรั่งเศส — ฝรั่งเศสประกาศเตรียมห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากนิคมอิสราเอลในเวสต์แบงก์ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ระบุว่า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการขยายนิคมอย่างรวดเร็วและความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐานต่อชาวปาเลสไตน์ ขณะที่โครงการขยายนิคมในพื้นที่ E1 ใกล้กรุงเยรูซาเล็ม ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นแดงสำคัญ เพราะถูกมองว่าอาจทำให้เวสต์แบงก์ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน และกระทบความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ ที่สำคัญ ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-อิสราเอลเองก็ตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังฝรั่งเศสเป็นแกนนำผลักดันในสหประชาชาติให้เกิดการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสย้ำว่า มาตรการครั้งนี้ ไม่ใช่การบอยคอตอิสราเอลทั้งประเทศ แต่เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อสินค้าจากนิคมในพื้นที่ยึดครอง และเป็นการส่งสัญญาณว่า ฝรั่งเศสไม่ต้องการเห็นการขยายนิคมเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีต้นทุนทางการเมืองและเศรษฐกิจ
  • แคนาดา — แคนาดาก็เตรียมออกมาตรการห้ามสินค้าจากนิคมอิสราเอลในเวสต์แบงก์เช่นกัน โดยขยับพร้อมกับฝรั่งเศสและอังกฤษ และเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการขยายนิคมทันที ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า แคนาดากำลังใช้มาตรการทางการค้าเป็นเครื่องมือกดดันประเด็นที่รัฐบาลมองว่ากำลังบ่อนทำลายแนวทาง สองรัฐ และทำให้โอกาสสร้างสันติภาพในระยะยาวยากขึ้น แคนาดายังมีท่าทีร่วมกับหลายประเทศตะวันตกในการแสดงความกังวลต่อแผนขยายนิคม โดยเฉพาะโครงการ E1 ซึ่งถูกมองว่าอาจมีผลกระทบต่ออนาคตของรัฐปาเลสไตน์ ดังนั้นมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมจึงไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันที่ค่อย ๆ ขยับจาก คำเตือนทางการทูต ไปสู่มาตรการที่มีผลต่อการค้า
  • ไอร์แลนด์ — เป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่มีท่าทีแข็งต่ออิสราเอลมากขึ้น โดยสนับสนุนมาตรการจำกัดการค้ากับสินค้าจากนิคม และเดินหน้าจุดยืนสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ สะท้อนว่าความสัมพันธ์กับรัฐบาลอิสราเอลไม่ได้อยู่ในระดับเดิมอีกต่อไป
  • สเปน — สเปนก็อยู่ในกลุ่มประเทศที่ร่วมผลักดันมาตรการเกี่ยวกับการค้าสินค้าจากนิคม และเป็นหนึ่งในประเทศที่ออกจุดยืนร่วมกับฝรั่งเศส แคนาดา และประเทศอื่น ๆ ว่าการกระทำของรัฐบาลอิสราเอลในเวสต์แบงก์กำลังบ่อนทำลายความเป็นไปได้ของการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

ภาพใหญ่จึงไม่ใช่การที่อิสราเอล “เสียเพื่อน” ไปทั้งหมด แต่เป็นการที่ความสัมพันธ์กับพันธมิตรตะวันตกบางส่วนกำลังเปลี่ยนจาก การสนับสนุนและการเตือนผ่านช่องทางการทูต ไปสู่การใช้มาตรการกดดันจริง ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงไม่เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรชุดนี้ และเลือกสนับสนุนจุดยืนที่แตกต่างออกไป



แชร์
อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา รวม 12 ชาติรุมทุบอิสราเอล แบนสินค้าเวสต์แบงก์