Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หุ้นชิป-AI ลงรอบนี้ ตลาดแพนิกชั่วคราว หรือพักฐานยาวเพราะพื้นฐานเปลี่ยน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

หุ้นชิป-AI ลงรอบนี้ ตลาดแพนิกชั่วคราว หรือพักฐานยาวเพราะพื้นฐานเปลี่ยน

3 ก.ค. 69
17:10 น.
แชร์

หลังจากเป็นกลุ่มหุ้นที่ปรับขึ้นแรงที่สุดของโลกในช่วงไตรมาส 2 หุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม AI กลับเปิดไตรมาส 3 ด้วยแรงขายที่รุนแรงพร้อมกันในหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ชิปประมวลผล หน่วยความจำ ไปจนถึงหุ้นกลุ่ม storage และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์

แรงเทขายอย่างหนักในช่วงสองวันแรกของไตรมาส (1-2 กรกฎาคม) ส่งผลให้ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นชิปโลกร่วงลงลึกมากถึงราว 12% ภายในเวลาเพียงสองวัน ขณะที่ฝั่งเอเชีย แรงขายได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเข้าถล่มตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในวันถัดมา จนฉุดให้ดัชนี Kospi ดิ่งลงรุนแรงเกือบ 8% ในวันเดียว จากแรงเทขายหุ้นผู้นำเทคโนโลยีอย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics

การร่วงลงของหุ้นชิปและหุ้นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI รอบนี้ทำให้นักลงทุนมีคำถามว่า การปรับฐานรอบนี้เป็นเพียงแรงขายที่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการลงทุน AI และการขายทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า หรือเป็นปรากฏการณ์ที่กำลังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการลงทุนใน AI ที่เริ่มถูกประเมินใหม่ทั้งระบบ

ตลาดตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของการลงทุน AI

หนึ่งประเด็นหลักที่ถูกหยิบขึ้นมาอธิบายแรงขายที่เกิดขึ้น คือ ความกังวลต่อความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะฝั่งผู้เล่นรายใหญ่หรือ hyperscaler ที่กำลังใช้เงินลงทุนระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ในการสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) และโครงสร้างพื้นฐาน

ข่าวที่ว่า Meta Platforms กำลังพิจารณาการให้บริการกำลังประมวลผล AI ที่เหลือใช้ในรูปแบบการเช่าหรือขายต่อ ถูกตีความในตลาดว่าอาจสะท้อนความเสี่ยงของกำลังการผลิตล้นเกินความต้องการ หรืออย่างน้อยคือสะท้อนความไม่แน่นอนว่าความต้องการใช้งาน AI จะไล่ทันเม็ดเงินลงทุนหรือไม่

ในมุมของนักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics มองว่า แม้ความต้องการ AI จะยังเติบโตต่อ แต่อาจชะลอลงกว่าที่ตลาดคาดไว้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งบริษัทและนักลงทุนอาจประเมิน ‘อุปสรรคของการนำ AI ไปใช้งานจริง’ ต่ำเกินไป ซึ่งทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนขนาดใหญ่ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น

ประเด็นนี้ทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่า การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เกิดขึ้นทั่วโลก อาจกำลังนำหน้า ‘ความสามารถในการสร้างรายได้จริง’ ของเทคโนโลยีในระยะใกล้หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่สั่นสะเทือนตลาดหุ้นอยู่เป็นระยะ ๆ

อีกด้านยังเห็นสัญญาณพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

แม้แรงกดดันด้าน sentiment หรืออารมณ์ตลาดจะกดหุ้นลงแรง แต่ฝั่งผลประกอบการของบริษัทชิปบางแห่งยังสะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มชิปหน่วยความจำ (memory chip) และกลุ่มจัดเก็บข้อมูล (storage)

Micron รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หุ้นกลุ่ม storage และฮาร์ดไดรฟ์อย่าง SanDisk และ Seagate ก็ปรับตัวลงแรงตามอารมณ์ตลาด

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ด้านมุมมองการลงทุน ริชาร์ด แซเปอร์สไตน์ (Richard Saperstein) จาก Treasury Partners เผยว่า ยังคงเลือกถือหุ้นกลุ่ม hyperscaler โดยให้เหตุผลว่าผลประกอบการยังเร่งตัวขึ้น แม้จะยอมรับว่าตลาดกำลังเริ่มกด valuation ลงจากความกังวลด้านความเข้มข้นของเงินลงทุน

ขณะที่ KeyBanc Capital Markets มองการเคลื่อนไหวของ Meta ในเชิงบวก โดยเห็นว่าแนวคิดการนำกำลังประมวลผลที่เหลือไปสร้างรายได้ อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ มากกว่าจะเป็นสัญญาณลบต่อความต้องการ AI โดยรวม

ภาพรวมของฝั่งนี้จึงยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัวของรายได้ในเชิงตัวเลขจริง

JPMorgan ชี้ราคาหุ้นชิปนำพื้นฐานไปแล้ว

อีกมุมหนึ่งของตลาดตั้งข้อสังเกตว่า การปรับขึ้นอย่างรุนแรงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงก่อนหน้า อาจสะท้อนการ re-rating ที่เร็วกว่าพื้นฐานจริง

นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า การที่หุ้นชิปและกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI infrastructure) ทำผลงานดีกว่าหุ้นฝั่ง hyperscaler อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อาจเป็นภาวะที่ไม่สามารถยั่งยืนได้ในระยะยาว เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ผู้ผลิตชิป’ กับ ‘ผู้ซื้อชิป’ อาจเริ่มกลับมาสมดุลมากขึ้น

มุมมองนี้ไม่ได้มองข้ามการเติบโตของ AI แต่ตั้งคำถามว่า ราคาหุ้นในบางกลุ่มอาจสะท้อนความคาดหวังที่สูงเกินกว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของอุตสาหกรรมในระยะสั้น

ดังนั้น แรงขายรอบนี้จึงถูกมองในบางส่วนว่าเป็นการปรับสมดุลของ valuation มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางของธีม AI โดยรวม

ตลาดเอเชียสะท้อนภาพความไม่มั่นใจที่ชัดเจน

แรงขายที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของความผันผวนในรอบนี้ ดัชนี Kospi ที่ดิ่งลงเกือบ 8% ภายในวันเดียว (2 กรกฎาคม) โดยถูกกดดันโดยตรงจากหุ้นกลุ่มชิปอย่าง SK Hynix ที่ร่วงลงเกือบ 15% และ Samsung Electronics ที่ลดลงราว 9% ภายในวันเดียว ก่อนจะฟื้นกลับได้บางส่วนในวันถัดมา

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นเกาหลีหลายพันล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยบางส่วนเข้าซื้อสวนทาง สะท้อนความแตกต่างของมุมมองในตลาดเดียวกัน

ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจากความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันในอุตสาหกรรม หลังมีรายงานว่า Apple กำลังเจรจาซื้อชิปจากผู้ผลิตจีนบางราย ซึ่งอาจกระทบต่อความได้เปรียบของผู้ผลิตเกาหลีในตลาดหน่วยความจำ

ขณะเดียวกัน ความผันผวนในตลาดเกาหลีใต้ยังถูกขยายด้วยโครงสร้างตลาด อย่าง leveraged ETF ที่ทำให้แรงขายถูกเร่งให้รุนแรงขึ้นในระยะสั้น จนเกิดการเคลื่อนไหวแบบลงแรง-เด้งแรง

ตลาดยังไม่มีคำตอบต่อหุ้นชิป-AI ในรอบนี้

จากการรวบรวมมุมมองต่อหุ้นชิปและหุ้น AI ในรอบนี้ พบว่ามุมมองในตลาดยังไม่ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ฝั่งหนึ่งมองว่าแรงขายสะท้อนความกังวลเรื่อง ‘AI overcapacity’ และความเสี่ยงที่การลงทุนจะนำหน้าการใช้งานจริง ในขณะที่อีกฝั่งยังเห็นว่าพื้นฐานของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะรายได้และอัตรากำไรของบริษัทบางแห่ง ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอ่อนตัว

ความผันผวนรุนแรงในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน ทั้งในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ จึงสะท้อนภาวะที่นักลงทุนยังไม่มีฉันทามติว่าแรงขายรอบนี้เป็นเพียงการพักฐานหลังปรับขึ้นแรง หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานที่ยาวกว่าเดิม

ขณะที่ตลาดกำลังรอข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม ทั้งผลประกอบการของผู้ผลิตชิปรายใหญ่ และแนวโน้มการลงทุนจากกลุ่ม hyperscaler คำตอบของรอบนี้จึงยังไม่ถูกตัดสิน และยังอยู่ระหว่างการตีความของตลาดมากกว่าจะเป็นข้อสรุปที่ชัดเจน

อ้างอิง : Bloomberg [1], Bloomerg [2], CNBC, Trading View, ABC, WSJ, Yahoo Finance

แชร์
หุ้นชิป-AI ลงรอบนี้ ตลาดแพนิกชั่วคราว หรือพักฐานยาวเพราะพื้นฐานเปลี่ยน